....เมื่อปากกาเขียนไม่ออก…

....เมื่อปากกาเขียนไม่ออก…”

....วันก่อนผมได้รับเกียรติเป็นวิทยากรอบรม ชาวนาชั้นนำ แก่ตัวแทนศูนย์ข้าวชุมชน จำนวน 50 คน เพื่อให้เป็นตัวแทนของเกษตรตำบลในการถ่ายทอดความรู้การผลิตข้าวที่ถูกต้องเหมาะสมแก่ชาวนาทั่วไป....

.....เพราะมีคนเชื่อว่า......

เกษตรกรรู้เรื่องการทำนาดีที่สุด...

 เข้าใจวิถีชีวิตคนในชุมชนมากที่สุด

....น่าจะ...

ถ่ายทอดแลกเปลี่ยนความรู้ไปสู่เพื่อนชาวนาได้ดีที่สุด... 

หลังจากอบรมเป็นเวลา 3 วันแล้ว ชาวนาชั้นนำ ก็จะได้รับใบประกาศ แล้วแต่ละคนก็จะได้รับมอบหมายให้ไปสอนเพื่อนชาวนา อย่างน้อย 50 คน ให้สามารถทำนาได้อย่างมีประสิทธิภาพ ผลผลิตสูง ต้นทุนต่ำ และปลอดภัย.....

(...ถ้าแผนนี้ได้ผล เกษตรกรไทยก็จะลืมตาอ้าปากได้เสียที....)

        หลังจากอบรมถ่ายทอดวิชาการเกี่ยวกับการปลูกข้าวมาวันครึ่ง ก็เป็นชั่วโมงที่ว่าด้วยการที่ชาวนาชั้นนำจะนำเอาความรู้ที่ได้รับไปถ่ายทอดต่อเกษตรกรเป้าหมายได้อย่างไร???

     ลืมบอกไปว่าอายุเฉลี่ย ชาวนาชั้นนำ รุ่นนี้ คือ 55 ปี สูงสุด 73 ปี

บางคน...รึหลายคน...เขียนได้แต่ชื่อตัวเอง...พูดไม่เก่ง...พูดเรื่องทำมาหากินพอได้..แต่พูดเรื่องวิชาการ...ได้อย่างไร...

        เป็นโจทย์ที่เกษตร (อยู่) จังหวัด ได้รับมา..และต้องแก้ให้ได้ ไม่เช่นนั้นความรู้ที่ถ่ายทอดไปก็คงจะจบอยู่ที่ชาวนาชั้นนำ ไม่สามารถขยายผลไปอีก 500 คนต่อปีได้....

         ย้อนไปวันก่อนนั้นอีก ในบรรยากาศการลงทะเบียนเข้างานระดับภูมิภาคงานหนึ่ง... เมื่อลงทะเบียนเสร็จก็จะได้รับแบบแสดงความคิดเห็น...เมื่อนำมากรอกเสร็จ..ส่งคืน...ก็จะได้รับ ปากกา เป็นของที่ระลึก

ทำไมไม่กรอกแบบแสดงความคิดเห็นส่งละ...ได้ปากกาด้วยนะ... ผมบอกเพื่อนกลุ่มหนึ่งที่ถือแบบดังกล่าวเดินเข้าไปในงาน....

อ้าว...รึพี่... สามคนทำหน้างง ๆ ยกกระดาษขึ้นดู คนที่มีปากกามาด้วยรีบลงมือกรอกแบบสอบถาม เมื่อรู้ว่ามีสิทธิ์ได้ของฟรี...

อีก 2 คนไม่มีปากกา...ผมจึงยื่นปากกาให้น้องคนที่อยู่ใกล้ที่สุด....

        ...ปากกาเขียนไม่ออก...” น้องคนนั้นเอ่ยขึ้น หลังจากลองใช้ปากกาของผม พร้อมส่งปากกาคืน

        ผมรับปากกากลับมาดู เป็นปากกาแบบกด มี 4 ไส้ 4 สี ใหม่เอี่ยม ผมพึ่งได้รับมา....

        แล้วทำไมมันเขียนไม่ออก....

     ผมเริ่มกดให้ไส้ปากกาสีน้ำเงินออกมา...แล้วขีดลงบนกระดาษ...

...ไม่ออกแฮะ....

ผมเปลี่ยนไส้เป็นสีดำ...เขียนไม่ออกอีก...คราวนี้สีเขียว...และตามด้วยสีแดง....

     ไม่นา...

ปากกาใหม่เอี่ยม...เป็นของที่ระลึกการจัดงาน...เจ้าของงานน่าจะตรวจสอบคุณภาพก่อนแจกให้ผู้ร่วมงาน....

        แล้วทำไมมันไม่ออก...

        รึเพราะความใหม่เอี่ยมของมัน....

ผมเริ่มขีดปากกาลงบนกระดาษนาน ๆ ด้วยเชื่อแน่นอนว่ามันต้องออก ๆ

ไม่นานปากกาด้ามนั้นก็สามารถเขียนออกได้ทั้ง 4 สี....

     ผมหันไปหาน้องคนเดิมที่เขียนปากกาไม่ออก...เขายังยืนรอขอยืมปากกาของเพื่อนที่กำลังกรอกแบบฟอร์มอยู่....

        ผมนำเรื่องนี้ไปเป็นบทนำเข้าสู่บทเรียนในชั่วโมงที่ผมเป็นวิทยากรในวันต่อมา

 โดยสรุปว่า

*                    ถ้าท่านเชื่อว่าปากกาเขียนไม่ออก...ปากกามันก็จะเขียนไม่ออก ทั้ง ๆ ที่ปากกามีตั้ง 4 ไส้ แต่เพราะเชื่อว่าเขียนไม่ออก จึงไม่มีความคิดที่จะลองใช้อีก 3 ไส้ที่เหลือ...และไม่พยายามพอที่จะลองขีดดูนาน ๆ....

*                    แต่เพราะผมเชื่อว่าปากกานี้ต้องเขียนออก ผมจึง

หาวิธีการ คือลองกดดูทุกสี ผมจึง

พยายาม คือลองขีดดูนาน ๆ จนสามารถเขียนออก....

        การถ่ายทอดความรู้สู่เพื่อนเกษตรกรก็เช่นกัน ถ้าท่านเชื่อว่าท่านทำได้..ท่านก็จะหาวิธีการที่จะทำ..ท่านก็จะพยายามที่จะทำ....

.....แต่ท่านต้องเชื่อเสียก่อน....ว่าปากกานี้สามารถเขียนออก...