หน้าที่ ความรับผิดชอบ

 

ปิดร้านเน็ต ต้นตอเด็กเซ็กซ์หมู่ ยังไม่ให้ประกัน
หัวข้อข่าวจาก นสพ.(ไทยรัฐ  27 เม.ย. 51 - 04:07)
     จากหัวข้อข่าวอ่านแล้วหดหู่ใจ  โอหนอเมืองไทยเกิดอะไรขึ้น   จะโทษเด็กหรือโทษใครคงไม่ได้    นี่คือปลาย เหตุ  แล้วต้นเหตุมาจากไหน   ก็คงมาจากระบบองค์รวมของสังคม    เริ่มจากจุดเล็กๆคือครอบครัว  พ่อแม่คือครู คนแรกของลูก  จะให้โรงเรียนและครูเป็นผู้อบรมบ่มนิสัย แต่เพียงฝ่ายเดียวคงไม่ได้    ระยะเวลาที่เด็กอยู่บ้านนั้น มากกว่าอยู่ที่โรงเรียน  แต่การที่เด็กอยู่บ้านก็ไม่ได้หมาย ความว่า  จะได้อยู่กันพร้อมหน้า พ่อ แม่ ลูก   โดยเฉพาะในเมืองใหญ่  ที่การจราจรยังไม่สามารถกำหนดเวลาเดินทางได้   พ่อแม่ยังไม่กลับ  เด็กๆจึงไม่มีใครดูแล  และเด็กสมัยนี้ไม่ต้องมีหน้าที่รับผิดชอบ   ต่างจากสมัยก่อนที่เด็กทุกคนต้องมีหน้าที่รับผิดชอบ  เช่นคนโตหุงหาอาหาร  คนรองปัดกวาดเช็ดถูบ้าน  คนต่อมาเลี้ยงน้อง  และอีกหลาย
หน้าที่  เช่นเก็บผักหักฟืน  ล้างจาน  เป็นเรื่องที่พ่อแม่ปลูกฝังให้ลูกๆทุกคน  ต้องรู้หน้าที่มีความรับผิดชอบ 
      เพราะเทคโนโลยีที่ก้าวเร็วเกินไป  ไหลบ่าทะลักเข้ามา ในขณะที่ทุกคนยังไม่ได้เตรียมพร้อม  ไม่มีวัคซีนป้องกัน จึงไม่มีภูมิคุ้มกัน   เรารับเทคโนโลยีเข้ามาอย่าง  รู้ไม่เท่า ตามไม่ทัน  การตักน้ำ หุงข้าว ซักผ้า หุงหาอาหาร ไม่ต้อง ทำเอง  เวลาจึงเหลือว่างมาก   เมื่อว่างก็ดูโทรทัศน์   เล่น เกมอินเตอร์เน็ต (สื่อจึงคล้ายดาบสองคม ) เด็กจึงสบายไม่ต้องรับผิดชอบ  นิสัยนี้จึงติดตัวไป    เมื่อโตเป็นผู้ใหญ่จึงไม่แกร่ง   ไม่เข้มแข็ง เหมือนดาบที่ไม่คม  เพราะขาดการเผาไฟร้อน  ใช้ฆ้อนทุบ  ชุบนำยา  ลับและฝนจนคม  แต่เด็กไทยวันนี้เหมือนมีดที่เก็บไว้ในฝัก  จึงเป็นสนิม ฟันอะไรไม่เข้า 
       พ่อแม่ทุกคนรักลูก  แต่การรักอย่างเดียวคงไม่พอ  ต้องรักให้ยาวๆ  อย่ารักเพียงวันนี้  เพราะพ่อแม่ไม่ได้อยู่กับลูก  หรือเลี้ยงลูกตลอดไป  วันหนึ่งเขาต้องเติบโตไปอยู่ในสังคม   ต้องมีหน้าที่รับผิดชอบ  มีครอบครัว  ถ้าเขาเปราะบาง  เดินทางผิด  พ่อแม่คงนอนตายตาไม่หลับแน่ๆ
       สรุปแล้ว คงไม่กล่าวโทษว่าใครผิด  เสียเวลาเถียงกัน  ทุกคนต้องร่วมมือร่วมใจกัน  โดยเริ่มต้นที่จุดเล็กๆคือตัวเรา  คนในครอบครัวเรา  คนที่เรารักและเป็นห่วง  ถ้าทุกคนทำหน้าที่ให้ดีที่สุด  ผลสุดท้ายสังคมก็คงจะค่อยๆเริ่มดีเอง  อาจไม่ทันตาเห็นหรือเร็วเกินไป  การปลูกไม้ใหญ่ต้องใช้เวลา  ต่างจากการเพาะถั่วงอก 
       เกี่ยวกับเรื่องนี้ผมจึงแต่งกลอน ชื่อกลอนว่า เลี้ยงลูก ให้เป็นคน  ฝากมาให้อ่านกันเล่นๆ
                           
เลี้ยงลูกให้เป็นคน
เด็กรุ่นใหม่สบายแท้กว่าแต่ก่อน           
กินเล่นนอนดูทีวีดนตรีหนัง
งานไม่ต้องดูแลแต่ขอตังค์(สตางค์)        
ไม่ได้ดังต้องการพาลเกเร
         เด็กสมัยแต่ก่อนนอนตื่นเช้า               
         ต้องหุงข้าวตักน้ำไม่ทำเฉ
         เมื่อยามน้องร้องไห้ช่วยไกวเปล           
        ไม่เสเพลให้แม่พ่อต้องท้อใจ
เรียนหนังสือสื่อไม่มีมีแต่ชอล์ค            
ครูเขียนบอกลอกตามต้องจำได้
ไปโรงเรียนตื่นแต่เช้าห่อข้าวไป           
เดินย่ำไปไร้รองเท้าก้าวคล่องดี
          สื่อบันเทิงทีวีไม่มีช่อง                     
          ถึงบ้านต้องทำงานการหน้าที่
          ลิเกหนังที่หมู่บ้านนานจึงมี                
          ส่วนมากมีหนังฉายพร้อมขายยา
ทุกเวลานาทีไม่มีเว้น                      
แม้ยามเล่นยังต้องคอยมองหา
เพราะเลี้ยงน้องต้องไม่พลาดคลาดสายตา   
รู้เวลารู้หน้าที่มีวินัย
          แต่เดี๋ยวนี้เด็กสบายไร้หน้าที่               
          งานไม่มีประจำแม่ทำให้
         ไม่มีส่วนรับรู้ดูแลใคร                     
          เมื่อเติบใหญ่ใจจึงแล้งไม่แบ่งปัน
ไม่รู้เขารู้เราเอาแต่ได้                      
ไม่สนใจใครจะมองเรื่องของฉัน
 เรื่องคนอื่นไม่ใส่ใจไม่สำคัญ              
 เอาตัวนั้นเป็นที่ตั้งไม่ฟังใคร
          ถึงวัยต้องแต่งงานหวานเริ่มต้น             
          แต่พอพ้นหวานหมดไม่สดใส
          พอเริ่มคุ้นเป็นกันเองไม่เกรงใจ             
          เมื่อต่างใหญ่จึงไม่ยอมถนอมความ
อ้างสิทธิกฎหมายชายและหญิง             
ชายก็หยิ่งหญิงก็เหยียดจึงต่างหยาม
อารมณ์ร้อนข่มขู่ทำวู่วาม                   
ไม่ทันข้ามพ้นปีหนีห่างไกล
          ต้องสืบเรื่องต้นตอพ่อกับแม่               
          เลี้ยงดูแลไม่อบรมบ่มนิสัย
         ไม่ฝึกหัดรับผิดชอบมอบอะไร              
          ทำแทนให้ทุกอย่างสร้างเคยตัว
เมื่อเติบใหญ่ไม่มีงานบ้านทิ้งรก             
สกปรกรุงรังวางไปทั่ว
ชอบแต่งหน้าทาปากแดงชอบแต่งตัว        
เรื่องในครัวไร้ฝีมือซื้อถุงกิน
         ขาดเสน่ห์ปลายจวักรักจึงหน่าย             
         หญิงและชายมุ่งหน้าหาทรัพย์สิน
         ต่างไม่เอาใจใส่ใจชาชิน                    
         สร้างมลทินให้ลูกน้อยพลอยรับกรรม
                      สมเจตน์  เมฆพายัพ
                แต่งเมื่อ ๘ กันยายน ๒๕๕๐