หมอจะทำยังไงดี...ถ้าเจออย่างนี้


ถอดประสบการณ์เป็นบทเรียน

ห้าสิบวันของการรวบรวมข้อมูลตรวจสุขภาพช่องปาก

เฉลี่ยได้ตรวจวันละแปดคน รวมๆ ได้พบคนเพื่อการนี้มาแล้วประมาณสี่ร้อยคน

ดูช่องปากของคนชนบทภาคอิสานที่มีบ้านอยู่ห่างจากอำเภอเมืองอย่างน้อยห้าสิบกิโลเมตร

มีสถานการณ์น่าสนใจที่คิดว่าน่าจะนำไปเป็นสถานการณ์ศึกษา (Scenario) ในการเรียนการสอนของเราได้

1.ชายไทยอายุสี่สิบปี แก้ปัญหาหน้าล่างโยกจากสาเหตุโรคปริทันต์ ด้วยใช้กาวตราช้างเชื่อมฟันหน้าล่างทุกซี่เข้าด้วยกัน เขาคิดวิธีนี้เองจัดการเชื่อมฟันเอง และเห็นว่ามันได้ผล

2.มีเพียงหนึ่งในสิบของคนที่ใส่ฟันปลอมที่ได้รับบริการจากทันตแพทย์ อีกเก้าในสิบรับบริการจาก "หมอที่เพิ่นมาใส่ให้ที่บ้าน" (ช่างใส่ฟันเร่) เป็นการใส่ฟันแบบใช้อคริลิกโปะลงไปบนสันเหงือกว่าง แล้วใช้ซี่ฟันพลาสติกเสียบลงไปบนอคลิลิก เมื่ออคริลิกแข็งตัว ก็จะล๊อกฟันปลอมและฟันจริงเข้าด้วยกัน (มีศัพท์เรียกกันอย่างไม่เป็นทางการว่า เป็นการใส่ฟันปลอมถอดได้แบบติดแน่น) ราคาที่ใส่ฟันปลอมถอดได้แบบติดแน่นนี้ เฉลี่ยซี่ละสี่ร้อยบาท ส่วนใหญ่ใส่มานานกว่าหนึ่งปี และมีเพียงคนเดียวที่รู้สึกว่าอยากจะถอดออก แต่ถอดไม่ได้ ที่เหลือไม่รู้สึกว่าฟันปลอมแบบนี้ใส่แล้วมีปัญหาอะไร...แต่หากใช้มุมมองของวิชาชีพตรวจ พบว่าฟันธรรมชาติที่มีอคริลิกเกาะนั้นมีอาการเหงือกอักเสบอย่างรุนแรง และเนื้อเยื่อเหงือกใต้ฟันปลอมถอดได้แบบติดแน่นนี้มักจะอักเสบ

3.ชายไทยอายุสี่สิบห้าปี ประสบอุบัติเหตุจักรยานยนต์ กระทบกระเทือนถึงสมอง ได้รับการผ่าตัด...หลังผ่าตัดมีอาการกล้ามเนื้อซีกขวาอ่อนแรง ทำกายภาพบำบัดมาสามเดือนแล้ว เมื่อเทียบกับหลังผ่าตัด ปัจจุบันสามารถฟื้นฟูสภาพของกล้ามเนื้อดีขึ้นมาก เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาเกิดอาการปวดฟันอย่างรุนแรง ถึงขนาดรับประทานอาหารไม่ได้ กินยาแก้ปวดก็ไม่หาย ตรวจดูพบฟันกรามบนขวา มีรอยผุทะลุโพรงประสาทฟัน ผู้ป่วยและญาติกังวลกับการถอนฟันมากเพราะเชื่อว่าการถอนฟันทำให้มีการ "เสียประสาท" และเกรงว่าจะเป็นเหตุให้ฟื้นฟูกล้ามเนื้อกลับมาให้ดีขึ้นได้อีก

4.การสำรวจสุขภาพช่องปาก ณ หมู่บ้านแห่งหนึ่ง ระหว่างการตรวจที่มีผู้รอตรวจอยู่ประมาณห้าหกคน ผู้ใหญ่บ้านได้เล่าประสบการณ์ให้ลูกบ้านฟังว่า ตนเคยไปถอนฟันบน ซึ่งกินเวลานานมาก ตนเองถึงกับหมดสติไป, ส่วนน้องชายของตนเองเป็นโรคเลือดแล้วไปถอนฟัน ผลปรากฎว่าหลังจากนั้นไม่นานก็เสียชีวิต.....อีกหมู่บ้านหนึ่งในสถานการณ์เดียวกันผู้ใหญ่บ้านเล่าให้ลูกบ้านฟังว่า ตนเคยไปถอนฟันบนแล้วรากฟันหลุดเข้าในไซนัส หมอส่งต่อไปโรงพยาบาลจังหวัด แต่ก็แคะไม่ออก หมอบอกว่าทำอะไรไม่ได้แล้ว ตนทนเจ็บอยู่ประมาณสองปีในที่สุดรากฟันนั้นหลุดออกมาทางรูจมูกในขณะที่สั่งน้ำมูก

5.ระหว่างรวบรวมข้อมูลวิจัยด้วยการสัมภาษณ์ อาสาสมัครผู้เข้าร่วมวิจัยได้ยินเสียงท้องร้อง เลยถามหมอว่า หมอยังไม่ได้กินข้าวเช้ามาเหรอ เขาล้วงกระเป๋า หยิบลูกอมฮอลล์ออกมากำใหญ่ แล้วบอกว่าหมอเอานี่รองท้องไปก่อน...หรือ เจ้าบ้านหยิบเอาน้ำอัดลมมาเสิร์ฟเรา...หรือ บ้านที่เราไปขอพักอาศัย ทำกิจการร้านค้าเล็กๆ ที่ขายสินค้าหลักคือ ขนมถุง...ทุกๆเช้าจะมีนักเรียนประถมเดินผ่านมาซื้อทั้งขนมกรุบกรอบ เจลลี่ และไอศครีม สอบถามพบว่ากิจการลักษณะนี้เป็นธุรกิจที่ง่ายที่สุด และเป็นกิจการที่สามารถช่วยเหลือครอบครัวได้เป็นอย่างดี...หากร้านเราเลิกก็ไม่ได้ทำให้อะไรดีขึ้น เพราะมีร้านที่ขายขนมลักษณะนี้อีกเกือบสิบร้านในหมู่บ้าน

6.ร้อยละสามสิบห้ามีตอรากฟัน (retained root) ในปากอย่างน้อยหนึ่งราก ส่วนใหญ่ไม่รู้สึกเจ็บปวดอะไรแม้ว่าเกือบครึ่งมีตุ่มหนองปลายราก เมื่อแนะนำว่าสมควรจะต้องไปถอน มักจะได้คำตอบว่า ไม่เจ็บจะไปถอนทำไม

7.เกือบร้อยละแปดสิบของผู้ชายที่มาตรวจเป็นผู้สูบบุหรี่ หรือเคยสูบ, ส่วนใหญ่สูบแบบใช้ยาเส้นมวนกับกระดาษ ไม่มีก้นกรอง หลายคนถามหายาที่สามารถจะทำให้เลิกบุหรี่ได้

8.จากสถานกาณ์หลายๆเรื่องข้างต้น (ประกอบกับสาเหตุหลักที่คนไม่อยากทำงานในชนบท เช่น ความห่างบ้าน ห่างวิชาการความรู้ และค่าตอบแทนต่ำแล้ว) ผู้ให้บริการทันตกรรมเกิดความรู้สึกว่า "ตนเองไม่ได้เป็นที่ต้องการ" เพราะต่อให้ไม่มีทันตแพทย์ ชาวบ้านก็อยู่กันได้...ทนได้จนกระทั่งฟันผุเหลือแต่ราก แต่เมื่อมีทันตแพทย์มารักษาโรคที่ซับซ้อนมากขึ้น กลับถูกมองว่าเป็นสาเหตุของการเจ็บป่วยร้ายแรงอื่นๆที่ตามมา เช่นการเสียประสาท หรือเลือดออกจนตาย

คำถามสำหรับสถานกาณ์ศึกษาก็คือ ถ้าเป็นท่าน (ลองสมมติว่าท่านทำงานในตำแหน่งต่างๆ เช่น ทันตาภิบาล, ทันตแพทย์ โรงพยาบาลชุมชน, ทันตแพทย์ โรงพยาบาลจังหวัด, ทันตแพทย์ สสจ., หัวหน้าสถานีอนามัย, ผู้อำนวยการโรงพยาบาลชุมชน, สาธารณสุขอำเภอ, นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด ฯลฯ) ท่านจะตอบสนองกับสถานการณ์ดังกล่าวอย่างไร ทั้งหมดนี้อยู่ในบริบทที่ว่า หมู่บ้านที่เข้าไปตรวจ อยู่ห่างจากสถานีอนามัยที่มีทันตาภิบาลเฉลี่ยสามกิโลเมตร ห่างจากโรงพยาบาลชุมชนเฉลี่ยสิบกิโลเมตร ห่างจากโรงพยาบาลจังหวัดเฉลี่ยห้าสิบกิโลเมตร...ทันตาภิบาลให้บริการถอนฟันอย่างง่าย อุดฟัน ขูดหินน้ำลาย, ทันตแพทย์โรงพยาบาลชุมชน  ใส่ฟันปลอมฐานอคิริก, รักษาราก (ใช้บัตรทองไม่ได้) ส่วนใหญ่เป็นทันตแพทย์จบใหม่ มีบางช่วงของปีที่ทันตแพทย์ลาออกกลางปี ก็ไม่มีทันตแพทย์ให้บริการในโรงพยาบาลชุมชนเลยแม้สักคนเดียว

หมายเลขบันทึก: 175482เขียนเมื่อ 5 เมษายน 2008 19:51 น. ()แก้ไขเมื่อ 21 มิถุนายน 2012 23:01 น. ()สัญญาอนุญาต:


ความเห็น (14)

ได้เห็นอีกมุมมองของงานทันตกรรมจากฝั่งผู้ให้บริการ เหนื่อยมากเลยนะคะนั่น ขอให้กำลังใจ นี่พอดีพึ่งไปทำฟันมาก็เลยเขียนเรื่องนี้ค่ะ เลิกกลัวหมอฟันกันซะที เป็นมุมมองเรื่องการทำฟันสนุกๆ จากคนไข้บ้าง อ่านแก้เครียดได้นะคะ : )

สวัสดีครับคุณ

Little Jazz \(^o^)/

ขอบพระคุณที่เข้ามาแสดงความเห็นครับ

แม้ว่าจะเป็นเรื่องจากในเมือง...แต่หมอบ้านนอกก็มีกำลังใจทำงานมากขึ้นครับ

สวัสดีครับคุณ

Little Jazz \(^o^)/

ขอบพระคุณที่เข้ามาแสดงความเห็นครับ

แม้ว่าจะเป็นเรื่องจากในเมือง...แต่หมอบ้านนอกก็มีกำลังใจทำงานมากขึ้นครับ

 

เป็นโครงการที่น่าสนใจ และ เป็นประโยชน์มากๆ ตรงที่ประยุกต์งานเป็นงานวิจัย ขอชื่นชมครับ

 

  • ถ้าเป็นทันตาภิบาลหรือทันตแพทย์ ผมคงจะเรื่มด้วย การดึงมวลชนให้เข้าร่วมโดยใช้ อสม. หรือ ผู้นำชุมชน อบต. ที่มีอยู่ทำหน้าที่เป็นหมอฟันอาสา โดยให้ความรู้เบื้องต้น  แล้วให้หมอฟันอาสาสำรวจชุมชน ดูปัญหาเรื่องฟัน อย่างง่ายๆ
  • พอได้กลุ่มเป้าหมายก็ประชาสัมพันธ์ ให้ความรู้ ก่อนจะลงพื้นที่จริง เป็นการเตรียมชุมชนให้พร้อมที่จะรับการรักษาจริงๆ
  • ในขณะที่ลงพื้นที่เพื่อรักษา ก็มีส่วนที่ให้สุขศึกษา และ สอนเรื่องการดูแลในช่องปาก
  • ถ้าผู้ใดพร้อม ก็เริ่มให้การรักษา
  • ช้าหน่อย แต่ค่อยเป็นค่อยไป มั่นยืนครับ

 

หมอสุข

ขอบพระคุณหมอสุขที่กรุณาให้คำแนะนำครับ

สวัสดีค่ะอ.พี่สุธี

ถูกใจใช่เลย! : )

สถานการณ์และคำถามกระตุกใจแบบนี้แหละที่เราต้องการ แต่มักจะเลี่ยงกันวิเคราะห์ให้ถึงแก่น

ในการทำงานทันตกรรมผู้สูงอายุที่นี่ก็มีความซับซ้อนของปัญหาไม่แพ้กันค่ะ มัทคิดจะเขียนเป็นบันทึกคล้ายๆบันทึกนี้อยู่เหมือนกัน

ถ้าให้ตอบหมดว่า จะทำอย่างไร คงยาวมาก เดี๋ยวนักศึกษาไม่ได้คิดด้วย

แต่ตอนนี้อยากตอบก่อนว่า

1. ต้องถามตัวเองว่า คุณยอมรับได้หรือไม่ว่า สุขภาพช่องปาก หรือ แม้กระทั่งสุขภาพทั่วไป เป็นเพียง "ทางผ่าน" เป็นเพียง "เครื่องมือ" เพื่อนำไปสู่ เป้าหมายต่างๆในชีวิตของแต่ละคนที่ให้คุณค่าในแต่ละสิ่งไม่เหมือนกัน ไม่ว่าจะเป็นคำหลวมๆเช่น คุณภาพชีวิต ความสุข ความร่ำรวย ความสวยงาม หรือแม้กระทั่ง การบรรลุมรรคผล นิพพาน

ถ้าสุขภาพดีก็จะทำให้การไปสู่เป้าหมายนั้นๆง่ายขึ้น แต่....

"สุขภาพไม่ใช่เป้าหมายสูงสุด"

ตรงนี้แหละที่บุคคลากรทางการแพทย์ทำใจลำบาก เพราะมันเป็นเป้าหมายการทำงานของเรานี่น่า

อยากให้ทุกคนลองมองใหม่ มองในมุมของประชาชนคนไข้ ว่ามันเป็นอย่างนั้นจริงรึเปล่า หรือเพราะพวกเราเองที่อยากให้เป็นอย่างนั้น

(health is just an instrument to achieve other purposes/values in life - Lawrence Green)

2. เพราะฉะนั้น การให้ความสนใจกับสิ่งที่ผู้รับต้องการนั้นสำคัญมากๆ (อ่านมาถึงตอนนี้ ไม่ได้หมายความว่าต้องตามใจผู้รับเสมอไปนะคะ แต่ว่าต้องเข้าใจเค้าให้ได้ก่อนว่าทำไมเค้าถึงทำในสิ่งที่เค้าทำ และสิ่งที่เค้าต้องการจริงๆคืออะไร) อย่าเอาไม้บรรทัดของเราที่เรียนมาจากในมหาวิทยาลัยมาวัดเสมอไป

3.ไม่ว่าปัญหาซับซ้อนแค่ไหน ต้องมองให้เห็นทั้งระบบ อันนี้ Precede/Proceed ช่วยได้ดีมาก

4.การแก้ปัญหา ไม่ได้มีแค่ การให้ความรู้ หรือ บริการทางทันตกรรม ต้องเปิดความคิดสร้างสรรค์ให้มากๆ อย่าปิดกั้นตัวเองด้วยสิ่งที่เคยเห็นๆมาในอดีต

5. ย้ำคิดเสมอถามตัวเองเสมอว่า สิ่งที่ทำอยู่นั้น "ทำไปทำไม"

วันนี้เอาเท่านี้ก่อนละกันนะคะ

ขอบพระคุณอ.มัทนาครับ

องค์ความรู้ในบริบทชนบท เรายังไม่เข้าใจอย่างแจ่มแจ้งเลย

ไหนจะมีเรื่องชุมชนเมืองกระบุงใหญ่

สรุปว่ามีเรื่องให้เรียนรู้อีกมหาศาล จริงไหม

สวัสดีค่ะ พี่สุธี จากที่เคยเกริ่นไว้ ว่าจะขออนุญาตเอากรณีศึกษานี้ ไปประกอบการเรียนการสอน Health promotion น่ะค่ะ หลังจากที่ได้อ่านบันทึก เลยเกิดไอเดียว่า น่าจะใช้กรณีศึกษาเหล่านี้ เป็นตัวกระต้นในการเปิดเรื่อง ส่งเสริมสุขภาพ เพราะ ในความเป็นจริง ทันตแพทย์เราย่อมต้องเริ่มต้นทำงานจากการมองเห็นข้อมูลจากการสำรวจอยู่แล้ว แม้ว่าจะเป็น professional view ก็ตาม แต่โจทย์เรื่องเล่านี้ น่าจะชวนนักศึกษาได้มองเห็นมุมมองของ popular view ได้ และจะ referernce ให้ถูกต้องตามมารยาทสากลค่ะ :))

ขอบพระคุณค่ะ

ยินดีครับ อ.อ้อ

เมื่อคืนแวบคิดได้ว่า เราน่าจะมี blog ที่เอาไว้แลกเปลี่ยนเรื่องการเรียนการสอนกันในกลุ่ม ทันตกรรมชุมชน เป็นเวทีเปิดที่ให้อาจารย์ที่มี blog ใน gotoknow อยู่แล้ว มาเขียนแลกเปลี่ยนประสบการณ์และไอเดียกัน

อ.อ้อเห็นว่ายังไงมั่งครับ

สุธี

อ. อ้อยังไม่ตอบ มัทมาขอแจมตอบว่า เอาเลยคะ!

ยินดีเป็นอย่างยิ่งค่ะ  (งานนี้ถ้าจะมันส์แฮะ)

กรณีถอนฟันกรามบนซี่ในสุดแล้วปลายรากฟันหักหายเข้าไปในโพรงไซนัส หมอพยายามหาแล้วไม่พบ จะมีความเสี่ยงอย่างไรบ้างไหมครับ กังวลมาก คุณหมอคนไหนก็ได้ครับช่วยตอบให้หายข้องใจด้วย ผมจะรอคำตอบ ขอบคุณมากครับ

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี