เอาเรื่องอะไรก่อนดี เพราะมีอยู่หลายเรื่องที่อยากเล่าให้ฟัง เรื่องนี้ก่อนละกันค่ะ เผื่อว่าจะเป็นแรงจูงใจให้คนอื่นๆ บ้าง


ต้นเดือนมกราคม 
      เฮ้อ ! ต้องไปทำวิจัยเรื่อง พฤติกรรมและแรงจูงใจในการออกกำลังกายของนักศึกษาแพทย์ ทำยังไงดีล่ะ ถ้านักเรียนถามกลับว่าอาจารย์ออกกำลังกายบ้างเปล่า จะตอบว่าอย่างไร ตัวอาจารย์เองก็ไม่ออกกำลังกายเลยมาเกือบปี


ในเวลาไล่เลี่ยกัน
      อุ๊ย! ทีมงานสสพ. ออก "สมุดเด็กดี" ให้ทุกคนในภาควิชา


ปลายเดือนมกราคม 
      อ้ายหยา! วันที่ 31 พรุ่งนี้ต้องส่งสมุดเด็กดีแล้ว ยังไม่ได้ออกกำลังกายซักวัน ไม่ได้การซะแล้ว ไปออกกำลังกายดีกว่า

วันแรกของเดือนกุมภาพันธ์
      ส่งสมุดเด็กดีที่ amazing มากมาก มีอยู่ขีดเดียว วันที่ 31


วันที่สองของเดือนกุมภาพันธ์จนถึงปัจจุบัน

      ประสบผลสำเร็จแล้ว ออกกำลังกายได้ตามนิยาม regular exercise คือ อย่างน้อยอาทิตย์ละสามวัน ครั้งละไม่ต่ำกว่า 30 นาที ขาดก็อีกแต่ทำอย่างสม่ำเสมอเป็นเวลาอย่างน้อย 6 เดือน ตอนนี้นะคะ ถ้าไม่ได้ออกกำลังกายติดต่อกันสัก 2-3 วันจะรู้สึกไม่ค่อยสบายตัว       ทีมงานสสพ.คะ ทราบแล้วเปลี่ยน สมุดเด็กดีของท่านใช้ได้ผล อย่างน้อยก็หนูคนหนึ่งล่ะค่ะ

      "สมุดเด็กดี" ที่เรียกนี่ก็คือ สมุดบันทึกกิจกรรม ที่แจกให้แต่ละคนทุกเดือนนั่นแหละค่ะ  เหตุผลที่เรียกว่าสมุดเด็กดีนั้น เป็นเพราะว่า ลักษณะการบันทึกคล้ายกันกับ log book ที่ได้รับแจกสำหรับจดหัตถการตอนเป็น นศพ. พวกเราเรียกกันว่า สมุดเด็กดี เพราะ ถ้าเป็นนศพ.ที่ดี ที่ขยัน log book ก็จะเต็มไปด้วยร่องรอยการจดบันทึก ต่างกันอยู่อย่างหนึ่งคือ สมุดเด็กดีของนศพ. จะมี minimum requirement แต่สมุดของ สสพ. ไม่มีเกณฑ์ขั้นต่ำ
       ในความเห็นส่วนตัว ถือว่าสมุดเด็กดี เป็น “อุปสรรค” ชิ้นหนึ่งที่ต้องขจัดออกไปให้ได้ เวลาที่เปิดออกมา "เช็คยอด" การออกกำลังกาย แล้วเห็นช่องว่างอันบ่งว่าไม่ได้ออกกำลังกายติดกันหลายช่องเกินไปแล้ว ก็จะพยายามไปออกกำลังกายอะไรให้ได้สักอย่าง วิธีการใช้อุปสรรคกระตุ้นนี้ เหมาะอย่างยิ่งสำหรับบุคคลประเภท “ชอบเอาชนะ” เอาชนะในที่นี้ คือเอาชนะใจตัวเอง ชนะใครหรือจะสู้ เท่ากับชนะใจตนเองใช่ไหมคะ ส่วนถ้ามีใครพยายามจะเอาชนะเรานั้นไม่เป็นไร ช่างเขา ถือซะว่าตัวเราได้ทำประโยชน์โดยเป็นอุปสรรคกระตุ้นให้คนอื่น ส่วนคนที่ “ไม่ชอบเอาชนะ” คงต้องหาแรงจูงใจแบบอื่น