เกือบๆเที่ยงถึงสนามบินเถาหยวน แล้วก้ไปทานอาหาร (อีกแล้ว) อร่อยอีกตามเคย แต่อิ่มมาก เสียดาย มีของโปรดด้วย เป็นข้าวเหนียวมีกุนเชียง เห็ดหอม กุ้งแห้งทอดโรยหน้า มันคล้ายๆบ๊ะจ่างแต่ไม่ได้ห่อด้วยใบไผ่ เขาใส่มาในกระจาดคล้ายๆเข่งปลาทูบ้านเรา ทานไปหน่อยเดียวอร่อยมากๆ เสียดายจริงๆ รู้งี้ไม่ทานอาหารบนเครื่องบินดีกว่า รู้เลยว่าสุภาษิตเจอไม้งามเมื่อยามขวานบิ่นน่ะมันเป็นอย่างไร
อาหารอีกอย่างดูแปลกๆเหมือนจะเป็นขนม คล้ายๆขนมไข่หงส์ที่บ้านเรา แต่ลูกเล็กกว่า ใส้หอมเหมือนเมลอนกวนกับถั่ว น่าจะมีส่วนผสมของเมลอนเพราะว่าใส้สีเขียวและหอมมากส่วนอีกแบบเหมือนคลุกด้วยเมล็ดทานตะวัน ทานได้อย่างละลูก แต่ก็อิ๊มอิ่ม (เหมือนจะเป็นรายการชิมไปบ่นไปซะก้อไม่รู้)
แล้วก็ขึ้นรถไฟฟ้าหัวจรวดไปไทเป (เร็วประหยัดเวลาดีจัง เมื่อไหร่เมืองไทยจะมีมั่งน๊อ) ไปเที่ยวตลาดซีเหมินติง เขาบอกว่าเป็นคล้ายๆเซนเตอร์พอยท์เมืองไทย อากาศกำลังดีกำลังสบาย หนาวนิดหน่อย วันแรกอากาศตอนบ่ายๆ อุณหภูมิยัง 18 °c เลยเดินเที่ยวแบบสบายๆเดินไปเดินมาก็เจอของกิน(อีกแหล่ว) ทั้งๆที่อิ่มๆนี่แหละพอเห้นไส้กรอกเล้กๆคล้ายๆไส้กรอกอีสานบ้านเรา ลองทานดู โฮๆๆๆถ้าไม่ทานเสียใจแย่เลย อร่อยมาก รสคล้ายๆกุนเชียง แต่รสไม่จัดเท่าทานเปล่าๆกำลังดีเลย
ส่วนอันนี้น่าจะเป็นกลยุทธ์เรียกลูกค้า
สวัสดีค่ะ คุณครูป้าก้อย
*ลิ้มศรีนอนไม่หลับอีกแล้ว (นับแกะหลายรอบแล้วค่ะ) เลยแอบ
แวะมาอ่านบันทึก ไม่อยากจะเอ่ย น่าทานทั้งน๊าน แล้วจะแอบ
มาอ่านตอนต่อไปนะคะ
สวัสดีค่ะ ครูก้อย
มาอ่านแล้วเหมือนได้เดินทางร่วมกับครูก้อยค่ะ
ขอบคุณค่ะ
มีแต่ของกินนะ ครูก้อย แต่ก็ทำน้ำลายไหลไปเลย
นั่นซีนะคะ
มีแต่ของกินทั้งนั้นเลย
แต่ไปคราวนี้มีแต่ ของอร่อยๆทั้งนั้นเลยค่ะ
หวัดดีค่ะ...ผอ.
ขนมน่ากินจังเลยค่ะ
ดู ๆ ก็คล้ายบ้านเราน๊ะค๊ะ
เห็นด้วยค่ะว่าที่ไทเปมีแต่ของอร่อยๆ ทั้งนั้นเลย :-)