ประสบการณ์ที่ดีในการเข้าร่วมการพัฒนาจิต

วันที่ 2-4 เมษายน 2551 ดิฉันได้มีโอกาสเข้าร่วมปฏิบัติธรรมที่ศูนย์ปฏิบัติธรรมสวนเวฬุวัน ในโครงการปฐมนิเทศก์บุคลากรใหม่ จำนวนประมาณ 300 คน

นอกจากจะได้ปฏิบัติธรรมแล้ว

เราและพี่มรกต ลิ้มวัฒนา ยังต้องมีหน้าที่ดูแลน้องใหม่กว่า 300 คน

หลายคนเจ็บป่วย ปวดท้อง

ทั้งแมลงเข้าหู ส่งน้องๆไปโรงพยาบาล ที่ห้องฉุกเฉิน

 

หลายคนมีธุระต้องลากลับก่อนกำหนด

ทำให้เราได้ทั้งปฏิบัติธรรมไปด้วย ทำงานไปด้วย

พวกเราได้พระอาจารย์ไก่ เป็นพระอาจารย์ที่ฝึกและพัฒนาจิต

พระอาจารย์เก่งทั้งสอน ทั้งมีจิตวิทยาในการสอนน้องใหม่ให้ฝึกได้ ถือว่าเป็นสุดยอดพระอาจารย์  พระอาจารย์ไก่ เคยจบ ป. ตรี วิศวกรรมศาสตร์ จบปริญญาโท จิตวิทยา

Day1 ...

เราได้รับการอบรมมารยาททั่วไป ในการเดิน นั่ง การไหว้ การประเคนของ การพูดกับพระสงฆ์  

ฝึกการปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานเบื้องต้น (การยืน เดิน การกลับตัว การนั่ง)

การนั่งสมาธิ การแผ่เมตตา การทำวัตรเย็น กิจกรรมวันนี้เราฝึกถึง 3 ทุ่ม

การนั่งสมาธิ เอาสติจับที่ท้องพอง ยุบ กำหนดหองหนอ ยุบหนอ หลักการคือให้สติจับที่การพอง ยุบของท้องเท่านั้น อย่าดูลมที่จมูก อย่าตะเบ็งท้อง กำนดไปเรื่อยๆ จนกว่าจะถึงเวลาที่กำหนด

น้องๆหลายคนบอกว่า.. รู้สึกแน่นท้องไปหมด หายใจไม่สัมพันธ์ กัน เหนื่อยมาก ตัวราเองก็รู้สึกแบบน้องๆ

ถึงเวลาพักพระอาจารย์อนุญาติให้นอนสมาธิ น้องๆ ชอบมาก

ต่อมา..เราก็ลองทำตามหลักที่พระอาจารย์สอน ทำได้บ้าง ไม่ได้บ้าง เพราะจิตเราแว๊บไปคิดเรื่องอื่นๆ

พระอาจารย์แนะนำให้

กำหนด..ถ้าคิดเรื่องอื่น โดยกำหนดที่ลิ้นปี่ และคิด รู้หนอ รู้หนอๆๆๆ จนจิตกลับมาแล้วกลับมากำหนดที่ท้อง  พองหนอ ยุบหนอต่อ พอไหว แต่ไม่ผ่าน เพราะต้องเปลี่ยนท่าก่อนเวลา

คติธรรมในวันแรก พระอาจารย์สอน

ให้กินน้อย นอนน้อย พูดน้อย ทำความเพียรให้มาก

สวดมนต์เป็นยาทา วิปัสสนาเป็นยากิน

คนเรามี 3 หน้า

หน้านอกบอกความงาม

หน้าใน บอกความดีและ

หน้าที่บอกความสามารถ

การฝึกสมาธิในวันนี้

เรา..ไม่สามารถกำหนดความทุกขเวทนาจนครบเวลาที่กำหนดไว้ 20 นาที เพราะปวดขาระหว่างนั่งสมาธิได้ ต้องเปลี่ยนท่านั่ง เพราะความรู้สึกเหมือนขาจะบวม ชา ปวดมาก พระอาจารย์ให้หายใจลึกๆในช่วง 5นาทีสุดท้าย แต่ผ่านไม่ได้

แต่การเดินจงกลมสามารถปฏิบัติได้

ว่างจากการปฏิบัติต้องทำงานพิเศษ

ล้างจานหลังทานอาหาร

กวาดใบไม้

Day 2  

ตื่นตี 4 มาสวดมนต์เช้า เดินจงกลม นั่งสมาธิ ฟังพระอาจารย์สอนธรรมมะ การเดินจงกลม 

วันนี้ยังนั่งสมาธิได้ไม่ครบ เปลี่ยนท่าใน 5 นาทีสุดท้าย แต่การฝึกอย่างอื่นผ่านได้


Day 3

ตื่นตี 4 มาสวดมนต์เช้า แล้วพระอาจารย์พาเดินธุดงค์ไปตามสวนปฏิบัติธรรม

ผ่านไปตามถนนคอนกรีต เข้าป่าหิน ดิน ทราย พวกเราไม่ใส่รองเท้า

พระอาจารย์...ให้เรียนรู้การกำหนดทุกขเวทนาระหว่างที่เท้าเหยียบดิน หิน ให้เดินเรียงเป็นแถวยาว  รู้สึกจะไม่มีปัญหาอะไร กลับมาเดินจงกลมต่อ

วันนี้พระอาจารย์ให้ทนให้ได้ ระหว่างนั่งสมาธิ ให้นั่ง 30 นาที ระหว่างนั่งเราแทบจะทนไม่ได้ รู้สึกว่าขาบวมใหญ่ ชา เหมือนไม่มีขา เราก็สูดลมหายใจลึกๆ

กำหนด ปวดหนอๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

นึกถึงแม่เรา..ที่ขาชาจากโรคเบาหวานทั้งชีวิต เรารู้สึกว่าขาชาแค่ 30 นาที เราต้องทนได้

ตอนเหลือ 1 นาทีสุดท้าย เกือบไม่ผ่าน แต่ก็ผ่านไปได้

หลังจากนั้นพระอาจารย์พาแผ่เมตตา

ความรู้สึก...ที่นั่งจนครบเวลาได้ครั้งแรก จิตเรามีความสุข รู้สึกดีมาก จนเกือบน้ำตาไหล

พอช่วงบ่าย...พระอาจารย์ให้ปฏิบัตินานขึ้น

ทุกอย่างผ่านไปได้ด้วยดี

โดยเฉพาะ การนั่งสมาธิตอนบ่าย

หลังจากที่ขาไม่รู้สึก  หลังนั่งสมาธิ

พระอาจารย์ให้ทำฤาษีดัดตน

โดยให้ใช้มือกดหัวเข่าลงไปลึกๆ แล้วโน้มตัวจนศีรษะจรดพื้นด้านหน้า ทำหลายรอบ แล้วเงยหน้า ดัดตัวไปด้านหลังและด้านข้าง

ปรากฏการณ์พิศวง ขาที่ชา รู้สึกหายปวดเป็นปลิดทิ้ง

ดังนั้นคนที่นั่งขัดสมาธิเป็นเวลานาน ฤาษีดัดตนน่าจะช่วยได้ดีค่ะ

แต่เราต้องนำมาฝึกต่อ...ไปอีก

ใครมีประสบการณ์ต่างๆเหล่านี้ ขอคำแนะนำด้วยนะคะ