ดีแล้ว การพูดช้า ก็ทำให้เรามีเวลาพิจารณา คำพูดเรื่องราว ซึ่งเป็นผลดี ที่จะไม่ให้เรา พลั้งเผลอสร้างเวรด้วยคำพูดอีก

  ผู้เขียนเข้ามาพักอาศัยวัดไทยกุสินารา เพื่อสร้างบุญบารมีของตน มิตรสหายของผู้เขียน จึงเป็นพระ เณร แม่ชี ตลอดจนฆารวาสในวัด ตามกฎอนิจจัง ในที่สุดผู้เขียน ก็ได้มีโอกาส ดูแลผู้เจ็บป่วยในวัดหลายรูป หลายคน

 พระรูปแรก ชื่อหลวงพ่อธนิก นอนป่วยระหว่างที่ผู้เขียนมาถึง หมอที่คลินิก ได้มาตรวจรักษา และจ่ายยาไว้ให้แล้ว วันต่อมา ขณะที่ผู้เขียนไปทำงานที่คลินิก ท่านเจ้าคุณ ซึ่งออกไปกับคณะทัวร์ ได้โทรกลับมาหาพระในวัด และสั่งให้ผู้เขียนมาดูแลหลวงพ่อธนิกด้วย

     เข้าไปครั้งแรก เห็นท่านนอนซมกับพิษไข้ ฉันอาหารไม่ได้ ไอมาก ผู้เขียนได้ตรวจวัดความดันให้ ปกติดี แต่ตัวท่านร้อนมาก จึงใช้ผ้าชุบน้ำเช็ดตัว ลดไข้ให้ จากนั้นได้ทำยาแก้ไอสูตรโบราณ คือ มะนาวหั่นทั้งเปลือก ใส่เกลือเค็ม คลุกให้เข้ากัน ไว้ให้ท่านอม และเคี้ยว แก้ไอ ปรุงน้ำผึ้งกับน้ำอุ่น ใส่เกลือนิดหน่อย ให้ท่านฉัน ตามด้วยพารา ๒ เม็ด  ได้จัดหาอาหารไปให้ กึ่งบังคับให้ฉัน เพราะท่านมียาหลังอาหาร

 วันรุ่งขึ้น ผู้เขียนก็พบว่า หลวงพ่อ ธนิก กำลังถือไม้กวาด เพื่อทำความสะอาดพระมหาธาตุเจดีย์อยู่ เมื่อเข้าไปทักทาย ท่านว่า ท่านดีขึ้นมากแล้ว หลวงพ่อเป็นคนขยัน จะทำความสะอาดเจดีย์ และบริเวณ อาคารเชื่อมใจ ที่รับแขก ของพระเดชพระคุณท่านเจ้าคุณ ให้สะอาดอยู่เสมอ และลงทำวัตรเช้า เย็นมิได้ขาด

   เมื่อคราวที่มี สาธุชน จะเข้าไปเยี่ยมสถานพยาบาล หลวงพ่อก็จะมาช่วยทำความสะอาด สถานที่ให้เรียบร้อยทุกคราวไป ท่านเคยประสบอุบัติเหตุ ทำให้เวลานึกจะพูดอะไร ช้ากว่าปกติ คือคิดทัน รู้ทัน แต่พูดไม่ออก จึงปลอบท่านไปว่า ดีแล้ว การพูดช้า ก็ทำให้เรามีเวลาพิจารณา คำพูดเรื่องราว ซึ่งเป็นผลดี ที่จะไม่ให้เรา พลั้งเผลอสร้างเวรด้วยคำพูดอีก ท่านยิ้มแย้มและว่า จริงด้วย ดีแล้วๆ

 เมื่อบอกท่านไปแล้ว ก็เหมือนสอนตัวเอง แม้ต่อมาจะมีแรงกระทบเข้ามา ทำให้ความคิดที่อยากจะโต้ตอบ มาดิ้นรออยู่ที่ปาก หลายครั้ง ก็ทำให้ตัดใจได้ จนกลายมาเป็นผลดีภายหลัง