ขนของ เล่นเอาเหงื่อไหล ไคลย้อย

ขอเล่าต่อจากเมื่อวานเลยนะครับ เมื่อปิดเล้าก็ต้องมีเปิดเล้าใช่ไหมครับ แต่ก่อนที่จะเปิดเล้านั้นก็ต้องมีการทำเคลียร์ของที่อยู่รอบๆเล้าให้หมดเสียก่อน ไม่ว่าจะเป็นเศษไม้ เศษเหล็ก พลาสติก

 

ตอนแรกก็นึกว่าคงขนไม่นานหรอก น่าจะเหลือแค่นิดเดียว (สบายล่ะเราวันนี้ ฮ่าๆๆ) แต่ที่ไหนได้ขนไปขนมา ไม่หมดสักที  (คิดผิดแล้วซิเราฮือๆๆ ) เล่นเอาเหงื่อไหล ไคลย้อยเหมือนกันครับ ขนตั้งแต่เช้าจนถึงเที่ยง ถึงหมด รถวิ่งไปวิ่งมาประมาณ 4-5 รอบ ขนขึ้นแล้วก็ยังต้องไปขนลงด้วย

 

 และต้องมีการแยกประเภทของสิ่งที่เก็บมาด้วยเพื่อให้ง่ายต่อการเก็บขายต่อไป แถมยังมีรถติดร่องน้ำที่ขุดไว้เพื่อระบายท้ายเล้าด้วย รถก็เป็นรถตุ๊กๆๆ บ้านเรานี่แหละครับ น่าจะเป็นการประหยัดน้ำมันกว่ารถเครื่อง แต่ด้วยแรงจากกำลังกายของทุกคนที่ช่วยกันขนทำให้รถขึ้นจากร่องระบายน้ำด้วยดี อย่างนี้แหละที่เรียกว่า  สามัคคีคือพลัง

 

เมื่อเวลาก็มาถึงหลังจากที่ปิดเล้าแล้วก็ต้องเปิดเล้า เปิดเล้าในเวลา 10.00 น. จะเปิดพัดลมทุกตัวเพื่อเป็นการระบายอากาศ สารเคมีที่พ่นไปเมื่อวาน ให้กลิ่นหมดไป  (ยังได้กลิ่นอยู่เลยตอนรับไก่ อิอิ...)

 

ในตอนบ่ายก็ได้ดูพี่สัตวบาล swop เชื้อ เพื่อไปตรวจดูว่ามีเชื้อที่ก่อโรคอยู่หรือเปล่า จะตรวจที่ พื้นแกลบ ตามเพดาน ตามหัวnipple ตามห้องกรงไข่  จะนำตัวอย่างส่งไปที่ lap ที่โรงเชือดต่อไป

 

และในตอนเย็นเวลา 17.00 น. ก็มีการรับไก่จากฝั่ง pullets 4 โดยจะรับเอาตัวผู้มาก่อน จะลงไว้ห้องล่ะ 500 ตัว อัตราส่วนของตัวผู้  1 : 10 ตัวเมีย แต่จะรับไก่ตัวผู้ 12% ของฝูง เผื่อว่าไก่ตัวผู้ตายด้วย

 

ในการรับลูกไก่รู้สึกว่าจะสบายกว่าส่งไก่อยู่ครับ เพราะจะปล่อยไก่ออกจากกล่องเฉยๆไม่ได้ทำอะไรมาก แต่ว่าวันนี้น่าจะเป็นแค่การชิมรางดูก่อน เพราะของจริงอยู่ที่ไก่ตัวเมีย คนงานบอกว่า เหนื่อยกว่ารับไก่ตัวผู้มาก น่าจะตัวเมียมีจำนวนมากกว่าตัวผู้ หรืออย่างไรก็ไม่ทราบได้

อย่างนี้ก็ต้องคอยดูกันต่อไปในวันพรุ่งนี้แล้วล่ะครับ