เรา..ผู้ใหญ่ มีวุฒิภาวะ(มากกว่าอีกสอง...หนึ่งคน หนึ่งตัว)ยังย่ำแย่กับการปรับเนื้อปรับตัวปรับใจครั้งนี้ แล้วเขาทั้งสองเล่า

ความเดิม**เจ้าห่วงตัวจ้อย...บุญรอด น้องหมาตัวขาว แต่มักจะมอมเพราะ"ซน"ที่มาทางเครื่องบิน.....หายไปจากบ้าน รั้วบ้าน  และ ซอยหนึ่ง..บ้านพักของเจ้าหมา  และเจ้าของ

ตามหากันจนเหนื่อย  เดินเท้า ผิวปากเรียก  ตะโกนเรียกชื่อ ถามหากับ รปภ.  ให้เขาวิทยุตามหาลูกหมากันด้วย

เจ้าเด็กโทรหา 191  (เพิ่งจะขำออกเดี๋ยวนี้เอง)

อธิษฐาน สิ่งศักดิ์สิทธิ์..ลูกด้วย..ช่วยกันอธิษฐาน

*******************************************

ตอนต่อของ "ห่วงหาย..."จำความรู้สึกได้แต่ยังยุ่งอยู่กับการปรับเนื้อ(ให้ชินต่อการโดน งับ)ปรับตัวต่อการดูแลจิตใจ ตัวเอง, ลูกชาย(จริง)และ ลูกชายบุญธรรม(ลูกหมา)

อยากเขียนให้ความรู้สึกมันควบคู่ไปด้วยกัน

เรา..ผู้ใหญ่ มีวุฒิภาวะ(มากกว่าอีกสอง...หนึ่งคน หนึ่งตัว)ยังย่ำแย่กับการปรับเนื้อปรับตัวปรับใจครั้งนี้

แล้วเขาทั้งสองเล่า  เรื่องมีอยู่ว่าชะล่าใจ เห็นลูกหมาเริ่มชินกับบ้านของเรา ไม่มีรั้ว ไม่มีโซ่ หรือสายพันธนาการเจ้าไว้ คิดเอาว่า (ผบทบ.ท่านบอกด้วยว่า  ตอนอยู่วัด มันไม่ไปไหนนี่ มันฉลาดออก) มันคงไม่ไปซนไหนหรอกน่ะ  เทน้ำ วางอาหารไว้ให้ เพราะต้องไปทำงาน  ลูกชายแท้ ๆ ก็ไปทำงานของเด็ก..เล่นกับเพื่อนที่บ้านเพื่อน

กลายเป็นว่าเจ้าลูกบุญธรรมสี่ขานี่ ต้องอยู่บ้านตัวคนเดียว

วันอื่น ๆ จันทร์ถึงพฤหัสที่ผ่านมา กลับมาดูตอนเที่ยง

วันนั้นไม่ได้กลับมาดูเลยเพราะมีประชุมใหญ่ต่อ

กลับมาก็ไปรับลูกแท้  ตะหงิด ๆ ว่ามันเงียบ ๆ เกินไปหน่อยนะ 

แต่ต้องไปบ้านเพื่อนลูกเพื่อรับลูกก่อน เดี๋ยวจะค่ำมากไป

พอจอดรถปั๊บ 

เรียกชื่อ ผิวปาก เงียบ ไร้เสียงกรุ๋งกริ๋งของลูกกระพรวนรอบคอ

เรียกชื่อกันอีกหลาย ๆ รอบ เสียงเรียก เสียงผิวปากดังขึ้นเรื่อย ๆ

คุณพ่อบุญธรรมของเจ้าตัวจ้อยก็ไม่อยู่ เดินสายไปทำงาน  อยู่ไกล เราเอง(ดิฉันและลูก)ไม่เคยเลี้ยงหมา ไม่รู้ว่าจะทำไงต่อดี 

เดินดีกว่า..ชวนกันเดินหา ให้ทั่วหมู่บ้านของเรา(หมู่บ้านพักของหลวง) หลังจากที่เจ้าเด็กเขาโทรแจ้ง คุยกับ 191  ตอนนั้นลืมถามเขาค่ะว่ามีใครรับสายเปล่า  ตอนหลังเขาค่อยบอกว่ายังไม่ทันมีใครรับสาย แม่ก็พาเค้าออกเดินหา..เจ้าตัวจ้อย

เดินกันสองรอบสามรอบ หลายซอกซอยค่ะ  ผิวปากไปด้วยทั้งที่โบราณเค้าห้ามผู้หญิงยิงเรือ ผิวปากกลางคืน 

ลูกขออนุญาตอธิษฐาน ทางศาสนาที่เขา(ดูเหมือนจะศรัทธา) แม่ก็บอกว่า"ได้ซีลูก แม่กำลังสวดมนต์อยู่ในใจเหมือนกันจ้ะ"

จวน ๆ หมด(ความคิด)หวัง ...พลันหูเรา และ ลูก ด้วย...

แว่ว ๆ เสียง กรุ๋งกริ๋งของลูกกระพรวนแผ่ว ๆ มาแต่ไกล

ถนนหนทางเริ่มมืด มองนาฬิกาที่ผูกเอาไว้ ใกล้เที่ยงคืน

แต่ถ้านับจากเวลาที่ลูกเอ่ยปากขออธิษฐาน มันแป๊บเดียว

แว่ว ๆ เสียง กรุ๋งกริ๋งของลูกกระพรวนแผ่ว ๆ มาแต่ไกล สักเดี๋ยวชัดเจนขึ้นทุกที ๆ.. 

และนั่น..เจ้าลูกหมาสีขาวแต่แปลงร่างกลายเป็นเทาแก่ออกดำขมุกขมอม 

มันกระโจนใส่ดิฉันเลยล่ะ  แล้วก็งับ งับ และ งับ เบา ๆ ตัวมันสั่นเทา คล้ายวันที่ดิฉันอุ้มมัน รับมันมากอดให้ไออุ่นที่สนามบิน

ลูกชายน้ำตาซึม

.........................................

กอดลูบเนื้อตัว อุ้มกลับบ้าน พร้อม ๆ กับเริ่มคิด 

เราทิ้งมันให้อยู่ตัวเดียวยังไม่ได้  มันยังเล็กไป

ถ้ามันคือมนุษย์ล่ะ โอ สงสารมันจับใจ

เอาล่ะ นอนก่อนเถิด พรุ่งนี้แม่จะหาวิธีเลี้ยงและดูแลเจ้าให้ดีกว่านี้