เวลาหมอๆดูแลคนไข้ มักถามและบอกมากกว่าฟังคนไข้ บางเรื่องเวลาถามคนไข้จะตอบไม่ถูก อย่างเช่นเรื่องกิน ไม่รู้จะตอบยังไงให้ถูกใจ ตอบไม่ถูกใจโดนเอ็ดเสียบ่อยก็มี บางครั้งเลยตอบเรื่องไม่จริงเพื่อให้ถูกใจและไม่โดนเอ็ด......ลองใช้วิธีฟังคนไข้โดยไม่ถามดูบ้างดีไหม

วันนี้ ทีมงานของฉันได้จัดกิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้เรื่องอาหารระหว่างเจ้าหน้าที่ ครู และประชาชนที่สนใจ  ที่โรงเรียนแห่งหนึ่ง  เราคิดว่าจะมีคนมา ลปรร.น้อย จึงสั่งอาหารแต่น้อย  เอาเข้าจริงมีผู้มาร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ เกินความคาดหวัง  จึงต้องปรับแผนเรื่องอาหารระหว่างการอบรมเสียใหม่   ในกิจกรรม ลปรร. เรียนรู้เรื่องการกินอาหารเหลือให้ประโยชน์อะไรด้วย    เราจัดกิจกรรมให้ 8 ชั่วโมง  เสร็จกิจกรรมก็นั่งพักเหนื่อยและผ่อนคลายด้วยการเข้าบล็อก แล้วก็นึกได้ว่า   Post  คำถามเรื่องอาหารในเฮฮาศาสตร์4 มื้อเย็นวันที่ 25  ยังไม่เฉลย  เลยขอยกมาเฉลยที่นี่ค่ะ  

 

ในประสบการณ์ของฉัน เวลาจะให้คนไข้เล่าเรื่องอาหารที่กิน  ว่ากินอะไรบ้าง ชอบกินอะไร  มักจะไม่ได้คำตอบที่ประมาณการการกินที่แท้จริงได้  ทำให้อึดอัดเวลาจะแนะนำ   บางครั้งมันรู้สึกเหมือนคนไข้หลอกๆเรายังไงก็ไม่รู้     คนที่ไม่อยากหลอก มักจะตอบว่า   กินธรรมดา   ไม่กินไขมัน  กินข้าวไม่มาก   ผักก็กินมากนะ  บางคนกลัวพยายามตอบให้ดูดี   คนที่กลัวถูกเอ็ดโดยเฉพาะคนไข้เบาหวานที่มาให้ดูแล้วน้ำตาลในเลือดขึ้นก็พยายามตอบให้ดูดี       

 

ที่ฉันเอาเรื่องนี้มา ลปรร.  เพราะนึกถึงคำว่า  “Evidenced Base”   หรือข้อมูลเชิงประจักษ์   เคยได้ยินผู้บริหารถูกถามว่า   เวลาไปจังหวัดไหน จะไปดูตลาดสดไหม    คำตอบ คือ ไม่ไป  อาจารย์เลยถามว่า ทำไมไม่ไป   สามารถเก็บเกี่ยวปัญหาสาธารณสุขมาได้เร็วๆนะ    

 

จากนั้นมามันก็เลยได้ข้อคิดเล็กๆมาถามตัวเองว่า   ถ้าไปตลาดสดเร็วๆ จะบอกปัญหาสุขภาพของประชาชนได้อย่างไร   จึงได้คำตอบว่า  การดูว่าอาหารประเภทไหนขายดีบ้าง  บอกได้อย่างหยาบแล้วว่า  คนที่นั่นจะมีปัญหาสุขภาพอะไรได้บ้าง     

 

พอได้เคล็ดตรงนี้เลยติดมาใช้ ดูเร็วๆการกินของคน  เพื่อประเมินว่า พฤติกรรมที่สามารถใช้อาหารประเมินนั้น มันบอกอะไรได้บ้าง    ตอนทำงานใหม่ๆกับคนไข้เบาหวาน  พบความจริงอย่างหนึ่งว่า   คนไข้มักจะอดไม่กิน   ส่วนคนที่ยังกินก็แบ่งได้เป็น 3 กลุ่ม  ชอบกินและกินเป็น (กินเหมาะกับสุขภาพ)    ชอบกินและกินไม่เป็น  ไม่ชอบกินและกินไม่เป็น   เลยเกิดคำถามว่าถ้ารู้ว่ากินอย่างไร จะทำนายได้ไหมว่า ใครป่วยอยู่ ใครไม่น่าจะป่วย   ใครมีโอกาสจะป่วย   ฉันเลยฝึกมันเรื่อยไปเมื่อมีโอกาส   ในเฮฮาศาสตร์4 มีภาพมาให้เรียนรู้ ก็เลยเอามา post  ลับสมองกันหน่อย  เผื่อจะมีมุมสังเกตดีๆจากใครๆอีกให้เป็นประโยชน์ร่วมกัน 

  

คำตอบที่ 1    จากภาพที่เห็นนิสัยคนที่นั่งกินเป็นยังไง 

                      ซ้ายบน     คนที่กินมีความใส่ใจต่อการดูแลสุขภาพของตนในเรื่องอาหาร แบบพอประมาณ   ชอบกินผัก   กินผลไม้พประมาณ                

                     ซ้ายล่าง    คนที่กินมีความใส่ใจต่อการดูแลสุขภาพของตนในเรื่องอาหารแบบเข้มงวด  เคร่งครัด   กินผักบ้างแต่ไม่ชอบ   ไม่ชอบผลไม้ และ ไข่

                      ขวาบน    คนที่กินมีความใส่ใจต่อการดูแลสุขภาพของตนในเรื่องอาหารแบบเข้มงวด  เคร่งครัด   กินผักบ้างแต่เคร่งครัด การกินผักน้อยกว่าโต๊ะซ้ายล่าง   ชอบผลไม้   ชอบกินไข่

                      ขวาล่าง     คนที่กินมีความใส่ใจต่อการดูแลสุขภาพของตนในเรื่องอาหารอย่างมีอิสรภาพ   และเข้าใจ   เน้นกินผักเลยเชียวนะ

 

ข้อมูลที่ได้นี้   ทำให้ฉันมองเห็นว่ามีบุคคลดูแลสุขภาพที่ควรเอาอย่างได้  ซึ่งควรมีโอกาสได้ลปรร. กันที่สวนป่านะค่ะ    เลยมาชวนว่า ลองกันดูดีไหม   สนุกดีนะค่ะ 

 

food

 

 

 

 

คำตอบ 2    ภาพทั้งหมดถ่ายมาจาก 4 โต๊ะ   ภาพไหนเป็นอาหารโต๊ะพ่อครูบา

                   ซ้ายบน    โต๊ะพ่อครูบา  ป้าจุ๋ม    

                   ซ้ายล่าง   โต๊ะมณีแดง คนสวยแซ่เฮ และ 2 บุรุษแซ่เฮ   สิงห์ป่าสัก และ  paleeyon  

                   ขวาบน     โต๊ะเอื้องแซะ  เอื้องผึ้ง

                   ขวาล่าง     โต๊ะคนชอบวิ่ง   ราณี

การกินแบบโต๊ะซ้ายบน  และโต๊ะซ้ายขวาล่าง มีเรื่องราวดีๆ ในเรื่องการดูแลสุขภาพบางเรื่องที่น่าสนใจเรียนรู้สำหรับพวกเราชาวสาธารณสุขแฝงอยู่นะค่ะ   การกินแบบโต๊ะซ้ายล่าง และ โต๊ะขวาบน ก็มีมุมมองให้เรียนรู้ในอีกด้านหนึ่งนะค่ะ

 

หมอเจ๊ชอบสอนคนไข้ให้กินแบบไม่ต้องอด ให้กินแบบแลกเปลี่ยน บวก ลดปริมาณสิ่งที่กินเกิน