กนกนคร (กลอนหก)
ตอน กมลมิตร คนธรรพ์ ชมโฉมนาง อนุศยินี ซึ่งภายหลัง เกิดเป็นนาง กนกเรขา

 


เห็นนาง นวลศรี มีโฉม                ดังโสม ส่องหล้า ราศรี
เนาเรือ เหนือ สรัสปัทมี                ตรณี่ จันทร์นวล ชวนชม
พายเงิน งามเงา เพราพราย        นวลฉาย ยึดด้าม งามสม
เรือน้อย ลอยน้ำ ขำคม                บัวฉม ชูล้อม ห้อมเรือ

งามน้ำ งามนาง กลางชล           งามกุมุท อุตบล ล้นเหลือ
สะโรช นงราม งามเจือ               งามเรือ ลอยน้ำ อำไพ
พิศรูป เพลินลักษณ์ ศักดิ์ศรี         งามฉวี คือชวา น่าใคร่
นวลนงค์ องค์ลออง ยองใย          รูปลไม แลลม่อม พร้อมเพรา

คิดเจ้า คือจันทร์ ครรพิต              งอนจริต งามแจร่ม แชล่มเฉลา
เสมอเสมือน เดือนเด่น เพ็ญเพรา   น่าพเ่น้า พนอน้อม ออมองค์ฯ
เล็งโฉม โลมนาง ห่างนุช             ไกลสุด กลางสระ ระหง
ใคร่เคล้า คลึงขวัญ บรรจง           เอื้อมห่อน ถึงองค์ นงลักษณ์

นางเหลือบ นัยนา มาแล               คือแข ส่องสรวง ดวงจักษุ์
สบเนตร นางยิ้ม พริ้มพักตร์          ยั่วรัก ยิ่งเร่ง ใจร้อน
พิศเนตร นวลนาง กลางสินธุ์         คือนิล สี ศอ มหิศร
แสงศอ แสงโฉม ศศิธร                 ในเนตร บังอร รวมพร้อมฯ



กนกนคร เป็นบทพระนิพนธ์ ของ กรมหมื่นพิทยาลงกรณ์ (รัชนี แจ่มจรัส) ในนามปากกา
"น.ม.ส." ซึ่งได้เค้ามาจากวรรณคดีเรื่อง The descent of the son ของ F.W.Bain

ซึ่ง "แสงทอง" อันเป็นนามปากกาของ หลวงบุณยมาณพพานิชย์ 
แปลพากย์ไทยชื่อ "ปทุมทีป" และเรื่อง "เมืองทอง"


ในกถาสริตสาครหนังสือนิทานสันสกฤตชุดใหญ่ของอินเดีย ในหนังสือ กนกนคร
ฉบับศิลปบรรณาคาร พิมพ์เผยแพร่ คำว่า "ตรณีจันทร์" เป็นที่อ้างอิงตลอดมา
ซึ่งทำให้เข้าใจผิดว่า "ตรณีจันทร์" เป็นอุปลักษณ์เปรียบเรือว่า "มีรูปร่างดั่งเสี้ยวจันทร์"

ต้นฉบับภาษาอังกฤษ The descent of the son ความตอนนี้ เล่าไว้ว่า


"And then he went, he looked before him, and suddenly he saw a women
, floating on a pool of white lotuses, in a boat of sandal, with silver oars"



"แสงทอง" แปลความท่อนนี้ตรงกับต้นฉบับว่า

"เห็นสตรีหนึ่งถือพายเงิน นั่งเรือไม้จันทน์ ลอยอยู่กลางสระบัวขาว ...ตานางทอดมองดอกบัวเผื่อน แสงเนตรนางแปรสีบัว เป็นสีน้ำเงิน มือหนึ่งนางทานคาง อีกมือหนึ่งเด็ดกลีบบัวแดง ทิ้งน้ำ ทีละกลีบโสณีนาง นั้นนูนแดง ดังดอนทรายกลางลำธาร ทำเงาให้เห็นในน้ำสระนั้นอีก แลริมฝีปากนางนั้นขยับกำลังนับกลีบบัวที่หย่อนลงน้ำ" (ปทุมทีป ชุด สอง)


ฉะนั้น ตรณีจันทร์ (เรือโค้งดั่งเสี้ยวจันทร์) ที่ถูกควรเป็น ตรณีจันทน์ (เรือที่ทำจากขอนไม้จันทน์) ฉะนี้


(อ้างจาก ธเนศ เวศร์ภาดา.หอมโลกวรรณศิลป์.--กรุงเทพฯ: ปาเจรา, 2549. 160 หน้า)