ในบันทึก “คนดีวันละคน” ผมยังไม่เคยเขียนถึงคนที่เสียชีวิตไปแล้ว รศ. ศลักษณ์ จึงเป็นคนแรก เพราะท่านเสียชีวิตไปตั้ง ๘ ปี แล้ว
เวลานึกถึงโครงการปริญญาเอกกาญจนาภิเษก (คปก.) ทีไร ผมจะนึกถึง อ. ศลักษณ์ทุกครั้ง เพราะท่านเป็นผู้ชี้ให้เห็นอย่างชัดเจนที่สุดในการประชุุมระดมความคิดเรื่องระบบวิจัย ที่ ๔ หน่วยงานเป็นเจ้าภาพร่วมกัน มี สกว. เป็นผู้จัด ที่ชะอำ เมื่อเดือน กพ.๒๕๓๙
ดร. ศลักษณ์ย้ำแล้วย้ำอีก ว่าความฝันที่จะสร้างระบบวิจัยของประเทศให้เข้มแข็ง เป็นสิ่งที่ไม่มีวันเป็นจริง ถ้าไม่เพิ่มจำนวนนักวิจัยขึ้นอีกหลายเท่าของที่มีอยู่ ผมกลับมาจากการประชุมในสภาพที่เชื่อตามท่านอย่างสุดหัวใจ และนั่นคือที่มาของโครงการ คปก.
ในปี พ.ศ. ๒๕๔๑ ท่านได้กรุณาเป็นหัวหน้าทีมประเมินผลกระทบของ สกว. อ่านรายงานผลการประเมินนี้ได้ที่ http://rescom2006.trf.or.th/display/index.php?id_colum=1363 นี่คือการประเมินที่ลึกที่สุดครั้งหนึ่งที่ผมเคยเห็น และเป็นจุดที่ช่วยยืนยันวิธีทำงานสนับสนุนการวิจัยของ สกว. ว่าดำเนินมาถูกทางแล้ว ข้อทำนายผลกระทบจากการศึกษาคราวนั้นค่อยๆ เป็นจริงให้เห็นมากขึ้นเรื่อยๆ เมื่อเวลาผ่านไป
ผมมารู้จักสนิทสนมกับท่านหลังจากผมมาทำงานที่ สกว. และได้รับการชักชวนให้เข้าไปทำงานให้มูลนิธิส่งเสริมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย ที่ ศ. ดร. สิปปนนท์ เกตุทัต เป็นประธานมูลนิธิในขณะนั้น และ อ. ศลักษณ์ เป็นกรรมการคนสำคัญ นอกจากนี้ท่านยังเป็นกำลังสำคัญของสมาคมวิทยาศาสตร์แห่งประเทศไทยด้วย
รศ. ดร. ศลักษณ์ ทรรพนันทน์ เกิดวันที่ ๘ มี.ค. ๒๔๗๖ ถึงแก่กรรม ๒๒ ก.ย. ๒๕๔๓ ด้วยโรคมะเร็งปอด จบการศึกษา วท.บ. เคมี เกียรตินิยมอันดับ ๒ จากจุฬาฯ จบปริญญาเอก Physical Chemistry จาก University of Leicester สหราชอาณาจักรโดยใช้เวลาไม่ถึง ๓ ปี หลังกลับมาทำงานเป็นอาจารย์ภาควิชาเคมี ที่จุฬาฯ ๓ ปี ได้ไปทำ Postdoc ที่นอรเวย์ เป็นเวลา ๘ เดือน
ท่านเป็นผู้บุกเบิกงานด้านทรัพย์สินทางปัญญาของมหาวิทยาลัย เคยเป็นรองอธิการบดีฝ่ายทรัพย์สินทางปัญญาคนเดียวของจุฬาฯ (และของประเทศไทย) เคยเป็นผู้อำนวยการสถาบันทรัพย์สินทางปัญญาของจุฬาฯ โดยก่อนหน้านั้น ท่านเคยดำรงตำแหน่งรองอธิการบดีฝ่ายวิจัยอยู่นานมาก
วิจารณ์ พานิช
๒๗ เม.ย. ๕๑
เรียน ท่านอาจารย์
ท่านอาจารย์ครับ ทำไม ท่านอาจารย์ถึงให้ข้อมูลว่า รศ.ดร.ศลักษณ์ เป็นรองอธิการบดีฝ่ายทรัพย์สินทางปัญญาคนเดียวของจุฬาฯ(และของประเทศไทย)ละครับ หรือว่าปัจจุบัน จุฬา ไม่มีตำแหน่งนี้แล้วครับ ถ้าไม่มี น่าเสียดายนะครับ งานทรัพย์สินทางปัญญาน่าจะเป็นเรื่องสำคัญ งานของมหาวิทยาลัย ทรัพย์สินทางปัญญาน่าจะเป็นเรื่องใหญ่ มหาวิทยาลัยต่าง ๆ ต่างก็ผลิตทั้ง Hardware และ Software หรือมีทรัพย์สินทางปัญญา ต่าง ๆ มากมาย น่าจะทำเรื่องนี้ให้เป็นระบบและจริงจัง(ทั้งการจัดระบบ ดูแลเรื่องลิขสิทธิ์ และการเผยแพร่/จำหน่าย) ผมเอง เคยแอบชื่นชมจุฬา ที่มีรองอธิการบดีฝ่ายนี้ และคิดว่าน่าจะเป็นแบบอย่างแก่มหาวิทยาลัยอื่นได้