บันทึกของนักศึกษาปริญญาเอกภาษาอังกฤษกับบ้านที่เมืองกาญจนบุรี

กลับมารายงานตัวก่อนนะครับ เพิ่งมาถึงมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี ไปอยู่ที่ไร่พนมทวนมาใช้ internet ไม่ได้ น่าสงสารตัวเอง ผู้เขียนไม่ค่อยได้กลับบ้านที่เมืองกาญจน์นาน เพิ่งรู้สึกก็ครั้งนี้ละว่า ทำไมช่วงนี้ที่เมืองกาญจน์ อากาศร้อนมากๆๆ   เราเลยคุยกันเล่นว่า เมืองกาญจน์ มีเพียงสองฤดูกาล คือ ร้อน กับร้อน(มากชิบหาย..อิอิอิๆๆ ผู้เขียนไม่ได้พูดนะ ที่เมืองกาญจน์เขาพูด อิอิๆๆ)

 

เป็นเพราะต้นไม้หายไปจากป่าเมืองกาญจน์   สมัยก่อน เขาตอง ในตัวเมืองต้นไม้มีมากกว่านี้ แต่ช่วงนี้ก็นับว่าดีกว่าเมื่อก่อน  ป่าไม้ได้อนุรักษ์เขาตอง ทำให้มีต้นไม้ขึ้นเขียวให้เห็นบ้าง  ที่น่าเสียใจคือ ภูเขา ไม่ไกลจากตัวเมืองเท่าไร มีนายทุนสัมปทานระเบิดภูเขา   ตอนนี้เลิกไปแล้ว แต่ว่ายังเหลือร่องรอยของการระเบิดอยู่มองแล้วเสียทัศนียภาพหมด

 

ถ้ามาเมืองกาญจน์ พยายามมองไปรอบๆๆจะพบว่า มีภูเขาล้อมรอบเมือง ทางทิศตะวันออกหน้าบ้านผู้เขียนมีเขาตอง ทางขวามือมีเขาแหลม แถบทางกองผสมพันธุ์สัตว์ ทางซ้ายมือมีเขาพุราง ทางทิศตะวันตกมีเขาปูน เลยไม่แปลกใจว่าทำไมที่บ้านเมืองกาญจน์ร้อนจัง เพราะเหมือนเราอยู่ในแอ่งกระทะ

 

สมัยก่อนคงเป็นตามตำราพิชัยสงคราม เพราะว่ามีภูเขาล้อมรอบข้าศึกเข้าตีลำบาก  ถ้าข้าศึกเดินทางมาต้องผ่านภูเขาทุกด้าน เส้นทางเดินทัพแถบด่านเจดีย์สามองค์ เป็นป่ามากกว่านี้คงเดินทางลำบาก กว่าจะถึงตัวเมืองกาญจน์(ตัวเมืองกาญจน์เดิม อยู่ที่บ้านท่าเสา อำเภอไทรโยค) คงใช้เวลาเป็นเดือนๆๆ (กองลาดตะเวน หรือกองสอดแนมคงพบก่อน) ไม่แปลกใจที่ตามประวัติศาสตร์สงครามเก้าทัพนั้น พระองค์เจ้าขุนเณรและขุนรัตนาวุธ จึงได้ตั้งกองโจร แอบตีพม่าตามช่องทางด่านเจดีสามองค์ ถ้าแอบตีคงไม่ยาก เพราะเป็นป่าเสียส่วนใหญ่

 

เขียนเรื่องอากาศ ทำไมไปโผล่เรื่องประวัติศาสตร์ได้ก็ไม่ทราบ (คงเป็นความสามารถส่วนบุคลห้ามลอกเลียนแบบ เด็กและสตรีมี ครรถ์ โปรดพิจารณา ห้ามอ่านเกินวันละสองรอบ อิอิอิๆๆ)   ตอนนี้เลยอยากบอกทุกท่านว่าถ้าไม่อยากให้ร้อน เรามาช่วยปลูกและดูแลต้นไม้กันดีกว่าปลูกต้นไม้จะทำให้อากาศไม่ร้อนผู้เขียนมีคติประจำใจใหม่ว่า ปลูกต้นไม้วันละนิด จิตแจ่มใส อิอิๆๆๆ