ความคิดคำนึงจากสำนักวิชาการ..

เวลาผ่านไปเร็วมาก ราวกับติดจรวด ไม่ได้เข้ามาเขียน BOLG นานมากแล้ว แต่ก็ยังเขียนทบทวนประสบการณ์หลายอย่างของตัวเองลงในสมุดบันทึกประจำวัน

ระยะนี้เป็นช่วงเวลาพักผ่อนฤดูร้อนกัน แต่เราก็ต้องทำงานแข่งกับเวลา เพื่อเตรียมการหลายอย่างให้ทันเปิดภาคเรียน นอกจากงานด้านปรับปรุงหลักสูตรที่กำลังทำอยู่ ก็ยังมีงานจรเข้ามาที่ต้องให้เวลากับมันเช่นเดียวกัน ได้แก่

๑. การออกแบบหน่วยการเรียนรู้ Virtual Field Trip เป็นงานเล็ก ๆ ที่ทำเพื่อยกระดับคุณภาพการเรียนรู้ ให้กับนักเรียนมัธยมฯต้นในโรงเรียนขยายโอกาส เป็นงานนำร่องก่อน เน้นไปที่เรื่อง "ป่าชายเลน" ความจริงจงใจจะสอนทักษะกระบวนการแสวงหาความรู้ 

๒. การทำหลักสูตรเสริมและแบบเรียนสำหรับโรงเรียนในพื้นที่ที่ปลูกอ้อยและมีอุตสาหกรรมนำตาลทราย เป็นงานทีค่ทำกับกระทรวงอุตสาหกรรม โดยส่วนตัวไม่ค่อยปลื้มกับการปลูกพืชเชิงเดี่ยวนัก แต่เพื่อช่วยเด็ก ๆ ที่ชีวิตก็คงต้องวนเวียนอย่กับสิ่งเหล่านี้ อันนี้ก็ต้องคิดว่าจะทำอย่างไรดี

๓. ทำแบบฝึกหัดภาษาไทยชั้น ป.๑ อันนี้อาจารย์ผู้ใหญ่บังคับให้ไปร่วมทำงานด้วย แต่แนวคิดด้านการสอนภาษาของเรามันไปอีกทางหนึ่ง เรารู้อยู่แก่ใจว่าแนวทางเดิมมันไม่อาจแก้ปัญหาอ่านออกเขียนได้  แต่ก็เพื่อการเรียนรู้ จำเป็นต้องสงบปากสงบคำและทำไปก่อน

๔. งานที่ทำร่วมกับโรงเรียนรุ่งอรุณในการผลิตหนังสือให้กับเด็กในโรงเรียนต่าง ๆ แรก ๆ อาจทำเป็นแผ่นโปสเตอร์ที่อ่านได้ด้วย จัดนิทรรศการได้ด้วย ชื่อ "แจ่ม" มีต้นแบบหนังสืออีกจำนวนหนึ่งคิดว่าถ้ามีงบสนับสนุน คงได้จัดพิมพ์และช่วยโรงเรียนได้อีกเยอะ

ทั้งหมดมันก็เป็นงาน แต่บางคราวเราก็เห็นว่าชีวิตมันเร่งรีบไปเสียทุกเรื่อง จนดูว่าเราละเลยมิติจิตวิญญาณของคนหรือไม่ คนเราน่าจะมีเวลาว่าง ๆ หันมาอยู่กับลมหายใจตนเองบ้าง บางทีการไม่ทำอะไร หยุดรบกวนการเรียนรู้ของเด็ก การพัฒนาตนเองของครู  มันอาจทำให้การศึกษาของไทยโดยรวมมันดีขึ้นบ้างก็ได้ ใครจะรู้