แต่ละวันเราอยู่กับความเปลี่ยนแปลง มากบ้างน้อยบ้างตามสถานการณ์ ถ้ากระทบมากเรียกว่าวิกฤติการณ์  เทคโนโลยีทำให้เราทราบความเคลื่อนไหวฟ้าดินได้กระชับขึ้น ไม่ต้องเซ่นวักตักแตนเหมือนสมัยก่อน  สมาชิกในG2Kช่วยกันส่งภาพพายุมาให้รู้เป็นระยะๆ

 

(ภาพแรก ไฟฟ้าตัด ภาพหลังเราตัด ยอดมะม่วงหิมพานต์น่าเก็บมาจิ้มน้ำพริก)

คนเราอยู่กับพระอาทิตย์ พระจันทร์ อุณหภูมิร้อนหนาว ฝนตก แล้ง สารพัดสาระพันของธรรมชาติ แต่เราจะใส่ใจกับหน้าที่การงานมากกว่า เรื่องรอบตัวเป็นเรื่องรอง จนกว่าจะโดนฟ้าผ่า น้ำท่วม เจอสึนามิ ค่อยสะดุ้งตาตั้ง แม้แต่มีG2K.เราก็ไม่ได้ใช้ประโยชน์เท่าที่ควร ใช้นานๆเข้าก็เคยชิน ไม่กระตือรือร้นที่จะค้น-คิด-เขียน บางคนบอกตื้อๆเบื่อๆ เป็นงั้นไป เอาไว้หายเซ็งกลับมาซ่าส์ใหม่ก็ได้นะ มีคนคิดถึงรออยู่เสมอ

(ภาพพายุล่าสุด จากเม้งเยอรมัน)

ถ้าพิจารณาว่า เราเข้ามาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ความรู้หลากหลายที่ออกมาทุกระดับล้วนเป็นตำราที่น่าสนใจ เราจะเดินไปได้อย่างสนุก แต่ถ้าตั้งใจที่จะเสนอความรู้ของเราฝ่ายเดียว เขียนสไตล์เดียวนานๆไปก็อาจจะฝ่อได้ ถ้าเราใฝ่รู้จากคนโน้นนิดคนนี้หน่อย เอาแง่มุมแปลกๆมาแทรกปรับเข้ากับของเรา จะเป็นการเชื่อมโยงเนื้อหาสาระต้นทางที่รอการไต่ระดับได้เรื่อยๆ  เหมือนเสาไฟฟ้าต้นสุดท้าย เขาจะปักเสารอไว้ล่วงหน้าเสมอ 

  

ข่าวพายุฝน ชาวไร่ชาวนาสนใจมากกว่าคนเมือง เพราะมีผลโดยตรงต่อการดำรงชีพและสภาพแวดล้อม การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจ้างเหมาคนมาตัดยอดไม้ที่ไปรบกวนระบบส่งกระแสไฟ ทำให้ไฟฟ้าดับหรืออุบัติเหตุได้ พวกนี้ไม่ปราณีปราสัย มีหน้าที่ก็ตัดๆๆทิ้งระเกะระกะ เห็นชัดว่าวิธีทำงานในบ้านเมืองเราห่วยสิ้นดี บริหารให้เรียบร้อยกว่านี้ไม่ได้หรืออย่างไร?

(พริกที่ปลูกแทรกไม่ดูแล หรือที่เกิดเองจะไม่มีแมลง เพลี้ย รบกวน)

ในสวนป่าตั้งรับฝนหลายเรื่อง เช่น นัดคนงานมาโกยปุ๋ยออกจากคอก หว่านปุ๋ย เอาปุ๋ยไปใส่นาข้าว เราปลูกข้าวหอมมะลิแดงไว้กินและฝากพี่น้อง พอคุ้มปากท้องแต่ละปี ไม่ได้ทำขายเพราะเป็นชาวนาพอกะเทิน

   

     (มะละกอโค่นง่าย ลูกสุกเลี้ยงสัตว์ ลูกออ่นเอาไปใส่ครก ตำทุกวัน โป๊ก โป๊ก) 

ให้เด็กๆดูรางน้ำ เปิดวาวน้ำไปหาถังเก็บน้ำฝนทุกจุด ตัดกิ่งไม้ที่อาจจะหักเกะเกะ ตอนนี้ลมเริ่มพัดวีดๆเข้ามาแล้ว เสียงต้นมะละกอข้างบ้านหัก เจ้านี่เป็นประจำเรื่องหักโค่น เพราะแบกน้ำหนักผลไว้ส่วนบน ลำต้นไม่ได้แข็งแรงอะไร น้ำหนักไม่สมดุล พอเจอน้ำเจอลมก็นอนพับ ออกไปดูผลมะละกอกระจายเกลื่อน

เดินออกไป เก็บมะม่วงหล่น ส่วนใหญ่ผลเน่าจะหล่นก่อน สังเกตเห็นต้นพริกที่ป้าสอนปลูกกลุ่มที่ยังไม่ได้กำจัดวัชพืชงามสะพรั่ง ส่วนกลุ่มที่ปลูกอย่างดีในแปลง ใบหงิกหงอยเพราะเพลี้ยรบกวน เออ..แปลกดีนะธรรมชาติ ทำดีไม่ได้ดี ทำไม่ดีกลับดี บางทีสิ่งที่มนุษย์เข้าใจว่าดี อาจจะไม่เป็นเช่นนั้นก็ได้ สังเกตต้นผักขมที่ขึ้นในแปลงผัก ทำไมมันเจริญงอกงามกว่าผักมากมายก็ไม่รู้นะ ..รึจะเป็นอย่างที่ว่า

ที่รักที่รอไม่มา

มาแต่ของเขาของเราไม่มา

ช่วงนี้มีกีฬาชาวอุดมศึกษาที่พิษณุโลก

ถ้าพายุฝนเข้า

อาจจะเปลี่ยนแปลงชนิดกีฬาทางบก มาเป็นกีฬาทางน้ำก็ได้

ใครเป็นเจ้าภาพในพื้นที่

ฝากดูแลที่รักที่ห่วงจากเชียงใหม่ด้วยก็แล้วกัน

อย่าให้เสียชื่อชาวสกุลเฮนะจ๊ะ

คุณหมอชอบวิ่ง ราณี ครูสุ แก่นจัง พี่นิด และตูน  แซ่เฮ

อิ อิ.