คำคืนหนึ่งของการอบรมหลังดินเนอร์ ได้ให้สมาชิกแต่ละชาติแสดงวัฒนธรรมของชาติต่าง ๆ บ้างก็ใช้การเต้น การร้อง การรำ บ้างก็แสดงวัฒนธรรมประเพณีการต้อนรับแขกที่ผิแผกแตกต่างกันออกไป ผมจึงคิดจะเสนอรำวงไทย ทั้ง ๆ ที่รำไม่เก่ง จะร้องเพลงลอยกระทงแล้วให้ทุกคนร่วมรำวงด้วยกัน จึงได้ไปประสานเพื่อนชาวกัมพูชาที่ชื่อว่า Sophiny ขอให้มีส่วนร่วมช่วยแสดงท่ารำเป็นตัวอย่าง แต่ทางคุณโสฟินี บอกว่า รำวงนี้เป็นวัฒนธรรมของกัมพูชา ซึ่งเธอได้เตรียมมาเสนอเป็นการแสดงวัฒนธรรม รำวง ในนามกัมพูชาอยู่แล้ว ผมจึงต้องกินแห้วไป  แล้วจะแสดงอะไรดี  คิด คิด สุดท้ายจึงได้มีไอเดียใหม่ ตกลงเอาเป็นการแสดงโฟล์คซองไทยดีกว่า ว่าแล้วก็ใช้กีตาร์มาเป็นดนตรีชิ้นเดียวร้องเล่นเพลงโฟล์คซองไทย ซึ่งยังจำเนื้อร้องและคอร์ดกีตาร์ได้  เป็นเพลงเมื่อเกือบสามสิบปีก่อนตอนสมัยนั้นเป็นยุคที่โฟล์คซองกำลังรุ่งเรือง เรื่องการแก้ปัญหานี้จึงจบลงไปด้วยดี โดยมีคุณ เมรี เพื่อนชาวฟิจิ มาถือไมโครโฟนให้ เพราะข้ามาคนเดียว  ผิดกับประเทศอื่นที่เขามากันหลายคน แสดงกันเป็นทีมได้  หากใครจะร่วมสนุกลองทายซิครับว่าเพลงโฟล์กซองที่ผมร้องชื่อเพลงอะไร คนแรกที่ตอบถูกจะได้รับรางวัลที่จะจัดสรรให้จากการไปกัมพูชามา