เสร็จงานจากที่กรุงเทพ ได้พักประมาณครึ่งวันนิดๆ ก็เดินทางต่อไปรัฐกลันตัน ประเทศมาเลเซียครับ รัฐนี้ติดกับไทย ออกจากสุไหงโกลกไปก็ถึงแล้วครับ ดังนั้นทีมวิจัย (ออ.งานนี้ไปเก็บข้อมูลวิจัยครับ) ออกเดินทางไปตอนบ่ายสี่ ไปถึงที่พักซึ่งไม่ห่างจากชายแดนมากนัก (ยังพอใช้โทรศัพท์ประเทศไทยได้อยู่) ชื่อโรงแรมว่า Nur inn เราเลือกที่ราคาไม่แพงมากครับ

(โรงแรมที่พักสำหรับคืนแรกของเราครับ)
ตอนพาเข้าด่านมาเลย์ก็มีปัญหานิดหนึ่งครับ คือ คนเข้าได้ไม่มีปัญหา แต่ปรากฏว่า รถมีปัญหา เนื่องจากขนส่งมาเลย์ปิดทำการแล้ว จริงๆ น่าจะยังไม่ปิดแต่เจ้าหน้าที่เขาปิดเครื่องคอมฯแล้ว เขาขี้เกียจเปิดใหม่ ก็เลยต้องเอารถกลับมาขอใบอนุญาตใหม่อีกครั้งตอนเช้าวันต่อมา (วันที่ไปถึงคือวันเสาร์ที่ 12 ตอนประมาณสองทุ่ม)
เช้ามาจึงไปจัดการเรื่องใบอนุญาตผ่านเข้ารถ ซึ่งรอบนี้เราใช้รถของมหาวิทยาลัยครับ แต่คนขับเป็นหัวหน้าทีมวิจัยของเราเอง คือ อ.อับดุรรอหมาน จะปะกียา (ประหยัดงบไปได้อีกเรื่องหนึ่ง)
แผนการเก็บข้อมูลการวิจัยครั้งนี้คือ ไปดูชุมชนก่อน (เก็บข้อมูลเบื้องต้น) จากนั้นช่วงบ่ายไปพบมุขมนตรีของรัฐกลันตัน (โต๊ะครู ดาโต๊ะนิอาซิส) วันต่อมาลงชุมชนพักหนึ่งวัน ดังนั้นวันที่สามจะไปสัมภาษณ์ผู้บริหารระดับสูง
เอาล่ะครับ ภาระกิจวันแรกก็เริ่มขึ้น เราออกเดินทางไป อำเภอตุมบัตทันทีครับ เป้าหมายคือ เพื่อดูงานสงกรานต์ที่ตุมบัต แต่ผมเองไม่มั่นใจว่าจะได้ดูหรือเปล่า เพราะอาจารย์เฟาซาน บอกไว้ว่า งานเขาจะเป็นวันที่ 11 (วันศุกร์) ไม่ใช่วันที่ 13 เหมือนเมืองไทย

(สภาพเส้นทางเข้าตุมปัตในตอนเช้า)
ดังนั้นไก่ตัวแรกก็ถูกปล่อยครับ เราไปที่วัด (ลืมชื่อวัดแล้วครับ อือ วัดที่มีพระนอนที่ใหญ่ที่สุดในมาเลเซีย) เงียบสงัดครับ ก็เลยแวะไปถามแม่ค้าขายของในวัดว่า งานสงกรานต์ไม่มีหรือ แม่ค้าเลยบอกว่าจัดไปแล้วค่ะ เมื่อวานซืน (ฮาฮาฮา) ไหนๆ ก็ไหนๆ แล้ว ก็เลยได้ขอสัมภาษณ์ไปเสียเลย ได้ข้อมูลว่า วัดนี้จัดงานเล็กๆ เอง ครับ งานไม่เยอะเท่าไหร่ แต่ถ้าอย่างได้บรรยากาศเต็มๆ ต้องไปอีกวัดหนึ่ง ออ.แล้วก็บางวัดก็ยังไม่ได้จัดนะครับ จะจัดในวันศุกร์หน้า ข้อสรุปแรกก็คือ วันสงกรานต์ไม่ตรงกัน คำถามต่อไปคือ ทำไมวันไม่พร้อมกัน แม้กระทั่งในตุมปัตเอง?

(คนแรกที่ทีมวิจัยของเราได้สัมภาษณ์)
ผมคิดว่า คงมีคนให้คำตอบผมได้ในวัดนี้แหละครับ ผมเลยเดินเตร่ในวัดสักระยะหนึ่งก็จะพบกับเจ้าอาวาสครับ จริงๆ ตอนเจอก็ไม่รู้หรอกครับว่า ท่านเป็นใคร รู้แค่ว่าท่านเป็นพระ (ฮาฮาฮา ก็ผมเป็นมุสลิมนี้ครับ ไม่รู้เรื่องอะไรเกี่ยวกับพระเลย)
ได้พูดคุยกับท่านพระครูสักครู่หนึ่งก็ต้องหยุดครับ เพราะท่านกำลังทำพิธีอาบน้ำสะเดาะเคราะห์ให้กับชายชาวจีนคนหนึ่งอยู่ ดังนั้นเราจึงไม่ได้รับอนุญาตให้ถ่ายรูปครับ เพราะท่านบอกว่า อยู่ในชุดที่ไม่เหมาะสม

(พระพุทธรูปนอนใหญ่ที่สุดในมาเลเซีย)
ผมได้ประเด็นเกี่ยวกับการอนุรักษ์วัฒนธรรมของคนเชื้อสายไทยในตุมปัตเพิ่มอีกหนึ่งประเด็นครับ คือ โรงเรียนสอนภาษาไทย
ท่านพระครูอนุญาตให้เราถ่ายรูปได้ทุกที่ในวัดครับ ก็เลยเก็บรูปไว้ก่อนครับ ส่วนข้อมูลไว้ทีหลังก็ได้
หนึ่งในทีมนักวิจัยเห็น ท่านพระครูกำลังสาดน้ำใส่ชาวจีน เลยถามผมว่า อันนั้นกำลังสาดน้ำสงกรานต์หรือเปล่า ฮาฮาฮา ไก่ตัวที่สองครับ
จากนั้นเราเดินทางต่อไปยังอีกวัดหนึ่งที่ได้รับคำแนะนำจากแม่ค้า วัดนี้ไม่เจอพระครับ เจอแต่ญาติโยม ผมก็เลยได้ข้อสรุปเบื้องต้นว่า มาเก็บข้อมูลคราวหน้าต้องชวนเพื่อนที่นับถือศาสนาพุทธมาด้วย จะได้แนะนำวิธีปฏิบัติเมื่อเข้าวัดได้บ้าง ฮาฮาฮา
หลังจากทักทายชาวบ้าน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้หญิงสูงอายุ ผมถูกชวนให้ร่วมทานข้าวด้วย งานนี้แย่ละสิ จะทานด้วยได้ยังงัยละ ก็เลยได้แต่ขอบคุณ และสอบถามนิดหน่อย แล้วเดินไปสำรวจส่วนอื่นๆ ของวัดต่อ อัทธยาศัยของชาวบ้านดีมากครับ แต่จะชวนคุยต่อก็เกรงใจครับ เพราะมันเป็นเวลาทานข้าว ไม่เหมาะแก่การไปขัดจังหวะ เพื่อขอสัมภาษณ์

(กลุ่มคนน่ารัก รวยอัทธยาศัยแห่งตุมปัต)
วัดต่อมาที่เดินทางไป กำลังทำการซ่อมแซมอาคารหลายหลังครับ เอกลักษณ์ของวัดนี้คือ มีเจ้าแม่กวนอิมครับ สิ่งแรกที่ผมเดินหาในวัดคือ คนที่ผมจะสัมภาษณ์ได้ ปรากฏไม่มีครับ เจอนักท่องเที่ยววัยรุ่นชาวจีน (ก็ไม่ใช่เป้าหมาย) และคนงานก่อสร้าง (ก็ไม่ใช่เป้าหมายเหมือนกัน) สุดท้ายก็ขึ้นรถจะออกจากวัด บังเอิญผมก็มองเห็นพระรูปหนึ่งกำลังกวาดขยะอยู่ ก็เลยลงรถ แล้ววิ่งไปหาท่าน ทักทายและแนะนำตัว ท่านก็เลยเชิญเข้าไปคุยในกุฏิ รอบนี้คุยนานครับ ชั่วโมงกว่า เกือบสองชั่วโมง (ข้อมูลเต็มเยียด)

(สัมภาษณ์เจ้าอาวาส ในกุฏิของท่านครับ กำลังรกๆ เพราะอยู่ระหว่างการปรับปรุง)
กลับจากตุมปัต เราก็เข้ามายังตัวเมืองของรัฐกลันตันครับ เมืองโกตาบารู (ไม่แน่ใจว่าจำผิดหรือเปล่า) ก็ได้พบกับหัวหน้าฝ่ายประสานงานของพรรคบาส ได้รับการเลี้ยงข้าวเที่ยงที่ร้านอาหารแห่งหนึ่ง ทานเสร็จก็ตะลึงกับการคิดราคาอาหารครับ คนคิดราคา ใช้วิธีการชี้ไปที่อาหาร แล้วก็บอกราคา 1,2, 1,2,3,1.... พอหมดไปหมวดหนึ่งก็บอกราคาสรุป จากนั้นก็ชี้ไปที่อาหารอีกส่วนหนึ่ง ก็ทำแบบเดิมครับ ส่วนอีกคนหนึ่งจดราคารวมทีละหมวดแล้วบอกราคาของเราอีกครั้งหนึ่ง สุดยอดครับ (น่าจะเอาไปออกสะเก็ดข่าวได้เลยครับ)

(เจ้าหน้าที่พรรคบาสกับร้านอาหารที่คิดราคาอาหารอย่างน่าสนใจ)
จากนั้นทางผู้ประสานงานก็พาเราไปที่พัก โดยให้ไปพักที่เรือนรับรองของรัฐ เนื่องจากทีมวิจัยมาคราวนี้ได้รับการจัดให้เป็นแขกของรัฐครับ (อย่างหรู่ ฮิฮิ) ทางมนตรีของรัฐ โทรมาถามท่านอาจารย์ ดร.ดลวนะว่าบอกใจจะอยู่ที่บ้านพักรับรองหรือจะอยู่ที่โรงแรม ท่านอาจารย์ก็รีบตอบว่า อันนี้นะอย่างหรู่แล้วครับ ฮาฮาฮา คือทั้งสองที่จะทางรัฐเตรียมไว้ให้ ฟรีทั้งหมดครับ อันนี้เราชอบ

(สภาพหัวหน้าทีมวิจัยและคนขับคน ระหว่างรอพบเจ้าหน้าที่ประสานงาน เรารอกันอยู่ที่มัสยิดมูฮำมะดี มัสยิดเก่าแก่ของรัฐ)
หลังจากเข้าที่พักเราก็ลงพื้นที่อีกครั้ง คราวนี้โดยการนำของเจ้าหน้าที่รัฐ เขาพาทีมวิจัยไปพบกับเจ้าคณะจังหวัดและกำนัน (หมายถึงหัวหน้าชุมชนตุมปัต)

(คุยกับเจ้าหน้าที่ประสานงานของรัฐก่อนลงพื้นที่ เพื่อทำการเสวนากลุ่ม)
ขออนุญาตอธิบายกำนันสักนิดหนึ่งนะครับ ในเขตชุมชนคนไทยจะมีกำนันสองคนครับ คนหนึ่งเป็นตัวแทนของรัฐ ซึ่งหมายถึงได้รับการแต่งตั้งจากพรรคที่ปกครองรัฐนั้นๆ ส่วนอีกคนหนึ่งจะเป็นกำนันที่ได้รับการแต่งตั้งจากรัฐบาลกลาง กำนันที่เราไปเจอเป็นกำนันของรัฐบาลกลันตันครับ เราคุยพร้อมกันทั้งเจ้าอาวาส กำนันและตัวแทนรัฐ ใช้เวลาคุยประมาณสองชั่วโมงครับ ข้อมูลที่เราได้รับสอดคล้องกับข้อมูลที่เราได้จากการลงเก็บข้อมูลเองในช่วงเช้า (เป็นนัยยะว่าเราไม่น่าจะโดนหลอก ฮิฮิ)

(ท่านนี้คือ กำนันตำบลตุมปัต ในส่วนของรัฐบาลแห่งรัฐครับ)
ออ. ตอนเข้าที่สัมภาษณ์เจ้าอาวาสๆ ในภาคเช้า ท่านเข้าใจว่าผมเป็นคนไทยพุทธครับ เหตุผลเพราะผมแหลงใต้ คุยจนจบท่านเพิ่งจะถามว่า ผมเป็นพุทธใช่มัย ผมเลยบอกว่า ผมเป็นมุสลิมครับ ท่านถึงกับบอกว่า อ้าว.... ว (แล้วก็ไม่บอกแต่ต้น)
เสร็จจากการสัมภาษณ์เจ้าคณะจังหวัด ทางเจ้าหน้าที่รัฐถามว่จะไปต่ออีกวัดหนึ่งไหม ผมเลยบอกว่า พอแล้วครับ ไม่ไปต่อแล้วครับ ทีมวิจัยเป็นงง ผมเลยให้เหตุผลว่า หนึ่งเกรงใจเจ้าหน้าที่ครับ เพราะตอนนั้นเป็นเลยเวลาทำงานของเขาแล้ว ข้อต่อมาคือ ถ้าเราลงพื้นที่เราจะได้ข้อมูลที่น่าเชื่อถือกว่า รอบนี้เพียงคือทำการสนทนาโต๊ะกลม สามฝ่ายเท่านั้นเอง เราจึงกลับที่พัก

(สนทนาร่วมกับเจ้าคณะจังหวัดครับ)
ขอเล่าไก่ตัวต่อไปในบันทึกหน้าแล้วกันครับ
ปล่อยไปหลายตัวเลยนะคะ...อิอิอิ...เอิ้กๆๆๆๆ
ครับ
อ.จารุวัจน์
ต้องการศึกษาดูงาน การพัฒนาชุมชนของประเทศมาเลเชีย
มีข้อมูลแนะนำที่ไหนบ้างครับ