เรื่องเล็กๆ สำหรับคนอื่น แต่ดูยิ่งใหญ่สำหรับผู้เขียน อิอิ

ผู้เขียนเองได้มีโอกาสเป็นตัวแทนในการแข่งขันกีฬาบุคลากรสำนักงานคณะกรรมการอุดมศึกษา  ครั้งที่  27  ในการแข่งขันกีฬา  ประเภทกรีฑา  กระโดดไกล  และ  วิ่ง  100  เมตร  รุ่นไม่เกิน  34  ปี  ซึ่งเป็นครั้งแรกของผู้เขียนที่ได้มีโอกาสได้แข่งขันกีฬาในครั้งนี้

กระโดดไกล  ผู้เขียนแข่งวันที่  4  พฤษภาคม  2551  ซึ่งมีผู้แข่งจำนวน  17  คน  แต่ละคน  ล้วนแต่มีความสามารถกันทั้งนั้น  ครั้งแรกที่ผู้เขียนลงแข่งทีแรกคิดว่าเป็นเหมือนคนทำงาน  แล้วมาเล่นกีฬากัน  แต่ที่ไหนได้แต่ละมหาวิทยาลัยได้ส่งตัวแทน  ที่มีความสามารถและเก่งกันมากๆ  คิดว่าไม่จริงจังอะไร  แต่ที่ไหนได้ผู้เขียนเองได้ลงแข่งขัน  ยอมรับว่ากระโดดไกล  ไม่เคยกระโดดมาเลย  เคยแต่โดดตอนสมัยเรียนเล่นๆ  พอได้กระโดดจริงๆ  มัวแต่กังวลว่าจะฟาวด์  โดนแป้งที่จุดกระโดด  ทำให้ได้ที่  9  จาก  17  คน  แต่ก็ยังดี อิอิ   ทำให้ชวดเหรียญไปซะ  คิดให้กำลังใจตัวเองว่าถ้าเราหมั่นซ้อมกว่านี้  คงระยะไกลกว่านี้

และในวันที่  6  พฤษภาคม  2551  ผู้เขียนได้ลงแข่งขัน  วิ่ง  100  เมตร  รุ่นไม่เกิน  34  ปี  เวลา  09.20  น.  รอบคัดเลือกซึ่งมีผู้แข่งขัน  แบ่งเป็น  3  พวก

พวกที่  1  มีทั้งหมด  6  คน  ซึ่งในทีมนี้มีนักกีฬาทีมชาติอยู่ด้วย  ซึ่งก็คือ  พี่สุภาวดี  ขาวเผือก  ผู้เขียนเองก็แอบชื่นชมในความสามารถ  และขอถ่ายรูปร่วมกับพี่เค้าด้วย  และหนึ่งในนั้นก็มี  แก่นจัง  http://gotoknow.org/profile/kannjang  ด้วย  ซึ่งสาวร่างเล็กคนนี้ก็เล็กแต่ตัว  แต่ใจสู้   แต่ก็เป็นไปตามความคาดหมาย พี่สุภาวดี  ขาวเผือกเข้าที่  1  ด้วยเวลา  14.40 วินาที  (ถ้าจำไม่ผิด  แต่ดูพี่เค้าวิ่งแบบสบายๆ  มากเลย)  ลำดับที่สอง  จากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่  ด้วยเวลา  14.85  วินาที

พวกที่  2  มีทั้งหมด  6  คน  รู้สึกว่าจะถอนตัวไป  ประมาณ  3  คน  หนึ่งในนั้น  ก็มีผู้เขียนอยู่ในกลุ่มนี้ด้วย  ทำให้เหลือผู้แข่งขัน  3  คน   ลำดับที่  1  คือ  ผู้เขียนเอง  ด้วยเวลา  15.92  วินาที โดยมือนวดก็คือแก่นจัง ลำดับที่  2  จากมหาวิทยาลัยไหนไม่แน่ใจ  รู้แต่ว่าเวลา  16.48  วินาที

พวกที่  3  มีทั้งหมด  6  คน  ลำดับที่  1  จากมหาวิทยาลัยศิลปากรด้วยเวลา  15.75  วินาที  ส่วนลำดับที่  2  ไม่แน่ใจจากที่ไหน 

พอผู้เขียนเห็นเวลาการคัดเลือกแล้ว  ถ้าเรียงลำดับ  ผู้เขียนอยู่ในลำดับที่  4  ซึ่งในใจก็คิดเหมือนกันว่าจะสู้เค้าไหวไหม แต่ยังไงก็ขอทำให้ดีที่สุด  จะกลัวอะไร  อีกทั้งกำลังใจข้างสนามดีอยู่แล้ว ต้องขอบคุณจริงๆ 

เวลาประมาณ  13.30  น.  รอบชิงชนะเลิศ  ผู้เขียนเองใจเต้นเหมือนกัน  มีผู้แข่งที่ถูกคัดเหลือประมาณ  8  คน  สุดท้าย  ในใจก็คิดว่าถึงแพ้ก็ไม่เป็นไรอย่างน้อยเราก็มีโอกาสได้แข่งขันกับอดีตนักกีฬาทีมชาติ  อย่างพี่สุภาวดี  ขาวเผือก  ผู้เขียนเองอยู่ในลู่วิ่งที่  6  และเมื่อเสียงปืนดัง  ผู้เขียนเองก็ออกตัวอย่างเต็มที่   และได้ยินเสียงกองเชียร์ดังอยู่ในสนาม  ลำดับที่  1  ก็คงเป็นไปตามความคาดหมาย  พี่สุภาวดี  ขาวเผือก  เข้าลำดับที่  1  แบบชิว  ชิว  (แบบสบายๆ)  ด้วยเวลา  13.26  วินาที  ส่วน  ลำดับที่  2  จากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่  ด้วยเวลา  15.06  วินาที  ลุ้นกันแทบขาดใจ โดยผู้เขียนเองเข้าเป็นลำดับที่  3  ด้วยเวลา  15.15   วินาที  เชือดเฉือนกับผู้เขียนไป  0.09  วินาที อีกนิดเดียว  กรรมการยังแซวว่าถ้าแอ่นอกอีกนิดหนึ่งนะ  ได้ที่สองแน่นอน  หุหุ  (เสียดายที่ลืมใส่เสริมมา-->  หุหุ)  เพราะกรรมการเรียกไปดูภาพตัดสินตอนเข้าเส้นชัย  ว่าใครเข้าถึงก่อน  แต่จริงๆแล้ว  ผู้เขียนเองได้มือนวดชั้นดี  ก็คือ  พ่อ  ของผู้เขียนเอง  และแม่  พี่ๆ  และหลานๆ  ที่มาเชียร์เป็นกำลังใจถึงขอบสนาม  อีกทั้ง  พี่ๆ  ที่ทำงาน  และเพื่อนสนิท  อิอิ  ที่มาร่วมเชียร์  ลำดับที่เท่าไหร่ไม่สำคัญ  ผู้เขียนคิดว่าการเชื่อมสัมพันธ์ของบุคลากรเป็นสิ่งที่ดีที่สุด  http://nugames.nu.ac.th/news_view.php?n_id=105&action=view

มอบโดยคณบดีคณะเกษตรศาสตร์ฯ  ม.นเรศวร

 

เสียดายที่ไม่ได้ร่วมถ่ายกับพี่สุภาวดี เพราะติดภาระกิจ  แต่ไม่เป็นไร  ยังไงก็ได้เจอตัวจริงแล้ว

สิ่งสุดท้าย  ที่ลืมเสียไม่ได้  คือ  ท่านองค์สมเด็จพระนเรศวรของเรา  ที่ดลบันดาลให้ผู้เขียนมีแรงและกำลังใจ  ซึ่งผู้เขียนได้ไปไหว้ท่านที่ลานสมเด็จตั้งแต่เช้าก่อนลงแข่งขัน  แต่เหนือสิ่งอื่นใด  ก็คือ  กำลังใจของผู้เขียนเอง  งานนี้  ต้องไปแก้บนซะแล้ว  เพราะผู้เขียนบอกท่านว่า  ขอเหรียญอะไรก็ได้หนึ่งในสามนี้  ก่อนแข่งผู้เขียนเองก็บอกท่านว่า  ท่านค่ะ ลูกอยากแก้บนให้ท่านนะค่ะ  สงสัยท่านคงจะสงสารลูกช้าง  แน่ๆ  เลย   อิอิ

 

(แหล่งที่มาของรูปภาพจากประมวลภาพการแข่งขันนเรศวรเกมส์)