ทำความดีเหนื่อยนะ ต้องคอยตอบคำถาม แต่ถ้าเป็นคนดีสิไม่เหนื่อย

สวัสดีคะ.....

      ช่วงนี้ได้ยินบ่อยมาก  ทำความดีกันเถอะ...  ขอเชิญทำความดี... และบร้าๆๆๆ  พูดเหมือนท่องจำกันมา  เหมือนเปิดเทปกรอซ้ำกลับไปกลับมา...มันจะอะไรกันนักกันหนา....ก่อนนั้นไม่ได้คิดอะไรมาก ฟังแล้วผ่านไป  แต่พอได้ยินบ่อยๆ  เอ..ชักจะคิดไปเรื่อยเปื่อย  เช่น พอตื่นเช้ามาได้ยินทันทีว่า  "วันนี้คุณทำความดีหรือยัง"  แหม..  ทำให้นึกไปถึง "วันนี้คุณดื่มนมหรือยัง" เลยอ่ะนะ 

       คิดๆ ดูแล้ว การสอนให้ทำความดีเป็นเรื่องยุ่งยาก  เด็กแถวบ้านเก็บกระเป๋าเงินได้จะเอาไปคืนเจ้าของ  ต้องไปนั่งรอบนโรงพักเป็นนานสองนานรอเจ้าของกระเป๋า  รอแล้วรอเล่าเขาก็ไม่มา..อดทำความดีเลยอ่ะ ...สงสารจัง  ทั้งแม่และลูกรอเก้อทั้ง 2 คน  แถมต้องตอบคำถามนักข่าว  ที่ถามด้วยความสนใจใครรู้ว่า...คิดอย่างไรถึงเอามาคืนคะ...ใครสอนคะว่าถ้าพบกระเป๋าตังค์ หรือเก็บเงินได้ให้เอามาคืน...อะไรทำนองนี้ .... เด็กน้อยต้องเค้นหาคำตอบจากสมองเพื่อตอบคำถามให้ได้  แทนที่จะได้ไปวิ่งเล่นสนุกสนาน  แสนสงสารจริงๆเลย 

      ผลการยกย่องคนทำความดี  .. จนไม่ดูตาม้าตาเรือ  เหยื่อของแฟชั่น ทำความดีระบาดก็ นายสมพงษ์ เลือดทหารนั่นงัย  จำชื่อได้ทั่วบ้านทั่วเมือง นั่นก็ผลมาจากการยกย่องคนที่ทำความดีจนโอเว่อร์ ... 

      คนตัวเล็กๆ อย่างเรา จะไปแบกรับภาระสังคมที่ใหญ่โตได้อย่างไรนัก...แค่ครองตนให้ดี  ไม่ทำความเดือดร้อนให้ใคร ไม่คดโกงใคร นั่นก็ดีมากแล้ว  การเป็นคนดี สงบ เย็น คนอยู่รอบข้างได้สบายใจ นั่นแหละไม่เหนื่อย  ไม่ต้องบรรยาย  ไม่ต้องประชาสัมพันธ์ ไม่ต้องโฆษณาสรรพคุณความดี จะมีก็แต่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรนั่นแหละที่ต้องมานั่งบรรยายความดีเพื่อให้คนเห็นจะได้รับเลือกเข้าสภา  แต่เราคนดีไม่ต้อง  เพราะฉะนั้นไม่เหนื่อยแน่นอน  confirm

      ต่อไปนี้เป็นตัวอย่างของคนดีไม่ใช่ตัวอย่างของการทำความดี เรื่องนี้เป็นเรื่องเล่านานมากประมาณ 20 ปีได้ ลงในนิตยสาร ซึ่งจำชื่อไม่ได้แล้ว ยังประทับใจจำได้ไม่ลืมเป็นเรื่องของคุณป้าคนหนึ่งขายของอยู่ในตลาดสดที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี เห็นเด็กหนุ่มคนหนึ่งลืมกระเป๋าหิ้วไว้ในตู้โทรศัพท์ แกเดินไปเอามาเก็บไว้ให้หวังว่าเค้าจะกลับมาหา  รออยู่ 2 วันก็แล้ว 3 วันก็แล้วไม่มาสักที จึงเปิดกระเป๋าออกดู พบว่าในกระเป๋ามีเงินเยอะมากกะประมาณเป็นแสนๆบาท แก  ตกใจ  ต้องซ่อนกระเป๋ากลัวคนจะเห็น เอากลับบ้านแล้วเอามาด้วยทุกวันเพราะกลัวจะหาย กลัวคนที่บ้านจะเห็น  พร้อมกับกลุ้มใจกลัวเงินจะหาย  หลายวันต่อมาแกเห็นเด็กหนุ่มคนนั้นมาที่ตู้โทรศัพท์  นั่งลงร้องให้  แกเห็นก็รีบเอากระเป๋าไปคืนให้ ง่ายๆๆ ไม่มีพิธีรีตอง  เด็กหนุ่มคนนั้นพยายามให้เงินตอบแทนแกก็ไม่รับไว้  จึงให้เบอร์โทรศัพท์ไว้เผื่อมีเรื่องฉุกเฉินให้โทรหาจะได้ตอบแทนได้บ้าง  พอเด็กหนุ่มนั้นไปแกรีบเอากระดาษจดเบอร์โทรนั้นไปแช่น้ำให้ละลายเพราะกลัวลูกหลานตัวเองจะไปรบกวนเขา ทราบภายหลังว่าเงินจำนวนนั้นเป็นเงินที่ใช้ซื้อกุ้งจึงต้องพกมาคราวละมากๆ  ซึ่งหลังจากเหตุการณ์นั้นเด็กหนุ่มคนนั้นก็ไปมาหาสู่เป็นประจำ...แกอธิบายง่ายๆว่า  มันไม่ใช่ของเรา ...นี่เป็นตัวอย่างหนึ่งที่เกิดขึ้นและไม่เป็นข่าวใดๆๆ  เรื่องของคนดีมีมากมายทั่วไปในสังคม

      การทำความดีเป็นเรื่องหยาบ  การเป็นคนดีเป็นเรื่องปราณีต ...