ก่อนผู้เชี่ยวชาญญี่ปุ่นจะกลับประเทศได้มอบกล่องของขวัญให้กับคนข้างกายผม เธอก็เก็บเอากลับบ้าน ไปวางไว้ที่โต๊ะทำงานที่บ้าน เธอบอกว่าจะยังไม่แกะ รอลูกสาวกลับมาก่อน เก็บเอาไว้เฉยๆ  เมื่อเจ้าตัวยุ่งปิดเทอมกลับมาบ้านเราก็ทำพิธีเปิดกล่องกัน (ยังกะงานสำคัญใหญ่โต อิอิ)  

 

การทำ packaged นั้นสวยสดุดตา เราต่างก็คุยกันไปยกใหญ่เพราะลูกสาวก็เรียนเรื่องนี้ คนข้างกายก็เคยเป็นหัวหน้าทีมงานให้กรมส่งเสริมอุตสาหกรรมฝึกอบรม OTOP ทั่วประเทศมาแล้ว เธอชื่นชม การหีบห่อของสินค้าประเภทนี้ของญี่ปุ่น เมื่อใครซื้อไปเป็นของฝาก แค่กล่องก็ชื่นใจแล้ว  ก็มันสวย น่าทนุถนอม ตอบสนองกิเลสคนดีแท้ เราถือไปไหน ใครต่อใครก็คงถามถึงแน่นอน

 

ตัวกล่องเป็นกระดาษอย่างดีมาก แข็งแรง สีชมพูอ่อนๆสวย ฝาปิดกล่องสีออกนวล มีลายในตัว ผิวกระดาษคล้ายๆผสมเกล็ดเงินลงไปเล็กน้อยทำให้ระยิบตา

 

 

  

ความจริงกล่องยังถูกมัดด้วยเชือกที่ทำมาจากเปลือกไม้ และมีโบว์เล็กๆ เสียดายที่ไม่ได้ถ่ายรูปมา  เมื่อเปิดฝากล่อง จะเห็นว่ากล่องแบ่งออกเป็นสามช่องเท่าๆกัน แต่ละช่องบรรจุซองขนมจนเต็ม ผมไม่ได้นับดูว่ามีเท่าใด  แต่ไม่มากเพราะซองขนมนั้นมีความหนาพอสมควร

 

พวกเราตลึงน้อยๆเมื่อพบว่าซองใส่ขนมนั้น ช่างสวย น่ารักจริงๆ เห็นแล้วไม่อยากกินขนม ซองขนมนั้นทำด้วยกระดาษเหนียว น่าจะผสมพลาสติก หรืออะไรสักอย่าง สีชมพู มีลายเส้นในตัวและมีรูปดอกไม้ด้วย

 

 

ซองขนมด้านหน้า 

ด้านในซองบรรจุขนม 1 ชิ้น เป็นประเภทคุกกี้ บ้านเรา แต่มีใบไม้แปะติดมาหนึ่งใบ เมื่อดูด้านหลังซอง พบว่ามีซองเล็กๆบรรจุผงกันความชื้น

 

 

 ซองขนมด้านหลัง

 

เราต่างเอาออกมาฉีกทดลองกินกันคนละซอง  พบว่า แต่ละซองไม่เหมือนกันเลย รสแตกต่างกัน มีรสกุ้ง รสพริกไทย ฯลฯ

 

ถามว่าอร่อยไหม.. ผมก็ว่า งั้นๆ..แหละ

ถามลูกสาวก็พยักหน้า..ว่า พอกินได้..เธอว่า

ถามคนข้างกายเธอไม่ตอบเอาแต่ชมว่า ซองสวยจัง กล่องสวยจัง

 

หลังจากกาแฟหมดแก้ว เราก็แยกย้ายกันไปมุมใครมุมมัน โดยทั้งหมดมีจอคอมพิวเตอร์อยู่ข้างหน้า อิอิ..

 

 

หลายวันต่อมา ผมเห็นกล่องขนมญี่ปุ่นกล่องนี้วางอยู่บนโต๊ะวางของอีก แต่ขนมข้างในหมดเกลี้ยงแล้ว ก็เพราะเธอเอาไปแบ่งแจกให้คนในบ้านลองชิมกันคนละอันสองอัน  ต่างก็ชมว่าซองสวย กล่องสวย  แต่ไม่มีใครชมว่าขนมอร่อยเลยครับ

 

 

 

 

อีกวันต่อมา ผมเห็นกล่องกระดาษสวยใบนั้นไปกองอยู่ที่ถังขยะ  ผมหยิบขึ้นมาแล้วก็เกิดความคิดไปต่างๆนานาว่า

 

  • ญี่ปุ่นเขาขายกล่องสวยๆมากกว่าขนมอร่อย  แม้ว่ากล่องขนมนี้เราจะไม่ได้ซื้อมา และเป็นของขวัญ  ซึ่งผู้รับก็ดีใจที่ได้รับของขวัญที่มีกล่องสวยๆ  แต่ไม่รู้ว่าผู้ให้คิดอะไรในใจบ้าง เขาอาจจะคิดว่า เขาเอาของโดนใจมาให้ตอบแทนแล้ว คาดว่าคงถูกใจผู้รับ  ก็เป็นเช่นนั้นจริงๆ

 

  • ญี่ปุ่นขายสิ่งของที่ต้องกิเลสคน เห็นก็ชอบแล้ว ทั้งๆที่คุณภาพสินค้าข้างในมิใช่วิเศษเลิศเลออะไรเลย

 

  • เจ้าสิ่งของต้องกิเลสนี้ทำมาจากกระดาษที่สร้างขึ้นสวยงาม ดำเนินการบรรจุให้สวยงาม ตกแต่งให้สวยงาม  แล้วความสวยงามเมื่อไม่กี่วันก็ต้องลงถังขยะไปอย่างนี้หรือ...??

 

  • หากเราจะเก็บไว้ใช้ก็ได้  แต่กล่องต่างๆที่บ้านเต็มไปหมด ก็เพราะเป็น ลูกอีช่างเก็บนี่แหละ... จนไม่มีที่วาง ไม่มีที่เก็บแล้ว  เอ..หรือเราจะทิ้งมันไป  ในที่สุด ลูกอีช่างเก็บก็ชนะ..

 

  • คนจำนวนเท่าไหร่ที่ทิ้งกล่องกระดาษเช่นนี้   กล่องสวยงามนี้มีคุณค่าเพียงแค่บรรจุขนมเท่านั้น  เมื่อขนมหมดสิ้น มันก็ไม่มีค่าอีกต่อไป กลายเป็นขยะ ดีที่มีคนมาเก็บกระดาษไปทำรีไซเคิ่น ที่บ้านก็เก็บตุนไว้ เมื่อมากพอก็ขายเอาสตางค์ให้คนทำงานบ้านไปซื้อขนมให้ลูก

 

  • ผมคิดเลยเถิดไปว่า ระบบธุรกิจที่ขายความสวยงามแบบนี้นั้น เป็นต้นตอหนึ่งในการทำลายป่าไม้ ทำให้ผมนึกย้อนไปเมื่อหลายปีก่อนที่มีหน่วยงานระดับโลกหน่วยงานหนึ่ง หากจำไม่ผิดชื่อ ITTO (International Tropical Timber Organization) มาจัดการสัมมนาเรื่องการปลูกป่า  การฟื้นฟูป่าในประเทศไทย  มีคนกล่าวว่าเบื้องหลังเขาก็คือต้องการมาสนับสนุนปลูกป่าแล้วประมูลป่าไม้เพื่อเอาไปส่งโรงงานกระดาษ ??

 

  • ผมไม่ได้มาโจมตีญี่ปุ่น เพราะทุกประเทศก็ทำอย่างนี้  เพียงญี่ปุ่นทำ OTOP มาก่อนและประสบผลสำเร็จมากๆ และบ้านเราก็วิ่งตามตูดเขา ซึ่งวิ่งมาหลายปีแล้ว ดูจะไม่มีทางทันเลยครับ  ยิ่งวิ่งยิ่งห่างซะมากกว่า  เพราะศูนย์ OTOP ข้างทางที่เราขับรถผ่านน่ะ ปิดเป็นแถว

 

  • โอย....ตั้งประเด็นได้มากมาย ตั้งแล้วกระทบไปหมด...

 

เอ้า....อุตส่าห์ฟังบ่นจนจบ  เอาขนมซักแผ่นไหมครับ...อิอิ