การรณรงค์และนำใช้มาตรการเตือนอุบัติภัยบนท้องถนนยามเทศกาลและเป็นวาระระดับชาติเช่นนี้ ต่อไปน่าจะต้องเพิ่มประเภทของภัย คือภัยจากมิจฉาชีพผู้ลักลอบเอาทรัพย์ที่แฝงคราบมากับผู้มีหน้าที่และไทยมุงด้วย

ผมรู้สึกตัวตื่นรับโทรศัพท์เวลาประมาณ 02.15 น. ของคืนที่ 14 ต่อเนื่อง 15 เมษายน 2551 จากหลานสาว  พูดเสียงปนร้องไห้มาว่าแม่(น้องสาวผม) ซึ่งเพิ่งแยกย้ายหลังรดน้ำขอพรคุณแม่กับผมเมื่อตอนเย็น  ได้รับอุบัติเหตุบนเส้นทางสายขอนแก่น-อุดรธานี  ขณะนี้อยู้ห้องไอซียู โรงพยาบาลอุดรธานี  ผมจึงรีบเดินทางจากบ้านเข้าจังหวัดอุดรฯ  ราวตี 4 ผมแวะเข้าไปถ่ายภาพรถเก๋งของน้องสาวที่ถูกลากมาเก็บไปไว้หลังโรงพัก สภ.ที่เกิดเหตุ  ตามภาพรถเก๋งโตโยต้าสีบรอนซ์เงินสภาพพังยับที่แสดงไว้นี้

                      

ไปถึงโรงพยาบาลผมได้รับทราบจากหลาน ๆ และน้องสาวอีกคนเล่าให้ฟังว่าราว 2 ทุ่มเศษ  เหตุจากมีวัววิ่งตัดหน้าบนถนนมิตรภาพ 4 เลน ทำให้รถชนวัวและเสียหลักข้ามเกาะกลางถนนมาชนต่อเนื่องรวม 3 คัน  คือรถเก๋งโตโยต้าบรอนซ์เงินน้องสาวผมนั่งขับมาคนเดียว  รถเก๋งสีดำนั่งมา 4 คน (ตามภาพข้างล่างนี้) และรถกะบะสีดำ(น้ำเงิน? ไม่มีภาพเพราะนำคนเจ็บของตัวเองไปโรงพยาบาล) ซึ่งชาวบ้านนั่งมาหลายคน

                        

                               รถเก๋งสีดำมีคนเสียชีวิต 1 สาหัส (ลิ้นขาด) 1

คนเจ็บเท่าที่ทราบในตอนเช้าก็คือ  น้องสาวผมติดคารถสลบมีเลือดออกปาก จมูก และทวารหนัก (ทราบตอนรพ.ตรวจรับ)  รถเก๋งดำนั่งมา 4 คน หนักที่สุดคนนั่งหน้าคู่กับคนขับเป็นชายหนุ่ม 21 ปี เสียชีวิตที่รพ.อุดรฯ อีกคนที่ลิ้นขาด(ไม่ทราบว่าขาดแบบหลุดออกเลยหรือไม่) อีกคันรถกะบะชาวบ้านนั่งมาเต็มท้ายคนบาดเจ็บเล็กน้อยถึงหนักที่สุดคือกระดูกสันหลังหัก(?ผมฟังมา ไม่ได้เข้าไปสอบถาม)

ราว 10 โมงเศษผมไปเข้าแจ้งความแทนน้องเพิ่มเติมว่าเงินสดหายไปประมาณ 2 หมื่นบาท โทรศัพท์มือถือของน้องและลูก  4 เครื่อง (จำนวนเงินถามโดยให้น้องสาวพยักหน้าเพราะพูดไม่ได้ มีสายระโยงระยางเต็มปาก/จมูก) พอผมแจ้งเรื่องเงินและทรัพย์สินหาย  พ.ต.ต. .. สารวัตรเจ้าของเรื่อง  พาผมไปพบกับ พ.ต.ต. ... อีกคนได้อธิบายให้ผมฟังว่า  กว่าตำรวจจะไปถึงกินเวลาครึ่งชั่วโมงก็มีทั้งหน่วยกู้ภัยต่าง ๆ  อาสาสมัครต่างๆ  และชาวบ้านมากมายไปหมด ไม่พบเงินสดและโทรศัพท์พบแต่กระเป๋าถือมีเช็คธนาคารหลายใบ  และเอกสารอื่นครบ 

สารวัตรดังกล่าวขอให้ผมเข้าใจ(ทำใจ) ผมไม่รู้จะว่ายังไงจึงขอให้ทางสารวัตรเจ้าของเรื่องบันทึกคำแจ้งของหายเพิ่มไว้...

แต่ผมก็ยังอดแปลกใจอยู่ไม่น้อย  ที่เช็คระบุชื่อขีดคร่อมอีกหลายใบในกระเป๋าถือของน้องสาวผมยังอยู่ครบพร้อมบัตรทุกอย่าง  ที่อดทึ่งไม่ได้ก็คือชาวบ้านหรือคนที่เอาเงินสดและโทรศัพท์ 4 เครื่องนั้น ช่างเป็นคนรู้จริงว่าเช็คเอาไปเบิกไม่ได้ ไม่ควรถือไป

เงิน 2 หมื่น กับเครื่องโทรศัพท์ 4 เครื่อง มันแลกไม่ได้กับชีวิตน้องที่รอดตายมาอยู่กับสามีและลูก ๆ อีก 3 คน  มีชีวิตรอดมาก็บุญ  แต่การถูกรูดทรัพท์จากอุบัติเหตุในสภาพที่ไม่รู้ว่าเป็นหรือตายติดอยู่ในซากรถ  มันเหลืออดเหลือใจกับสภาพอย่างนี้จริง ๆ ครับ  ทั้ง ๆ ที่มีการวางแผนรับมือและระวังเตือนภัยที่ดีที่สุดเทศกาลหนึ่งของประเทศไทย ก็ยังมีอย่างนี้(จุดตรวจชะลอรถเตือนภัยก็อยู่ห่างจากที่เกิดเหตุไม่ถึงกิโลเมตร  และห่างจากอำเภอ...ราว 7 ก.ม.)

การรณรงค์และนำใช้มาตรการเตือนอุบัติภัยบนท้องถนนยามเทศกาลและเป็นวาระระดับชาติเช่นนี้  ต่อไปน่าจะต้องเพิ่มประเภทของภัย  คือภัยจากมิจฉาชีพผู้ลักลอบเอาทรัพย์ที่แฝงคราบมากับผู้มีหน้าที่และไทยมุงด้วย  ครั้งนี้ญาติของผมเจอมิจฉาชีพเจ้าปัญญาที่แยกแยะได้ว่าเช็คแบบไหนใช้ได้ใช้ไม่ได้  คงคิดว่าคนเจ็บและญาติเมื่อได้ชีวิตและเอกสารสำคัญคืนก็ควรพอใจแล้ว อย่างนั้นหรือเปล่าครับ..

(ขอสงวนชื่อท้องที่ไว้เพราะได้ชีวิตญาติคืนมาได้ก็นับว่าบุญ ฟาดเคราะห์ไปก็แล้วกันครับ)