ในการประชุมของมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง มีการนำ “หลักสูตรหมวดวิชาชีพครู” มาให้พิจารณา ว่ามีการแก้ไขเพื่อให้เป็นไปตามประกาศคุรุสภา เรื่อง การรับรองปริญญาและประกาศนียบัตรทางการศึกษาเพื่อการประกอบวิชาชีพ จึงต้องมีการปรับโครงสร้างหลักสูตรวิชาชีพครู ให้เป็นไปตามเกณฑ์มาตรฐานคุรุสภา พ.ศ. ๒๕๔๘
ผมอ่านเอกสารนี้ด้วยความสนใจเป็นพิเศษ อ่านระหว่างบรรทัดเพื่อทำความเข้าใจกระบวนทัศน์ ที่ซ่อนอยู่ลึกๆ ในเอกสารนี้
ผมอภิปรายในที่ประชุมว่า ผมต้องขออภัยคนในวงการศึกษาศาสตร์อย่างยิ่งที่เสนอความเห็นนี้ เป็นความเห็นเชิงตั้งคำถามภาพใหญ่ เพื่อประโยชน์ของบ้านเมือง และเพื่อประโยชน์ของวงการศึกษาเอง ไม่ได้มีเจตนาตำหนิหรือลบหลู่ใดๆ ทั้งสิ้น
เป็นที่ประจักษ์ ว่าคุณภาพ/ผลสัมฤทธิ์ ของการศึกษาไทยตกต่ำลงไปอย่างมาก เมื่อเทียบกับเมื่อ ๓๐ – ๔๐ ปีก่อน ซึ่งครูไม่ได้มีวุฒิสูงอย่างในปัจจุบัน แต่เรารู้ว่าครูสมัยก่อนเอาใจใส่ศิษย์มากกว่าสมัยนี้มาก ผมจึงตั้งคำถามมาตลอดเวลาหลายปี ว่าอะไรคือสาเหตุของความตกต่ำของคุณภาพการศึกษาไทย ผมเชื่อว่าเป็นสาเหตุที่มีความ ซับซ้อนมากอย่างแน่นอน แต่ผมก็อยากรู้ว่า อะไรคือหัวใจของความตกต่ำนั้น
ผมอ่านเอกสาร “หลักสูตรหมวดวิชาชีพครู” แบบทำความเข้าใจเชิงโครงสร้างของหลักสูตร แล้วผมตีความว่า (ไม่ทราบว่าผิดหรือถูก) เบื้องลึกของหลักสูตรให้ความสำคัญต่อ “ศาสตร์” หรือ “วิชาการ” แบบสำเร็จรูป ไม่ได้ให้ความสำคัญที่ตัวเด็ก ไม่ได้ให้ความสำคัญที่กระบวนการเรียนรู้ที่บูรณาการอยู่ในการประกอบวิชาชีพครู เป็นการเรียนวิชา “วิชาชีพครู” ที่ศูนย์กลางคือวิชา ไม่ใช่ตัวเด็ก
ผมตีความเอกสารนี้ผิดหรือถูกก็ไม่ทราบ และผมได้แตะที่หัวใจจริงๆ ของความอ่อนแอในวิชาชีพครูหรือเปล่าก็ไม่ทราบ แต่ท่านรองอธิการบดีที่ทำหน้าที่ประธานการประชุมบอกที่ประชุมว่า ประเด็นของผมเป็นโจทย์วิจัยที่สำคัญยิ่ง ถ้าใครจะเสนอโครงการวิจัยตอบโจทย์นี้ ท่านจะหาทุนสนับสนุนให้
เอามาเล่า เผื่อจะมีคนสนใจทำวิจัย
วิจารณ์ พานิช
๑๘ เม.ย. ๕๑
ผมสนใจประเด็นที่ท่านอาจารย์หมอให้ข้อสังเกตครับ
กฏหมาย หรือ ครู 5 ปี ก็ตาม ไม่ได้ให้ความสำคัญกับ "เด็ก" มีแต่วิทยาฐานะของครูเท่านั้น ... แล้วก็มองที่ "เงิน" เป็นสำคัญ ... ประเมินวิทยาฐานะก็ล้มเหลว ... จ้างเขาทำผลงาน เอาผลงานของที่จ้างมาเสนอ
"วิกฤตศรัทธา" ที่ตกต่ำเหลือเกิน ทั้ง ๆ ที่ "เงิน" ลงมาเยอะ หรือไม่ก็ตำแหน่ง "ไม่มี"
ขอบคุณครับ :)
ท่านอาจารย์กล่าวมาถูกต้องครับ เน้นที่วิชา ไม่รู้ว่าเด็กได้อะไร ความเปลี่ยนแปลงของสังคมก็มีส่วนทำให้เด็กมีความคิดเปลี่ยนไป แต่ถ้าครูเห็นแก่ความรู้ของลูกศิษย์ ปรับตัวปรับวิธีการสอน เน้นเด็กเป็นสำคัญ เด็กและผู้ปกครองก็จะรักศรัทธาในตัวครู
เดี๋ยวนี้ครูมีภาระหนี้มาก จึงดิ้นรนหาเงินมาใช้หนี้สุดชีวิต งานในหน้าที่จึงกลายเป็นงานรอง โดยเฉพาะงานระบบราชการไทย เช้าชามเย็นชามอย่างไรก็เรื่อยๆ
ผมเห็นด้วยกับอาจารย์มากครับ ถ้าดูเกณฑ์ที่ครุสภาออกมาทำให้มหาวิทยาลัยไม่สามารถออกแบบหลักสูตรได้เองเลยครับ ควบคุมจนผมนึกว่า เขาลืมหลักการของการจัดการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญไปแล้ว