บันทึกนี้เป็นการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ที่อ.หัทยา อ.ณัฐสุดา และผมมีโอกาสเป็นวิทยากรให้กับคณะครู รร. เขมะสิริอนุสสรณ์...ความคิดเห็นจากคณะครูมีประโยชน์มากมายให้กับนักวิชาการและบุคลากรทางการแพทย์ครับ
สามชั่วโมงของการจัดกิจกรรมสร้างความรู้ให้คุณครูพัฒนาเด็กนักเรียน ณ รร.เขมะสิริอนุสสรณ์ สร้างประสบการณ์ที่ดีมากๆ ครับ
หลังจากคณะครูจำนวน 160 ท่านร่วมฟังบรรยาย ซักถาม ใช้ความเงียบทบทวนความคิด แสดงความคิดผ่านแบบสอบถามมิติกิจกรรมและสำรวจการมีส่วนร่วมทำกิจกรรมการเรียนรู้ของเด็กปกติ เด็ก LD เด็ก ADHD เน้นพฤติกรรมที่เป็นปัญหาและพฤติกรรมสู่ทักษะความสามารถของเด็ก ตามความคิดหรือประสบการณ์ของคณะครู ผมขอสรุปประเด็นที่น่าสนใจดังนี้
- ความคิดในการวิเคราะห์พฤติกรรมที่เป็นปัญหาทางการเรียนรู้แตกต่างกันระหว่างคณะครูชั้นมัธยมและคณะครูชั้นประถม ในระดับชั้นมัธยม ครูสามารถสังเกตและพบปัญหาแตกต่างกันระหว่างเด็ก LD และ ADHD พบปัญหามากถึงมากที่สุดของการเรียนรู้ในเด็ก ADHD และปัญหาปานกลางถึงมากของการเรียนรู้ในเด็ก LD ขณะที่ในระดับชั้นประถม ครูสามารถสังเกตและพบปัญหาน้อยถึงปานกลางในเด็กทั้ง LD และ ADHD ซึ่งใกล้เคียงกับการวิเคราะห์ปัญหาทางการเรียนในเด็กปกติ นั่นคือ การวิเคราะห์ปัญหาทางพฤติกรรมของเด็กในระดับประถมควรมีการสำรวจร่วมกับผู้เชี่ยวชาญ เช่น จิตแพทย์เด็กและวัยรุ่น นักกิจกรรมบำบัด เพื่อให้ค้นพบสาเหตุและการจัดโปรแกรมพัฒนาทักษะได้อย่างรวดเร็ว มิใช่ปล่อยไปจนถึงในระดับชั้นมัธยม
- มิติของการเลือกชนิดและประโยชน์ของกิจกรรมตัวอย่างมีความแตกต่างกันในแต่ละบุคคล สะท้อนให้เห็นว่า เราไม่ควรบังคับให้เด็ก LD หรือ ADHD ทำกิจกรรมโดยที่เรามิได้เข้าใจว่าเด็กมีความสุขในการทำกิจกรรมหรือไม่ และพรสวรรค์/ศักยภาพของเด็กควรแสดงออกมาในรูปแบบของพฤติกรรมสู่ทักษะการทำกิจกรรมที่มีคุณค่าอย่างไร สนใจอ่านรายละเอียดของกิจกรรมบำบัดจาก "หนังสือกิจกรรมบำบัดพัฒนาชีวิต" ซื้อได้ที่ร้านซีเอ็ดทุกสาขา
- สาระที่มองภาพรวมของการสร้างความรู้ในครั้งนี้ควรแยกออกเป็น 3 บริบท ได้แก่ 1. เข้าใจอาการของ ADHD (สมาธิสั้น ไม่อยู่นิ่ง หรือร่วมกัน) กับ LD (IQ ปกติแต่มีปัญหาเฉพาะการเขียน การสะกด การอ่าน การคำนวณ) 2. เข้าใจผลกระทบจากอาการข้างต้น เช่น ปัญหาอารมณ์ จิตสังคม การเรียน และ 3. เข้าใจกระบวนการปรับกิจกรรมและการมีส่วนร่วมในสิ่งแวดล้อมของเด็ก เช่น โรงเรียน บ้าน และสังคม
- Ecological Model รวมความคิดที่ว่า คนเราทุกคนควรพิจารณาความคิดของตนเองก่อนที่จะแสดงความคิดในการปรับเปลี่ยนทักษะชีวิตของเด็กนักเรียน เริ่มจากการปรับเปลี่ยนทัศนคติ การสร้างความรู้ และการมีส่วนร่วมทำกิจกรรมที่คิดว่ามีคุณค่าแก่ตนเอง ตัวอย่างเช่น เข้าใจว่าสมาธิสั้นคืออาการทั่วไป อาจไม่ใช่ปัญหาใหญ่ คิดทางบวกว่าน่าจะแก้ไขได้ เป็นพรสวรรค์ของเด็กสมาธิสั้นที่มีพลังงานทำกิจกรรมมากกว่าเด็กทั่วไป ลองคิดง่ายๆ ว่าหากเรามีสมาธิสั้นน่าจะอยู่ในห้องเรียนได้อย่างไร ต้องมีการปรับเปลี่ยนตำแหน่งที่นั่งเรียนให้เรียนอย่างมีความสุขอย่างไร ต้องมีเทคนิคหรือวิธีการอื่นใดที่ต้องพัฒนาศักยภาพของการเรียนที่อาจแตกต่างจากเด็กนักเรียนอื่น เป็นต้น