วันนี้มีหลักคิดมาฝากครับ ท่านจะอยู่กับลูกน้องอย่างไรที่จะไม่ทำให้เขากลายเป็นปรปักษ์กับตนเอง ลองทบทวนตัวเองดูได้ครับ

วันนี้มีหลักคิดมาฝากครับ  ท่านจะอยู่กับลูกน้องอย่างไรที่จะไม่ทำให้เขากลายเป็นปรปักษ์กับตนเอง  ลองทบทวนตัวเองดูได้ครับ

 

เจอกันเช้าๆเราเดินผ่านลูกน้อง  ใจเราก็คิดแต่เรื่องงาน  จนไม่ได้ทักทายหรือยิ้มให้ลูกน้อง  แต่แย่ที่สุดก็คือเจอหน้ากลับไปถามเรื่องงานกับลูกน้อง  เขาบอกว่าให้คุยเรื่องใกล้ตัวลูกน้องก่อน  ลูกเต้าชีวิตที่บ้านเขา  แล้วค่อยมาพูดถึงงานของเรา

 

 

เวลาเรามีการงานมาก  อย่าลืมเสียสละเวลาบ้าง  ให้พูดจาทักทายกับลูกน้องบ้างสัก  2-3  นาทีก็ยังดี

 

 

อย่าปล่อยให้ลูกน้องคอย  ขณะที่เราติดธุระหรือพูดโทรศัพท์  โดยที่เราไม่มีการขอโทษ  ไม่เห็นจะเสียหายอะไร  ถ้าจะขอโทษ  กลับดีซะอีก  แต่ก็อย่าพร่ำเพรื่อ

 

 

เรามักจะเก็บเอกสาร  แฟ้มงานต่างๆของเราเอาไว้บนโต๊ะจนมากมาย  ทั้งๆที่งานเราที่วางไว้ไม่มีความจำเป็นจะต้องใช้อีกแล้ว  คงต้องเก็บๆซะบ้าง

 

 

เมื่อลูกน้องต้องการที่จะรู้ว่า  งานที่เราให้ไป  เขาทำได้ถูกใจของเราหรือไม่  แต่เรากลับเลื่อนเวลานัดเจอกันกับลูกน้องเพื่อที่จะให้เขาได้หารือออกไป  ใจลูกน้องเหี่ยวหมดเลย

 

 

มีลูกน้องของเราบางคนที่เราไม่เคยกล่าวชมเชยความดีของเขาเลย

ใช่ใหม ถ้าใช่นี่แย่มาก  โถชมเชยคนนี่ไม่เสียสตางค์เลยนะครับ  ใช้ไปเถอะ  แต่เขาบอกว่าเวลาชมต้องชมกับคนมากกว่าหนึ่งคน  แต่หากจะด่าคนอย่าด่าให้ได้ยินมากกว่าหนึ่งคนนะ  เสียหมดเลย

 

 

เรามักจะพูดถึงข้อบกพร่องของลูกน้อง  มากกว่าที่จะชมเชยใช่ใหม  ถ้าเป็นแบบนี้คงไม่ดี  เพราะคนย่อมมีทั้งดีและไม่ดีอยู่ในตัวคนเดียวกัน  อย่าไปจี้แต่จุดไม่ดีของเขา  เราจะทุกข์มากกว่าเขา

 

 

เอาแค่นี้ดีกว่าเดี๋ยวจะบ้าซะก่อน  แล้วจะมาว่าที่ฉันทำมานี่ผิดหมดเลยใช่ใหมลุงเอก  แล้วจะให้ฉันทำยังไง