หายนะ จากธรรมชาติ

     เมื่อสุดสัปดาห์ที่แล้ว ประเทศเพื่อนบ้านของเราต้องประสบกับ หายนะจากภัยธรรมชาติครั้งร้ายแรงที่สุด ซึ่งทำให้มีผู้คนบาดเจ็บล้มตายเป็นอันมาก  เธอคือพายุ ไซโคลน นาร์กีส ซึ่งเป็นพายุที่รุนแรงที่สุดในประวัติศาตร์ของประเทศ พม่า ซึ่งพายุลูกนี้ มีความรุนแรงถึง 212 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เหตุที่ครั้งนี้ มีผู้คนล้มตายเป็นจำนวนมาก นั้น ก็มาจาก ไม่มีระบบเตือนภัยที่ดีพอ กอรปกับ พายุได้พัดผ่านจุดศูนย์กลางทางเศรษฐกิจ แหล่งเกษตรกรรม จึงทำให้มีความเสียหายร้ายแรง ความเสียหายที่เกิดขึ้นนั้น มาจากแรงลม และคลื่นพายุซัดฝั่ง ซึ่งทำลายทุกอย่างจนพินาศ ณ ปัจจุบันนี้ ขณะเขียน ยอดผู้เสียชิวิตเกิน 15000 คน ไปแล้ว ระบบสาธารณูปโภค ต่างๆก็ไม่สามารถ ใช้การได้ ทำให้เกิดความยากลำบาก กับผู้รอดชีวิตที่นั่น ซึ่งความเสียหายร้ายแรงที่สุดนั้น อยู่บริเวณแถบลุ่มน้ำ อิระวดี
     ซึ่งหากประเทศพม่านั้นมีระบบการเตือนภัยที่ดีพอ ก็จะสามารถอพยพ ประชาชน ให้หลีกหนีกับภัยธรรมชาติในครั้งนี้ได้ ซึ่งภัยธรรมชาติชนิดนี้สามารถเตือนภัย และคาดเดาได้ โดยที่มีระบบเตือนภัยที่ดี

     ย้อนกลับมาสู่ประเทศไทย หายนะจากพายุไต้ฝุ่นเกย์ ในปี 2532 ในครั้งนั้น เป็นบทเรียนให้แก่ประเทศได้เป็นอย่างดี แต่ถึงกระนั้นระบบ การเตือนภัย ก็ยังไม่เป็นรูปเป็นร่าง ตัวอย่างเช่น ศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ ซึ่งจัดตั้งขึ้นมา ตอนแรกดูท่าว่าจะไปได้สวยดี แต่พอถัดมาไม่กี่ปีก็ไม่มี ใครใส่ใจ ซึ่งบทเรียนจากพายุไต้ฝุ่นเกย์ และสึนามิ ที่ผ่านมา คงตอกย้ำได้เป็นอย่างดี ถ้าเราขาดการเตือนภัย และการเฝ้าระวังติดตามที่ดี ภัยพิบัติก็อาจจะมาซ้ำอีกรอบก็ได้ ...