เมื่อสักครู่ ( ๖ พ.ค.๒๕๕๑ ราว ๑๙ น.) ได้ชมข่าวทางโทรทัศน์ ช่อง NBT ทำให้ทราบว่า ที่ จ.สุรินทร์มีเกษตรกรเลี้ยงปลาในกระชังได้รับสารพิษ ปลาที่เลี้ยงไว้เสียชีวิต เขาไม่ย่อท้อจะไปซื้อปลามาเลี้ยงใหม่ เขาให้สัมภาษณ์สื่อว่าต้องอดทน และมักเกิดปัญหาขึ้น
ข่าวต่อจากข่าวเดิมทราบอีกว่า ที่ อ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา มีปลาที่อยู่ตามธรรมชาติในแม่น้ำลำคลอง ตายลอยแพ ทางราชการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้ไปเก็บตัวอย่างและจะทราบผลภายใน ๑ สัปดาห์ว่าปลาตายด้วยสาเหตุอะไร
ผมสนใจ ๒ ข่าว และเกรงว่าจะหลงลืมเลยถือโอกาสเขียนข้อความไว้ว่า ข่าวแรกเหตุเกิด ที่ จ.สุรินทร์ ในข่าวไม่มีข้าราชการมีเพียงชาวบ้านพูดทำใจและจะเลี้ยงต่อ ส่วนข่าวต่อมาราชการเก็บตัวอย่างไปตรวจต้องรอเวลานานอยู่พอสมควร
น้ำเสียปลาตาย ตามความเข้าใจของผมถือว่าไม่ธรรมดา แต่สิ่งที่ปรากฏเป็นข่าวดูเหมือนจะเป็นธรรมดา ดูเหมือนว่าจะยังไม่เร่งแก้ไขปัญหาที่ต้นเหตุ ( หรืออาจเร่งแต่ผมดูตามข่าวแล้วน่าจะช้าไป ) นั่นคือ การใช้สารเคมีของเกษตรกร หรือ แม้กระทั่งชุมชนระแวกที่ตกเป็นข่าวเขาพากันทำอะไรกันอยู่หนอ? กรณีตามข่าวทั้ง ๒ นี้ น่านบ้านเฮาประมาทไม่ได้ ควรศึกษาหาความรู้ และร่วมด้วยช่วยกันป้องกันภัยมา
น่าสงสารปลานะครับ เวลาน้ำเสียหนี้ไม่พ้น ไม่เหมือนคน
ขอบพระคุณครับพี่ประจักษ์ สำหรับคำทักทาย บ่อยครั้งที่พี่แวะมาเยือนและฝากข้อความ เมื่อหั้วค่ำวันนี้ ได้เห็นข่าวแล้วอดไม่ได้ที่จะบันทึกช่วยจำไว้ เป็นข้อมูลและเพื่อการแบ่งปัน แลกเปลี่ยนเรียนรู้
วัดดีเจ้า เคยมาน่านเมื่อ 14ปีที่ผ่านมายังคิดถึงอยู่ตลอด และคิดว่าสักวันต้องกลับมาอีกครั้ง
สวัสดีครับคุณฤดี ยินดีอย่างยิ่งกับการมาเยือน และ ยินดีต้อนรับกลับน่านเร็ว ๆ นี้ครับผม