ในช่วงเวลาที่ผ่านมา มีข่าวของสมณะนักบวชลงหน้าหนึ่งของหนังสือพิมพ์อีกครั้ง พร้อมมีรูปถ่ายยืนยันคำกล่าวหาอันฮือฮาของท่านอย่างชัดเจน และกลายเป็นประเด็นให้พูดคุยกันในรายการข่าวทางทีวีอยู่หลายวัน
แต่ก่อนที่ข้าพเจ้าจะมาปฎิบัติธรรมนั้น ข้าพเจ้าก็มักจะเป็นหนึ่งในผู้คนที่ร่วมวงวิพากษ์วิจารณ์เรื่องราวของพระภิกษุที่มีข่าวลงหนังสือพิมพ์อยู่บ่อยๆ และข่าวนั้นก็มักจะเป็นข่าวในทางเสียหายเป็นส่วนใหญ่ พอไปปฎิบัติธรรม ท่านวิปัสสนาจารย์ที่ศูนย์วิปัสสนาเชียงใหม่กล่าวว่า พระภิกษุนั้นท่านนุ่งห่มผ้าเหลืองซึ่งถือว่าเป็นธงชัยของพระพุทธเจ้า การกล่าวหาท่านอาจต้องระวัง เพราะผู้ได้บวชเป็นพระในพุทธศาสนานั้นถือว่าเป็นผู้มีโอกาสที่ดี เราเสียอีกที่เป็นอุบาสกอุบาสิกา อยากบวชแต่ไม่มีเหตุและปัจจัยมากพอที่จะได้บวช ผู้นุ่งห่มผ้าเหลืองนั้นคือผู้ถือธงชัยของพระพุทธเจ้า เราจึงต้องให้ความเคารพ แต่ข้าพเจ้าก็นึกสงสัยในใจว่าพระบางรูป ท่านให้ความเคารพสิ่งที่ท่านนุ่งห่มอยู่หรือไม่ ท่านเข้าใจรวมทั้งมองเห็นความสำคัญของผ้าเหลืองมากน้อยแค่ไหนกันแน่?
สมัยที่ข้าพเจ้าเป็นนักศึกษาแพทย์ก็มักจะถูกสั่งสอนจากครูบาอาจารย์ว่า เมื่อเราใส่เสื้อกาวน์ นั่นคือสิ่งที่บอกหน้าที่และงานของเรา จึงควรให้ความเคารพเครื่องแบบที่ใส่ แค่การใส่เสื้อกาวน์แล้วเดินแทะไอติมไปคุยกันไป ท่านก็ว่าไม่เหมาะสม ควรจะสำรวมระวัง และมีเพื่อนข้าพเจ้าคนหนึ่งโดนอาจารย์ตำหนิเพราะใส่เสื้อกาวน์เดินแทะไอติมในโรงพยาบาลมาแล้ว ตอนนั้นข้าพเจ้าไม่ค่อยเห็นด้วยนักแถมคิดในใจว่า การเดินแทะไอติมก็เป็นเรื่องธรรมดาๆ ไม่น่าจะถือเป็นเรื่องผิดเสียหายใดๆ เวลาผ่านไปอายุมากขึ้นก็เริ่มเข้าใจมากขึ้น พอเห็นหมอรุ่นใหม่ๆ แต่งตัวไม่เหมาะสมก็นึกเป็นกังวลเป็นห่วงเหมือนอาจารย์ขึ้นมา แต่เมื่อเราเลิกงาน และถอดเสี้อกาวน์ออก เราก็คือคนธรรมดาๆ จะใส่กางเกงยีนส์ ใส่เสื้อยืด เดินแทะไอติมยังไงก็ได้ ไม่เหมือนอย่างสมณะนักบวชเพราะท่านต้องนุ่งห่มผ้าเหลืองอย่างนั้นไปตลอดเวลาไม่ว่าต่อหน้าชุมชนหรืออยู่ในวัด แถมท่านยังต้องถือศีลถึง 200 กว่าข้อ นี่เป็นเรื่องไม่ง่ายเลยในสายตาของอุบาสกอุบาสิกาอย่างเรา แต่บางครั้งข้าพเจ้าก็พบว่าสมณะนักบวชบางท่าน ไม่เหมือนผู้ถือศีลตั้ง 200 กว่าข้อสักเท่าไหร่ อันนี้อาจเป็นเหตุให้ท่านถูกเสื่อมความนับถือไปเรื่อยๆ แถมผู้คนที่ยกมือไหว้ท่านนั้น ก็ไหว้ผ้าเหลืองเท่านั้น ไม่ได้เคารพนับถือตัวผู้นุ่งห่มผ้าเหลืองแต่อย่างใด ความรู้สึกนี้มีมากขึ้นเรื่อยๆ ในหมู่คนผู้มีความรู้ ผู้มีการศึกษาทั้งหลาย แถมเป็นแรงผลักดันทำให้พวกเขาหนีห่างจากวัดออกไปไกลลิบ ซึ่งทำให้เป็นที่เสียหายโดยรวม เพราะอันที่จริงแล้วนั้น พระที่แท้ พระผู้ปฎิบัติดี มีความสำรวมระวังนั้นมีอยู่มากมาย แต่ท่านไม่ได้ปรากฏตัวออกมาเป็นข่าวก็เท่านั้น

แต่ที่ข้าพเจ้าพบเห็นมากับตาตัวเองก็มีทั้งที่น่าชื่นชม และที่น่าวิ่งหนีอยู่เหมือนกัน จนบางครั้งรู้สึกเกิดความห่วงใยว่า พระผู้กระทำตัวไม่สมกับอยู่ในสมณะมีปรากฏให้เห็นในสาธารณชนมากขึ้นทุกวัน จะเป็นเหตุให้คนพากันหนีห่างวัดไปเรื่อยๆ ศาสนาพุทธกำลังเข้าสู่ยุคเสื่อมอย่างแน่นอนแล้วกระมัง
ตอนที่ข้าพเจ้าไปสิกขิม แล้วไปแวะเที่ยวเมืองดาร์จิริง ในเวลาใกล้ค่ำ เราไปเดินซื้อของฝากกันที่ถนน Chowrasta ข้าพเจ้ากับกัลยาณมิตรท่านหนึ่งก็เห็นคนผู้หนึ่งนุ่งห่มผ้าเหลืองเด่นเป็นสง่ามาแต่ไกล ดูไกลๆ เหมือนพระเป็นอย่างยิ่ง พอท่านเดินมาใกล้ๆก็ใช่จริงๆ เราต่างแปลกใจที่ท่านมาเดินอยู่ท่ามกลางฝูงชนบนถนนคนเดินเวลาใกล้ค่ำ ข้าพเจ้าเลยพูดเล่นๆว่าท่านคงมาเดินซื้อของฝากน่ะ และคิดในใจว่าคงไม่ใช่พระไทยหรอก ที่ไหนได้ในวันที่นั่งเครื่องจากกัลกัตตามาเมืองไทย เราก็พบว่าท่านกลับเที่ยวบินเดียวกับเรา แถมตอนยืนรอรับกระเป๋าสัมภาระที่สนามบินสุวรรณภูมิ ท่านก็ยืนอยู่ใกล้ๆ แถมข้าวของท่านก็ขนกลับมาไม่น้อย ข้าพเจ้านึกสงสัยในใจว่า พระท่านสามารถเดินซื้อของ เดินไปมาบนถนนคนเดินในยามค่ำๆได้หรือไม่ ? คงจะไม่ผิดศีลข้อไหนกระมัง เพราะที่เมืองไทยข้าพเจ้าก็เคยเจอพระแถวร้านเช่า VCD ด้วยซ้ำ
ในวันเดียวกัน เรานั่งเครื่องจากกรุงเทพฯ กลับเชียงใหม่เราก็พบเห็นสมณะนักบวชผู้สูงวัย ท่าทางดูดีมากอีกท่านหนึ่ง ท่านนั่งเครื่องกลับเชียงใหม่เที่ยวบินเดียวกันกับเรา ข้าพเจ้าดูท่านไกลๆ ก็คิดว่าท่านดูน่านับถือมากทีเดียว แม้จะสูงวัยแต่ก็ยังดูกระฉับกระเฉง พอมาถึงเชียงใหม่ระหว่างรอรับกระเป๋า เพื่อนข้าพเจ้าที่ยืนรอรับกระเป๋าอยู่ไม่ห่างจากท่านนักก็บอกว่า พระรูปนี้ประหลาด ข้าพเจ้าก็เลยถามว่าประหลาดยังไง เพื่อนบอกว่า ท่านพูดอะไรแปลกๆ แถมถามญาติโยมที่มายืนรอรับกระเป๋าที่อยู่ใกล้ๆ ว่า โยมเอารถเบนซ์มารึเปล่า ? เพื่อนข้าพเจ้าเล่าว่าญาติโยมที่เหลือหลายคน ต่างขยับหนีห่างจากท่านออกมาคนละสามก้าวเป็นอย่างน้อย ข้าพเจ้าคิดปรุงแต่งในใจว่า สงสัยญาติโยมที่ขยับเท้าถอยออกมา ต้องเป็นญาติโยมที่ไม่มีรถเบนซ์เป็นแน่ เราต่างไม่รู้หรอกว่าท่านถามถึงรถเบนซ์ทำไม แต่ภายหลังมีผู้เล่าให้ฟังว่า พระผู้อาวุโสในเชียงใหม่บางท่าน มีรถเบนซ์ประจำตำแหน่งด้วย อันนี้ไม่รู้ว่าจริงหรือไม่ แต่มีเค้าว่าเป็นเรื่องจริง
ล่าสุดตอนข้าพเจ้าไปประชุมที่เมืองบางกอก ระหว่างรอขึ้นเครื่องจากสนามบินดอนเมืองกลับเชียงใหม่ ข้าพเจ้าก็พบเห็นสมณะนักบวชสองรูปในวัยกลางคน นั่งรอขึ้นเครื่องในห้องพักผู้โดยสารขาออก ท่านทั้งสองกำลังพูดคุยกันพร้อมกับเคี้ยวหมากฝรั่งจั๊บๆ ท่าทางท่านดูสบายๆ มากทีเดียว แถมพระรูปหนึ่งยังยกขาพาดขึ้นมาบนเก้าอี้ทำเอาเรารู้สึกแปลกๆ ไม่น้อย ในอากัปกิริยาแบบนั้นของท่าน ข้าพเจ้านึกสงสัยในใจว่า ท่านทั้งสองจะรู้ตัวรู้ตนหรือไม่ว่ากำลังทำอะไรอยู่ และนี่คือพระผู้ถือศีล 200 กว่าข้อจริงๆหรือ ?

ข้าพเจ้าเคยได้ฟังธรรมะบรรยายของหลวงพ่อชา สอนพระผู้บวชใหม่ ท่านเข้มงวดทีเดียว ท่านสอนว่าทำอะไรก็ให้สมกับเป็นสมณะต้องมีความสำรวมระวัง เวลาพระลูกศิษย์ท่านล้างบาตรพูดไปคุยไปเสียงดังท่านก็ดุว่า คุยกันเหมือนขี้เหล้า ไม่รู้จักสำรวมระวัง ท่านสอนละเอียดรวมไปถึงการอยู่อาศัย การทำความสะอาดห้องน้ำไปโน่นเลย
ตอนที่ข้าพเจ้าไปงานภาวนาของหลวงปู่ติช นัท ฮันห์ ที่เชียงใหม่ กลุ่มสมณะนักบวชของสันติอโศกมีความสำรวมระวังมาก เวลาท่านเดินหรือทำอะไรก็มีความเป็นระเบียบเรียบร้อย บรรดาเหล่าญาติโยมทั้งไทยและเทศต่างยกมือไหว้เวลาพวกท่านเดินผ่าน อันนี้ถือว่าเป็นเรื่องที่ดีมาก เพราะข้าพเจ้าสังเกตเห็นว่า แม้แต่ชาวฝรั่งยังยกมือไหว้ด้วยความเคารพ
มีครั้งหนึ่งที่ข้าพเจ้าได้พบเห็นแม่ชีศันสนีย์ ที่สนามบินเชียงใหม่ ท่านดูสงบนิ่งมาก และยิ้มน้อยๆ ด้วยท่าทางมีเมตตา และเมื่อได้พบเห็นหลวงพี่นิรามิสา ภิกษุณีชาวไทยลูกศิษย์หลวงปู่ติช ท่านก็มีลักษณะนี้ คือมีความเยือกเย็นและสงบนิ่ง ท่านยิ้มน้อยๆ ด้วยรอยยิ้มแห่งพุทธะ และสำหรับอาจารย์ของท่าน คือหลวงปู่ติชนั้น ความสงบนิ่งและความเยือกเย็นของท่านนั้นมีพลังจนอาจทำให้เรารู้สึกได้ว่า แม้โลกมันจะวุ่นวายโกลาหลแค่ไหน ท่านก็จะยังคงเหยือกเย็นและนิ่งสงบอยู่อย่างนั้น แถมพลังนี้จะทำให้ผู้คนที่อยู่ใกล้ๆท่านรู้สึกสงบเย็นไปด้วย
ปีนี้ข้าพเจ้าได้พบเห็นหลวงปู่อูเตชนียะอีกครั้ง ท่านมาสอนกรรมฐานที่เชียงใหม่ ครั้งนี้นับว่าโชคดีมากที่ท่านมาตรวจสุขภาพที่โรงพยาบาลซึ่งข้าพเจ้าทำงานอยู่ ด้วยวัย 90 กว่าปีหลวงปู่ยังดูแข็งแรง ท่านผ่องใสมาก ในท่ามกลางความวุ่นวายแบบโรงพยาบาล หลวงปู่ก็ยังดูสงบเย็น ท่านนิ่งมากจริงๆ และท่านมีความสำรวมระวังอย่างสมณะที่แท้ แถมดูเหมือนว่าไม่มีอะไรจะมาทำให้ท่านกระทบกระเทือนได้เลย เมื่อท่านจ้องมองเรา สายตาท่านแสดงการรับรู้และมีเมตตา ความสงบนิ่งของท่าน เป็นอะไรที่อธิบายเป็นคำพูดได้ยากมาก ข้าพเจ้ารู้สึกเหมือนว่าเราอยู่คนละสภาวะกับท่าน เวลาของท่านก็ไม่เหมือนเวลาของเราอะไรแบบนั้น
ท่านผู้รู้กล่าวว่า เมื่อผู้มีบุญบารมีอยู่ที่ใด ที่แห่งนั้นจะสงบร่มเย็น ถ้าจะมีสิ่งที่ร้ายแรงใดๆเกิดขึ้นก็จะผ่อนจากหนักให้เป็นเบาได้ แต่ในขณะที่พายุนาร์กีสถล่มพม่านั้น หลวงปู่อยู่ที่เชียงใหม่ อาจจะเป็นคราวเคราะห์ของผู้คนเมืองย่างกุ้งอีกประการหนึ่ง ที่ขณะเกิดเหตุร้ายนั้น พระระดับเกจิอาจารย์สายปฎิบัติก็บังเอิญเดินทางมาสอนกรรมฐานที่เชียงใหม่ ความเสียหายจึงยิ่งมากมายคณานับ หลวงปู่กำลังจะกลับพม่าอีกไม่กี่วันนี้ การกลับไปของท่านคงจะสร้างขวัญสร้างกำลังใจ ให้ผู้คนที่นั่นได้มากทีเดียว
ในความเห็นส่วนตน พระที่แท้น่าจะเป็นพระที่มีความสงบเย็น มีเมตตาและสำรวมระวัง แม้ท่านจะหัวเราะจะยิ้มก็จะเป็นไปด้วยความตื่นรู้

ถึงจะมีข่าวในทางลบของพระภิกษุหลายๆ รูปออกมาอยู่เรื่อยๆ แม้จะได้พบเห็นพระภิกษุที่ไม่สำรวมระวัง แต่ข้าพเจ้าก็เชื่อมั่นว่ามีพระที่แท้คงเหลืออยู่อีกมากมาย และข้าพเจ้าก็ได้พบเจอบางท่านมาแล้ว แถมท่านเป็นพระที่แท้ระดับเกจิอาจารย์ด้วย
สวัสดีค่ะ
เรียนให้ทราบว่า เป็นบทความที่ดีค่ะ มีหลายมุมมอง ไม่ได้ลำเอียงด้านใดมากเกิน และที่สำคัญ ยังแยกแยะ พระพุทธศาสนา กับบุคคลได้ชัดเจน คนอาจเสื่อม แต่หลักคำสอนไม่เสื่อม พลอยทำให้ได้มีสติ ที่จะหยุดยั้ง ดูเหตุต่างๆต่อไป ด้วยใจเป็นกลาง ไม่รวบรัด เอาความ ให้ร้อนกันไปค่ะ
ขอบพระคุณค่ะ
sunny
เจริญพร
นมัสการพระคุณเจ้า
ขอบพระคุณค่ะที่ท่านเข้ามาเยี่ยม
หลังจากได้ไปปฎิบัติธรรมกลับมา ทำให้เข้าใจเรื่องหลายๆเรื่องได้มากขึ้น
และเห็นเป็นเรื่องธรรมดาๆ เช่นนั้นเองได้มากขึ้นด้วย
ขอบคุณวิชาของพระพุทธเจ้าจริงๆค่ะ
สวัสดีค่ะคุณตันติราพันธ์
ขอบคุณมากค่ะที่เข้ามาแลกเปลี่ยนเรียนรู้
พระที่แท้อยู่ในดวงใจเรา เก็บไว้ในใจเรา
หากพบเจอที่ไม่แท้ให้หลับตาลงและนิ่งเสีย
แล้วเดินจากไป.....
อามิตาพุทธค่ะนานาจิตตังค่ะหมอพระที่แท้อยู่ที่บ้านค่ะ2องค์กำลังเลี้ยงลูกกุ้งอยู่ค่ะเนี่ยค่ะพระที่แท้จริงและน่าเคารพนับถือที่สุดในชีวิตค่ะ
...พี่เห็นด้วยกับความเชื่อมั่นของหมอยาในตอนท้ายของบทความ...ความเชื่อมั่นเช่นนี้จะทำให้เราไม่เสียศูนย์...และพุทธที่แท้จะคงอยู่ไม่มีวันเสื่อม...เหมือนกับที่ท่านพุทธทาสบอกว่าท่านจะไม่ตายจากไปตราบใดที่พวกเรายังศึกษาและปฏิบัติตามแนวทางที่ท่านสอน...
สวัสดีค่ะคุณร่มไม้ใหญ่ใกล้ทาง
ขอบคุณค่ะที่เข้ามาแลกเปลี่ยนเรียนรู้
สวัสดีค่ะกุ้งจัง & พี่เตือน
พระที่แท้ยังมีอยู่มากมายจริงๆ ค่ะ และพุทธที่แท้ก็ยังคงมีอยู่ด้วย