มีประเด็นหนึ่งที่เวลาสอนนักศึกษา ป.บัณฑิตวิชาชีพครู ผมจะพูดเสมอๆ คือ ให้รู้จักชมนักเรียนบ้าง ชมเยอะๆ และต้องชมด้วยความจริงใจ แล้วนักเรียนจะมีส่วนร่วมในการสอนของคุณมากขึ้น ผมมักจะรู้สึกว่า ครูเราส่วนใหญ่ไม่ค่อยให้ความสำคัญกับคำชมเชยนักเรียน หรือมักจะชมเฉพาะนักเรียนเก่งๆ และลืมชมนักเรียนกลุ่มอ่อนในห้อง แม้กระทั่งในบางสิ่งที่เขาตอบถูก เพราะครูมักจะคิดว่าที่เด็กอ่อนตอบถูกหรือทำได้เพราะมันง่าย คนอื่นๆ ก็ทำได้ ดังนั้นไม่ต้องชมอะไรหรอก ผลก็คือเด็กอ่อนไม่มีแรงจูงใจในการทำงาน

วันนี้ผมเอาประเด็นนี้มาคิดในเรื่องของการทำงานบ้าง ผมว่ามันเหมือนกัน ถ้าเราทำงานร่วมกับใคร โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนที่อยู่ใต้การดูแลของเรา แล้วเราไม่เคยชมเขาเลย ผลจะเป็นอย่างไร?

ที่แย่ไปกว่านั้นคือ อย่าให้ทำงานผิดพลาดนะ ผิดแล้วโดนด่าแน่นอน มารูปแบบนี้ใครจะมีแรงทำงาน (เห็นด้วยมัยครับ)

ที่หยิบประเด็นนี้มาคุย เพราะผมเองก็ประเภท คำหวานไม่ค่อยมีเหมือนกันในการทำงาน โดยเฉพาะการบริหารคน ฮิฮิ (ในห้องเรียนคนละบทบาทนะครับ) แต่ผมก็ไม่มีคำลบหรือทำร้ายจิตใจใครเท่าไหร่เหมือนกัน (หรือว่า มี แฮะแฮะ เริ่มไม่แน่ใจเหมือนกัน)

เอาประเด็นแรก ทีมงานทำงานดี ทำงานเรียบร้อยหรือเป็นปกติ เคยชมมัย? ฮิฮิ ผมพยายามนั่งนึกว่า ผมเคยทำมัย ออ. จำได้ว่าถ้าทีมงานทำงานดี ผมชม แต่ถ้าทำงานปกติ ไม่จำว่าเคยชม (คือ ไม่เคยชม)

ประเด็นที่สอง ทีมงานทำงานผิดพลาด ทำงานบกพร่อง เราตำหนิมัย ที่สำคัญตำหนิแบบไหน อันนี้ ผมไม่ค่อยตำหนิทีมงานครับ อย่างมากก็เรียกมาถามเหตุผล (จริงๆ ก็จัดได้ว่า เป็นการตำหนิรูปแบบหนึ่งได้เหมือนกัน) แต่ในระหว่างการทำงาน ผมจะมีพฤติกรรมหนึ่ง คือ การจี้ การซัก การถาม บ่อยๆ เพื่อให้งานเดิน บางทีเผลอๆ ก็บ่นให้ฟังกันหน่อย

แต่หลังจากเสร็จภาระกิจ ผมมักให้ทีมงานประเมินตนเองครับว่า รู้สึกเป็นงัย พอใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นมัย ถ้าทีมงานผมตำหนิการทำงาน หรือบ่นเกี่ยวกับปัญหามากๆ ผมจะสรุปสุดท้ายให้เขาฟังว่า "ดีกว่านี้ เพื่อนยังเอาเลย" แฮะ แฮะ งงล่ะสิ มันแปลว่าอะไร ผมให้ความหมายไว้ว่า อันนี้ที่เราทำนะยังไม่ดีพอ แต่มันเป็นไรหรอก โอกาสข้างหน้าอาจจะดีกว่านี้ ส่วนครั้งนี้ให้คนอื่นดีกว่าไปก่อน

ความจริงคือ ความดี ความผิดของทีมงาน เป็นความรับผิดและรับชอบโดยตรงของคนเป็นหัวหน้าครับ ตำหนิทีมงานมาก ก็เหมือนตำหนิตัวเองนั่นแหละครับ เห็นด้วยมัยครับ

ปล. บันทึกนี้เขียนระหว่างที่นั่งรอนักศึกษามาเข้าห้องเรียน โดยปกตคาบนี้เริ่มเก้าโมงเช้า ปรากฏว่าตอนนี้ เก้าห้าสิบแล้วไม่มีใครมาเลย และแล้วคำเฉลยก็มาพร้อมนักศึกษาคนแรกที่มาถึงห้องคือ ก็อาจารย์ตกลงกับพวกผมว่า ต้องแต่วันนี้เป็นต้นไป วันเสาร์เรียนบ่ายโมง ส่วนวันอาทิตย์เรียนทั้งวัน ฮาฮาฮา เออ. ใช่ ผมลืมไป