เพื่อประชาชน

เปิดให้บริการแล้ว อาจสามารถทัวร์รถปรับอากาศชั้น 1 ใหม่สุดหรู  สายกรุงเทพฯ-จตุรฯ-อาจสามารถ พร้อมใช้เชื้อเพลิงก๊าซ NGV กับรถโดยสารเป็นรายแรกในจังหวัดร้อยเอ็ด

  •                 นายสุเทพ นิติวัฒนานนท์ ขนส่งจังหวัดร้อยเอ็ด ตรวจเยี่ยมผู้ประกอบการขนส่งรถโดยสารประจำทางปรับอากาศชั้น1 สาย 24 กรุงเทพฯ-จตุรฯ-อาจสามารถ ที่นายธำรง อึ้งสำราญ (เฮียโต) ถอยออกมาจากอู่ใหม่เอี่ยมจำนวน 6 คัน และหันมาใช้เชื้อเพลิงก๊าซ CNG หรือ ก๊าซ NGV เป็นผู้ประกอบการรายแรกของจังหวัดร้อยเอ็ดและเป็นรถโดยสารประจำทางที่ได้มาตรฐานความปลอดภัยจาก ปตท.

                นายธำรง อึ้งสำราญ เปิดเผยว่า จากสภาวะราคาน้ำมันแพงขึ้นทุกวันๆ ทำให้ผู้ประกอบการขนส่งต่างๆได้รับผลกระทบโดยตรงจากราคาน้ำมันที่นับวันจะถีบตัวสูงขึ้น จึงได้เร็งเห็นความสำคัญของพลังงานทางเลือกNGV ซึ่งเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ไม่มีมลพิษ แถมยังมีราคาถูก ติดตั้งเครื่องยนต์ NGV ใหม่ซึ่งนำเข้าจากต่างประเทศพร้อมอุปกรณ์ในราคาคันละ 1,000,000 บาท โดยช่างผู้ชำนาญงานผ่านการรับรองมาตรฐานจากปตท. เป็นที่เรียบร้อยแล้ว เราจึงมั่นใจในความปลอดภัย เป็นการลดภาระค่าใช้จ่ายราคาน้ำมันซึ่งเดิมนั้นต้องเติมไป-กลับกรุงเทพฯประมาณ 12,000 บาทแต่พอหันมาใช้ก๊าซ NGV เสียค่าใช้จ่ายเพียง 3,500 บาท ทำให้ประหยัดต้นทุนได้ถึง 8,500 บาท และตรงนี้เองที่ถือว่าเป็นเรื่องที่ดีเพราะผู้ประกอบการไม่แบกภาระค่าใช้จ่าย ซึ่งจะไม่ส่งผลกระทบต่อพี่น้องประชาชนโดยการขึ้นค่าโดยสาร ที่สำคัญอีกประการในอนาคตแทนที่ค่าโดยสารจะสูงขึ้นแต่จะมีแนวโน้มที่ถูกลงกว่าเดิมด้วยซ้ำ นอกจากนี้ก๊าซ NGV ไม่ก่อให้เกิดมลพิษ แต่จะเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและช่วยลดสภาวะโลกร้อนได้อีกด้วย ซึ่งขณะนี้เราได้เปิดให้บริการในเส้นทางใหม่ด้วยรถปรับอากาศชั้น 1ระดับ VIP ในเส้นทางเริ่มต้นจากอาจสามารถ-เมืองสรวง-จตุรฯ-ปทุมรัตน์-กรุงเทพฯ

  • ซึ่งเดิมนั้นรถที่ให้บริการในสายนี้ไม่มีรถปรับอากาศชั้น 1 ให้บริการ เพื่อเป็นทางเลือกใหม่ของพี่น้องประชาชนที่ต้องการความสะดวก สบายกับการบริการที่สุภาพของพนักงานรถ พนักงานต้อนรับ เป็นกันเองดุจญาติมิตรแต่ระดับ VIP จึงได้เปิดให้บริการขึ้นด้วยรถปรับอากาศชั้น 1 ใหม่เอี่ยมในเส้นทางดังกล่าว ผู้โดยสารสามารถซื้อตั๋วได้ที่ชั้น 3 อาคารหมอชิตใหม่ ที่ช่องขายตั๋วที่ 67 และช่อง 110 ชื่อ อาจสามารถทัวร์ หรือสอบถามรายละเอียดได้ที่ โทร.

                        //////////////////////////

                     

วินัย วงศ์วีระขันธ์ /รายงาน