หลวงพระบางได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกโลกด้วยเหตุผล คือ มีวัดวาอารามเก่าแก่มากมาย มีบ้านเรืออันเป็นเอกลักษณ์โคโลเนียลสไตล์ ตัวเมืองตั้งอยู่ริมน้ำโขงและน้ำคาน ซึ่งไหลบรรจบกันท่ามกลางธรรมชาติอันงดงาม และชาวหลวงพระบางมีบุคลิกที่ยิ้มแย้มแจ่มใส เป็นมิตร มีขนบธรรมเนียมประเพณีที่งดงาม

หลวงพระบางเป็นเมืองเอกของแขวงหลวงพระบาง สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว อยู่ทางเหนือของประเทศ ตั้งอยู่ริมแม่น้ำโขงและแม่น้ำคาน ซึ่งไหลมาบรรจบกัน องค์การยูเนสโก ยกย่องให้เป็นมรดกโลก

 หลวงพระบาง

หลวงพระบางได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกโลกด้วยเหตุผล คือ มีวัดวาอารามเก่าแก่มากมาย มีบ้านเรือนอันเป็นเอกลักษณ์โคโลเนียลสไตล์ ตัวเมืองตั้งอยู่ริมน้ำโขงและน้ำคาน ซึ่งไหลบรรจบกันท่ามกลางธรรมชาติอันงดงาม และชาวหลวงพระบางมีบุคลิกที่ยิ้มแย้มแจ่มใส เป็นมิตร มีขนบธรรมเนียมประเพณีที่งดงาม ในขณะที่มรดกโลกแห่งอื่นอาจได้ขึ้นทะเบียนอย่างจำเพาะเจาะจงในโบราณสถาน ธรรมชาติ แต่หลวงพระบางทั้งเมืองได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกของมวลมนุษยชาติเมื่อเดือนธันวาคม พ.ศ. 2538 และยังได้รับการยกย่องว่าเป็นเมืองที่ได้รับการปกปักษ์รักษาที่ดีที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

 หลวงพระบาง

ด้วยความเป็นมรดกโลกนี่เอง จึงทำให้คุณลูกฮักอยากไปเยือนนัก หลังจากที่พลาดไม่ได้ไปกับคณะกฐินผ้าป่าเมื่อปีก่อน เมื่อมีวันหยุดติดต่อในช่วงของวันแรงงาน จึงได้โอกาสหนีเที่ยวและคล้ายว่าออดอ้อนให้พาเที่ยวหน่อย

หลวงพระบาง

กว่าจะเดินทางจาก กรุงเทพถึงหนองคาย ก็ปาเข้าไปสิบโมงกว่า เนื่องจากการรถไฟไทยยังเสียเวลาเหมือนเดิม ดีที่วันนี้ไม่ถึงเที่ยงกว่า เวลาในการท่องเที่ยวจึงน้อยลง ซ้ำร้ายด้วยการลืมพาสปอร์ต เวลาจึงเหลือแค่ 3 วัน 2 คืน จากการใช้บัตรผ่านแดน.......เฮ้อออ..........การเดินทางไม่ได้วางแผนอะไรมาก คุยกันว่า ไปลั้นลาเอาดาบหน้า ไม่ได้ชวนใครหลายคนให้มากคนมากความ  

 

กว่าจะได้ทานข้าวเช้าบวกเที่ยง ข้ามด่านก็เกือบเที่ยงวัน รถไปหลวงพระบางที่เป็น รสบัส VIP ก็หมดเที่ยวแล้ว เหลือรถธรรมดา จะทนได้ไหม กับรถไม่มีแอร์ ที่นั่งแคบๆ เสบียงข้าวของของผู้โดยสารเต็มทางเดินไปหมดกับเวลาเดินทาง 10 ชั่วโมง เครื่องบินก็ไม่ได้ มีชาวรถตู้มาตื้อให้เช่ารถเที่ยว คิดไปคิดมาเลยตัดสินเลือกรถตู้ ในราคา 4 พันบาทต่อวัน รวม 3 วัน ลดให้เหลือ 11,800 บาท ลดให้เยอะมาก

 

ออกจากเวียงจันทน์บ่ายโมง แวะทานเฝอที่เมืองโพนโฮงตอนบ่ายสามโมง และแวะข้าวเย็นที่กิ่วกระจำ เมื่อเวลาประมาณ เกือบสองทุ่ม ถึงหลวงพระบาง เกือบสี่ทุ่ม วิงเวียนกับถนนที่คดเคี้ยวเป็นงูเลื้อย โค้งทุก 50 เมตร คิดถึงคำพูดของสาวไกด์เมื่อครั้งมาครั้งก่อน บอกว่า ถนนไปหลวงพระบางมีแค่ 3 โค้ง คือ โค้งซ้ายโค้งขวาและโค้งอันตราย

 

ให้รถไปส่งแถวไปรษณีย์ ร้านกาแฟโจมา เพื่อหาที่พักตามที่คุณ paleeyon แนะนำ แต่หาบ้านไม้หลังสวยไม่เจอเลย ชื่อที่พักก็ไม่รู้จัก คิดได้อยู่ชื่อเดียว คือ นกน้อย โชคดีที่อยู่ซอยนี้พอดี เป็นที่พักราคาถูก พัก 3 คน ห้องแอร์ ห้องน้ำในตัว คิด 17 ดอลล่าร์ แต่เด็กคนเฝ้าอยากได้เงินกีบกับเงินบาท บอกว่า เงินดอลล่าร์ราคาถูก ไม่ได้ดูห้องพักตัดสินใจเลือกเลย เพราะเหนื่อยและเมารถ ดีที่ห้องสะอาด ห้องน้ำก็สะอาดถือว่าโชคดีอีกรอบ เกือบห้าทุ่มรีบนอนต้องตื่นหกโมงไปใส่บาตรตามความนิยม

 หลวงพระบาง

กิจกรรมท่องเที่ยวเมืองหลวงพระบาง ได้แก่ การใส่บาตรพระสงฆ์ 300 รูป ถนนศรีสว่างวงศ์ เที่ยวน้ำตกตาดกวางสี เที่ยวถ้ำติ่ง เที่ยวหมู่บ้านช่างไห ชมพระราชวังซึ่งเดี๋ยวนี้เป็นพิพิธภัณฑ์ ชมหอพระบาง ชมวัดเชียงทอง วัดพระธาตุหมากโม ไหว้พระธาตุพูสีบันไดขึ้นและลงสามร้อยกว่าขั้นและชมพระอาทิตย์อัสดง ช้อปปิ้งตลาดม้งซึ่งดูแล้วไม่ค่อยต่างจากถนนคนเดินที่เชียงใหม่ซักเท่าไร งานนี้ไม่ได้ไปถ้ำติ่ง เพราะค่าเรือเช่าเหมาลำ 1200 บาท ถือว่าไม่ค่อยคุ้ม ทำเอาแขกเราหน้าบูดที่ไปไม่ครบสถานที่

 หลวงพระบาง

หลวงพระบาง

หลวงพระบาง

การเข้าชมทุกสถานที่ ต้องซื้อบัตร คนต่างประเทศ คิด 20 พันกีบต่อคน เทียบเป็นเงินไทย 80 บาท จ่ายเงินไทยขาดทุนเล็กน้อย เลยแลกเป็นเงินกีบ แลกมาพันบาท หมดไปกับการเข้าชมที่ต่างๆๆพอดี ส่วนการเข้าชมพิพิธภัณฑ์ จ่ายมากหน่อย 30 พันกืบต่อคน แต่ละที่ คูนสามคน คิดในใจ แพงๆๆๆๆ แถมด้วยการจ่ายเงินกีบผิดๆถูกๆ เสียค่ากล้วยปิ้ง 3 ลูก ไป 2 หมื่นกีบ เกือบ 80 บาท (เสียดายอย่างแรงแต่คุณสามีไม่ให้กลับไปทวง)  ลืมเล่าไปเรื่องว่า เมืองหลวงพระบางผู้คนเป็นมิตร คุณสามีเลยมีคนมาตีซี้ทำเป็นรู้จักแล้วขอค่าเหล้าไปพันบาท(เสียดายอย่างแรงมากกว่ากล้วยปิ้งอีก ไม่บ่นก็ไม่ใช่.....)

หลวงพระบาง

 

อาหารที่ขึ้นชื่อที่นี่ คงเป็น ไคแผ่น(สาหร่าย) กับแจ่วบอง(น้ำพริก) ซึ่งคุณลูกฮักเลือกซื้อร้านมีชื่อตราดอกบัว เพราะบอกว่า ดูดีกว่าซื้อตามตลาด คนขายอัธยาศัยดี บอกว่า เคยมาจัดแสดงที่ไบเทคของไทยแลนด์ด้วย ช่างเลือกดีจังนักช้อปตัวยง

อาหารที่ขาดไม่ได้อย่างหนึ่งของป้าแดงก็คือส้มตำแต่มาต่างสถานที่ไกลเพียงนี้ เลยไม่กล้าทานเปลี่ยนไปสั่งตำแตง มาเป็นแว่นๆเลย ส่วนที่วังเวียงหั่นคล้ายๆลูกเต่า รสชาดออกหวาน อร่อยพอแก้ขัดชวนกินข้าวได้เยอะขึ้น

หลวงพระบาง

การท่องเที่ยวครั้งนี้ กินหรู นอนไม่ค่อยหรูแต่สะอาดดูดี ทำห้องให้ทุกวัน  เดินทางแบบสะดวกสบาย หารเฉลี่ย 3 คน คนละ ประมาณ 5500 บาท สบายใจไทยแลนด์กับเมืองมรดกโลกหลวงพระบางดินแดนที่ใครๆก็อยากไปเยือน แต่คณะเราคงรู้สึกเฉยๆ หากไม่มีคนชวนที่ถูกใจถูกคอ ก็คงไม่กลับไปอีก

 

หลวงพระบาง