เมื่อคืนที่ผ่านมาแม้ผมไม่ได้เปิดบทสวดทำวัตรเย็น  แต่ผมก็มีของชดเชยครับ คือ นอกจากได้เปิดบทสวดทำวัตรเช้าตอน 6 โมงเช้าแล้ว  ยังได้เปิดเสียงธรรมบรรยายให้เขาได้ฟังกันตามจังหวะและโอกาสอันควรครับ  ได้ Download มาไว้หลายไฟล์  เป็นของครูบาอาจารย์หลายท่าน รวมทั้งของพระพรหมคุณาภรรณ์ (ปอ.ปยุตโต) ท่านปัญญาฯ และท่านอาจารย์พุทธทาสเป็นต้น โดย Download มาเก็บไว้ใน Folder ธรรมบรรยาย  แต่เนื่องจากเป็นไฟล์ .WMA จึงต้องแปลงเป็น MP-3 ก่อนนำไปลงในเครื่องเล่นแบบพกพา
    การแปลงไฟล์เสียงวันนี้ แทนที่จะเปิดเสียงแล้วบันทึกด้วย Audiorecorder ผมใช้วิธี Download โปรแกรมชื่อ All To MP3 Converter (อายุใช้งาน 14 วัน) มาจากอินเตอร์เน็ตครับ  เมื่อจะแปลงไฟล์ก็ทำได้ง่ายๆเพียงคลิ้กขวา บนไฟล์เสียงที่จะแปลง ตอบรับ 2-3 ครั้งกระบวนการก็จะเริ่มขึ้น ผมเลือก Bit-Rate ที่ระดับ 128 Mb. และตั้งค่าให้เป็น MONO เพื่อไม่ให้ขนาดไฟล์ใหญ่เกินจำเป็น ทำสำเร็จ นำลงเครื่องเล่น ทดสอบและนำไปใช้จริงเรียบร้อยแล้วครับ  ตอนกลางวันคนน้อยก็ใช้วิทยุธานินทร์เครื่องเดิมเป็นภาคขยาย+ลำโพงพอให้ฟังกันได้ในบ้าน  ตกเย็นก็ใช้วิธีต่อสายตรงออกจากช่องหูฟัง(Phones) ของเครื่องเล่น MP-3 และเสียบต่อเข้าช่อง Line In ของเครื่อง Audio Mixer เปิดบทสวดทำวัตรเย็นแปลไทย ให้ฟังกัน แล้วต่อด้วยธรรมบรรยายของท่านปัญญาฯ อีกช่วงหนึ่ง จนราวๆ 1 ทุ่มก็มีพิธีกร มารับช่วง พูดคุยเชิญแขกเหรื่อต่อไปจนเสร็จสิ้นพิธีสงฆ์
    วันนี้ตอนกลางวันมีเรื่องเล็กเรื่องน้อยหลายเรื่อง เช่นรายละเอียดการจัดทำข้อมูลเพื่อเพิ่มเข้าไปในหนังสือธรรมะที่จะแจก  ต้องเรียกคนทำมาคุยรายละเอียดว่าจะเอาอย่างไรดี ระหว่างสี กับขาวดำ สุดท้ายก็ลงเอยที่เอาแค่ Laser ขาวดำ  เพราะหากถ่ายเอกสารสีตามที่เขาบอกมา จะต้องลงทุนเพิ่มมากกว่าราคาหนังสือเสียอีก ถึงทำได้ก็คิดว่าไม่ควรทำ  เพราะจุดเน้นอยู่ที่สาระประโยชน์ เราพยายามจะกล่าวถึงตัวตนของแม่แต่เพียงน้อยนิด เท่าที่จำเป็น และมุ่งเน้นความรู้ที่จะนำไปสู่การปฏิบัติป็นสำคัญ
    นอกจากนั้นก็เป็นเรื่องการโทรศัพท์ประสานงานเกี่ยวกับของชำร่วยที่จะแจกคู่กับหนังสือ และประสานเรื่องการเดินทาง เรื่องที่พักให้กับเพื่อนฝูงกลุ่มต่างๆที่มีกำหนดมาทั้งในวันพรุ่งนี้ และวันที่ 10 พค. ป้ายบอกทางที่ใช้วิธีตัดสติ๊กเกอร์ ติดบนฟิวเจอร์บอร์ด หลานๆเขาก็ช่วยติดแล้วแต่ยังไม่ได้นำไปติดตั้งครับ  พรุ่งนี้ก็คงเรียบร้อย  ติดที่สี่แยกถนนสายเอเชียจุดหนึ่ง ให้เห็นว่าที่สี่แยกเข้าตัวอำเภอไชยานั้น แทนที่จะไปทางตะวันออกเพื่อเข้าตลาดไชยา  ป้ายก็จะชี้บอกให้ไปทางตรงกันข้ามคือไปทางตะวันตก ซึ่งตรงไปตามถนนลาดยางอีกประมาณ 9 กม. ก็ถึงบ้านซึ่งอยู่บริเวณสี่แยกทางเข้าวัดสุทธาวาส เห็นเด่นชัด แต่ก็จะทำป้ายอีก 1 ป้าย ชี้ให้เห็นชัดๆ บริเวณแยกหน้าบ้านด้วยครับ

    ระยะนี้นอกจากได้เห็นหลายท่านเข้ามาทักทายส่งความปรารถนาดีและความเห็นใจผ่าน Blog แล้ว ผมยังได้รับโทรศัพท์จากมิตรสหายกลุ่มต่างๆ และลูกศิษย์อีกหลายท่าน ซึ่งไม่อาจเอ่ยนามได้หมด รวมทั้งน้องบ่าวเม้ง สมพร ช่วยอารีย์ จากเยอรมัน และ ท่าน JJ (รศ.จิตเจริญ ไชยาคำ) จาก ม.ขอนแก่นด้วย ซึ่งต้องขอขอบคุณในน้ำใจไมตรีของทุกท่านไว้ณ ที่นี้ด้วยอีกครั้งหนึ่งครับ

 

อะไรเอ่ย ?

หนักแน่นกว่าภูผา .. ฉ่ำชุ่มเย็น และ กว้างใหญ่กว่าผืนน้ำ