ความเป็นมนุษย์อยู่แล้วและจะทำให้โผล่ปรากฏทำให้เกิดการรับรู้มากขึ้น และการก้าวออกจากความคุ้นชิน

การสร้างกระบวนการเรียนรู้ในหลักสูตร “Humanize Healthcare โรงพยาบาลสมุทรสาคร

แนวคิดในการสร้างกระบวนการเรียนรู้ การเรียนรู้ที่เกิดขึ้นได้ดีต้องเกิดจากความพร้อมของการรับรู้ เกิดจากความต้องการอยากรู้ในสิ่งแปลกใหม่เกิดจากความว่างเปล่าของสมองที่พร้อมเปิดรับสิ่งที่จะเข้ามากระทบผ่านประสาทการรับรู้ และจะเลือกรับรู้เฉพาะที่ชอบ และสนใจ การรับรู้ที่ดีต้องอยู่ภาวะปกติหรือไม่อยู่ในโมดปกป้องที่เกิดจากการทำงานของสมอง การเรียนรู้ที่ดีเริ่มมาจากความต้องการของแต่ละคน ทีมงานต้องทำให้ผู้เข้ากระบวนการเรียนรู้ประหลาดใจ และคาดไม่ถึงมาก่อน ที่เป็นธรรมชาติ ตามแนวทางกระบวนการรับรู้ ในมุมมองของวิทยาศาสตร์ใหม่ ของ นายแพทย์วิธาน ฐานะวุฑฒ์ ที่ได้สรุปองค์ประกอบการเรียนรู้ที่สำคัญมี 5 ประการ ได้แก่

1.      ความเป็นปกติ(Normalization=N) ที่เป็นสภาวะแห่งความปกติที่เป็นธรรมชาติของมนุษย์และการรับรู้ที่ผ่าน 4 ช่องทางหลัก ได้แก่ ทางร่างกาย ทางความคิด ทางอารมณ์ และผ่านทางประสาทสัมผัส วิทยาศาตร์ใหม่มีความเชื่อว่าสภาวะปกติจะทำให้เกิดการเรียนรู้ได้มากมายจริง ที่เกิดจากการทำงานของสมองทำให้คลื่นสมองเราทำงานช้าลงเปลี่ยนจากเบต้าเวฟมาเป็นอัลฟาเวฟ เป็นภาวะแห่งสุขที่มีเอ็นเดอร์ฟินหลั่ง

2.      การเปลี่ยนแปลงครั้งใหม่ (Rebirth หรือ Transformation=R) การเรียนรู้นั้นต้องไปที่การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม มากเกินกว่าการทำเป็น เป็นการทำได้ภายใต้ความจำเป็นต่างๆ รวมถึงการอยากรู้เป็นการทำได้ตรงตามเป้าหมายที่มีการเปลี่ยนแปลงไปเคลื่อนไหวไปมาอยู่ตลอดเวลา เป็นการกระทำที่ออกมาจากจิตใจ(ภายใน)ที่ชื่นชอบที่จะทำมาเป็นพฤติกรรมที่แต่ละคนได้แสดงออก

3.      ความอิสระ ความหลากหลาย(Autonomy=A)การเรียนรู้ไม่ได้ยึดติดกับวิธีการเดิมๆ มีความเป็นอิสระในการคิดที่ปรับตามสภาแวดล้อม และวัฒนธรรมต่างๆที่เข้ามากระทบผ่านประสาทรับรู้ มีความหลากหลายไม่เป็นการคิดและทำแบบโรงงานอุสาหกรรม(แบบเดิม) ไม่มีอะไรตายตัว

4.      การผุดเกิดหรือการโผปรากฏ(Emergence=E) การเรียนรู้ในวิทยาศาสตร์ใหม่เป็นคลื่นพลังงาน ที่เกิดขึ้นจากการสัมผัส และการเหนี่ยวนำ เกิดความคิดผุดเกิดขึ้นมา โผล่ปรากฏทำให้เกิดการรับรู้ที่เรียกว่า ปิ๊งแว้บการผุดเกิดหรือการโผ บางทีก็เป็นการบังเอินเกิดขึ้นมา เหมือนกับการค้นพบเพนนิซิลิน แรงโน้มถ่วงของนิวตัน หรือ อะคิมิดิส ที่ร้อง ยูเรก้า เมื่อน้ำล้นออกมาจากอ่างน้ำ เป็นการผุดเกิดหรือการโผทั้งสิ้น

5.      การก้าวออกจากความคุ้นชิน(Leaving from comfortable zone = L) การที่เราได้อยู่ในบรรยาการเก่า วิธีการเก่าทำให้เราได้ผลการทำงานแบบเดิมเหมือนเดิม  กระบวนการเรียนรู้ต้องกล้าที่จะออกไปเผชิญ กับสิ่งที่ไม่เคยทำมาก่อนด้วยความอยากรู้ ตามสภาพแวดล้อม และวัฒนธรรมใหม่อยากทำและเกิดการกระทำใหม่ และเราทำได้ ได้ผลดีเกิดการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ที่มีการกระทำที่ต่อเนื่อง

โดยรวมเอาคำว่า LEARN ที่แปลว่า การเรียนรู้ มาเป็นคำใช้ในการอธิบาย ดังนั้ทีมงานเราต้องสร้างกระบวนการเรียนรู้ในเรื่องที่สมาชิกอยากรู้ ตรงนี้ทีมเราต้องประเมินมวลสมาชิกที่เข้ามาสู่กระบวนการเรียนรู้ ว่ามีคนที่กะเกณฑ์มาเรียนรู้ จงใจที่จะเข้ามาเรียนรู้ หรืออย่างไร่ก็ได้ เราต้องประเมินสมาชิกผู้เข้าประชุมก่อน และประมวลผลแล้วนำมาออกแบบ/สร้างกระบวนการเรียนรู้ในเรื่องที่เข้าอยากรู้ สร้างบรรยากาศที่เอื้อต่อการเรียนรู้ ให้สมาชิกที่มีความรู้สึกเฉย หรือไม่อยากรู้ ได้อยู่ในสภาวะแวดล้อมที่แปลกใหม่แล้วอยากเรียนรู้ในเบี้ยงต้นตามคำว่า “LEARN ที่แปลว่า การเรียนรู้ นั้นเปาเป้าหมายของทีมเรา

เดินทางไปถึงสำนักงานเกือบเจ็ดโมงเช้า เห็นรถโรงพยาบาลสมุทรสาคร จากอาจารย์วิชุนี พิตรากูล (ปุ) และผู้นำทางเรา เราเดินทางกับอาจารย์วราภรณ์  สักกะโต ออกจากสำนักงานเจ็ดโมงตรงเดินทางไปรับท่านรองผู้อำนวยการ อาจารย์ดวงสมร บุญผดุง ที่บ้าน ทีมเรา 2 คนในเบี้ยงต้นเริ่มประเมินความเป็น Humanize Healthcare ของเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลสมุทรสาคร จากอาจารย์ปุ และผู้นำทางเรา เป็นการคุยกันเรื่องสัพเพเหระเกี่ยวกับการให้บริการของคนในโรงพยาบาลที่บอกให้เห็นระบบบริการบริการสุขภาพที่มีหัวใจของความเป็นมนุษย์ ไปถึงบ้านอาจารย์ดวงสมร ท่านออกจากน้านทุกครั้งท่านเอาเสบียงขึ้นรถมาเหมือนเช่นทุกครั้งที่ได้ไปรับ พร้อมทั้งชัดชวนให้ทุกท่านรับประทานเข้ากับภาษิตกองทัพเดินด้วยท้อง ซึ่งทุกครั้งจะได้รับจากอาหารที่ท่านได้เตรียมมาช่วยทำให้ทีมลดความหิว และบางหิวมากๆก็อิ่มเลยที่เดียว และก็พูดคุยเรื่องราวของโรงพยาบาลสุมทรสาครต่อตั้งแต่ท่านผู้อำนวยการที่อยู่มา 3 ปีแล้วและให้การสนับสนุนงานคุณภาพของโรงพยาบาลเป็นอย่างดี เรื่องปัญหาสุขภาพที่โรงพยาบาลเผชิญอยู่ การให้บริการของเจ้าหน้าที่โรงพยาบาล ใช้เวลาเดินทางประมาณชั่วโมงเรามาถึงโรงพยาบาลสมุทรสาคร ประมาณสองโมงครึ่ง เจ้าหน้าที่นำอาหารเช้ามาให้เป็นกาแฟ ขนมปังใส่ใส้ น่าอร่อยผมดูจากความรู้สึกของผู้ที่ทาน ส่วนผมควบคุมน้ำหนักที่ต้องเฝ้าระวังแบบเผลอไม่ได้ และได้เดินไปเยี่ยมชมบอร์ดของโรงพยาบาล พูดคุยกันเจ้าหน้าที่ประจำบอร์ด และผู้มาชมพร้อมทั้งประเมิมความเข้าใจและการบริการที่มีหัวใจของความเป็นมนุษย์ของเจ้าหน้าที่โรงพยาบาล ก่อนเริ่มรายการทีมเราได้หารือกันว่าจะดำเนินการจัดกระบวนการเรียนรู้อย่างไร เรามีความเห็นตรงกันว่าการบริการที่มีหัวใจของความเป็นมนุษย์ ดังกล่าวมีอยู่แล้วในทุกคน และทำให้เห็นเด่นชัดขึ้น  โดยที่เราควรทำให้ทุกคนผ่อนคลาย และได้รับรู้กับความรู้สึกของตนเอง อยู่กับตนเอง  ไว้วางใจซึ่งกันและกันก่อน แล้วจัดกิจกรรมที่มุ่งไปสู่เรื่องเล่าของประสบการณ์แต่ละคน ที่มีอยู่ และได้ทำไว้ในระบบบริการสุขภาพ ออกมาเรียนรู้ร่วมกัน ชื่มชมเผยแพร่แก่กันและกัน

หลังจากการกล่าวแนะนำวิทยากรทั้ง 3 ท่านแล้วภายใต้การนั่งเก้าอี้ที่ล้อมวงเป็นตัวยู ทีมเราเริ่มด้วยทำการรเชิญชวนให้เข้ามานั่งแถวหน้าโดยเชิญพี่ 3 ท่านที่นั่งอยู่โต๊ะกลมด้านหลังห้องมานั่งด้านหน้า ได้รับการตอบสนองทันที่(ในใจท่านอาจคิดว่าทำไม่ต้องมานั่งหน้า ในใจผมคิดว่าเราคุกครามความเป็นมนุยษ์หรือเปล่าคิดได้ตอนที่ท่านเดินมา) ให้ทุกคนผ่อนคลาย นั่งในท่าสบาย คิดถึงความเป็นตัวตนที่เป็นอัตตลักษณ์ทำให้เกิดตัวตน ที่ทำให้เกิดช่องว่างในการทำกิจกรรมร่วมกัน และอาจารย์วราภรณ์.... เชิญชวนให้ทุกคนยืนขึ้น พร้อมทั้งยื่นแขนซ้ายไปข้างหน้าหงายฝ่ามือขึ้น พร้อมทั้งสมมติให้ใช้มือขวาหยิบเอาอัตตลักษณ์ของตนเองออก ปล่อยลอยทิ้งไป ที่ละอย่างๆ ได้แก่ ความเป็นวิชาชีพ หัวหน้า ความเป็นผู้อาวุโส เป็นพี่ ความกังวล ความเครียดในเรื่องต่างๆให้เอาปล่อยทิ้งออกไป(บางคนก็เอาไปใส่มือเพื่อน(สร้างความฮือฮาได้บาง) และสุดท้ายเราชวนให้คิดว่าเราเหลืออะไรที่มีอยู่เท่ากัน เหลือแต่ความเป็นมนุษย์ที่เท่าเทียมกัน และเราจะเริ่มเรียนรู้จากความเป็นมนุษย์ของเราต่อไป

ผมเชิญให้ทุกท่านนั่งในท่าทางที่สบาย ขยัยเก้าอี้ให้ห่างกัน นั่งห่างกันไม่สัมผัสกัน ขอความกรุณาให้ทุกท่านปิด/ปรับโทรศัพท์มือถือเป็นระบบสั่น หรือปล่อยเอาไว้นอกตัว ผมขอให้อาจารย์ปุ ให้ช่วยพาคนที่เข้ามาใหม่มานั่งเก้าอี้ที่ว่างเพราะจะหรี่ไฟ ผมเริ่มที่จะนำทุกท่านเข้าสู่การทำสมาธิ(รับรู้ในเรื่องเดียวในเวลาหนึ่ง ที่เราต้องนำด้วยการทำสมาธิ) โดยการกำหนดลมหายใจเข้า-ออกของตนเอง และเฝ้าระวังการหายใจเข้า-ออก ฝึกจะจับลมหายใจตนเองรับรู้ความรู้สึกว่ามันผ่านปลายจมูกของเราเวลาหายใจเข้า และหายใจออก และผมนำพาทุกท่านมารับรู้ที่หัวใจ สมองตนเอง ในการทำหน้าที่ ที่ทำให้เกิดการมีชีวิต และมีความคิด ที่ต่างจากสัตว์เลื่อยคลาน และเลี้ยงลูกด้วยนม  และได้ทำเราได้ทำสิ่งดีๆงามๆ และความจริงของทุกๆคนทำให้ทุกท่านได้กับมาอยู่กับตัวเองถึงแม้จะเป็นช่วงสั้นๆ 15 นาที ก็จะทำให้เกิดความสดชื่น เบิกบานในจิตใจของแต่ละคน และส่งไม้ต่อให้อาจารย์ดวงสมร......ที่นำพาการเรียนรู้ ในเรื่อง Humanize Healthcare

ท่านเริ่มด้วยการเชื่อมโยงความเป็นมนุษย์ที่มีจิตใจสูง ที่เป็นผลมาจากความแตกต่างของสมองของมนุษย์ที่มีทั้ง 3 ส่วน ต่างจากสัตว์เลื่ยยคลาน และสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม ทำให้เรามีโอกาสดีกว่าสรรพสิ่งต่างๆ การบริการที่มีหัวใจของความเป็นมนุษย์เรามี ทำกันอยู่แล้ว ได้เวลาแล้วที่จะนำมาชื่นชม และขยายออกไปให้กว้างขวางเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะในหน่วยงานและในโรงพยาบาลของเรา อาจารย์ท่านได้กล่าวถึงที่มา ความเป็นมาและความจำเป็นที่ต้องทำให้เห็นชัดขึ้น เริ่มจากการที่สถาบันฯพาโรงพยาบาลในโครงการ  6 โรงพยาบาลไปดูงานที่ไต้หวัน และได้นำมาลองปฏิบัติในแต่ละโรงพยาบาล พร้อมทั้งเล่าประสบการณ์ที่มีต่อโรงพยาบาล คาคลี เสาไห้ เขาวง ให้ที่ประชุมได้ทราบ มีต่อความมุ่งมั่น ความตั้งใจของทีมและเจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาล ทำให้คนส่วนใหญ่มีความสดชื่น อิ่มเอิญ เบิกบาน ใช้เวลาเรียนรู้ตรงนี้ ประมาณชั่วโมง พักกัน15 นาที ขณะที่พักได้รับรู้การพูดคุยของเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลว่า ที่อาจารย์เล่ามาเหมือนว่าโรงพยาบาลเรามีแล้ว เราก็ทำส่วนใหญ่แล้ว เราได้ทำกิจกรรม บางคนทำกิจกรรมเราไม่เอามากล่าวถึงหรือเขียนเล่าเรื่องให้มีความชัอเจนเหมือนกับโรงพยาบาลที่อญุ่ในโครงการนำล่อง

 ช่วงพักมีคนได้ดูนิทรรศการที่อยู่ห้องถัดไปเมื่อถึงเวลาแล้วยังไม่เข้ามาในห้อง ผมใช้เสียงกระดิ่ง เรียกให้ทุกคนเข้าห้อง เพราะว่าเราจะทำกิจกรรมพร้อมๆกันรอประมาณ 5 นาทีเราเตรียมความพร้อมการให้ทุกคนนับเลข 1-5 และแสดงท่าทางเพื่อการผ่อนคลายหลุดจากจากความเป็นตัวตน โดยใช้กิจกรรม นำการเลื่อนไหลเป็นอย่างดี 2-3 รอบทำให้ทุกคนเกิดความผ่อนคลาย ทีมเราให้ทุกท่านที่ล้อมเป็นวงกลมก้มมองต่ำที่ปลายเท้าของตนเองและค่อยเคลื่อนที่ออกไปจากจุดเดิม อย่างอิสระ  ให้การรับรู้อยู้ที่ปลายเท้าทุกครั้งที่เก้าเดินไม่ยึดเกาะเพื่อนไว้ เคลื่อนไปอย่างอิสระ เราค่อยๆบอกว่าที่นี้มีความปลอด มีแต่เพื่อนๆ ของเราที่มีความรัก ความเมตตา  ด้วยจิตใจที่ดีงามแห่งความเป็นมนุษย์ ทำให้คนส่วนใหญ่มีอิสระที่เก้าเดินออกไป แบบผ่อนคลายไร้กังวลมากขึ้น  ทีมเราใช้สัญญาณด้วยระฆังให้หยุด และเอื่อมมือออกไปสัมผัสเพื่อนที่อยู่ข้างๆ เป็นคู่ๆ มีครบคู่พอดี ทีมเราให้กติกาการฟัง เรื่องเล่าวัยเยาว์ของเพื่อน พร้อมสะท้อนกลับทันทีและเพิ่มเติมข้อมูลสำคัญที่ขาดหายไปจากการสะท้อนกลับของเพื่อน โดยใช้เวลาในช่วงนี้ประมาณสิบนาที เราได้เห็นสีหน้าที่สดชื่นของทุกคน มีเสียงหัวเราะดังเป็นระยะๆ จากทุกคู่ในวัยนี้เราได้เห็นความสุขของทุกท่านจากสีหน้า แววตา เสียงหัวเราะ  เราใช้ช่วงนี้เป็นการฝึกการสื่อสารการพูด เล่าเรื่อง และการฟังที่ผู้ฟังได้รับรู้เรื่องที่เล่าออกมาจากจิตใจ และการฝึกการรับฟัง ที่ให้เห็นเนื้อหา ความรู้สึกนึกคิด อารมย์ของผู้เล่า และความต้องการของผู้เล่า  และการสะท้อนกลับอย่างตรงไปตรงมาจากการฟัง (ทีมเราบอกว่าเน้นให้ฟังไม่มีการพูดแทรก ยกเว้น เวลาสะท้อนกลับ)ทั้งที่เรามีเวลาเท่าเดิมแต่มันผ่านไปรวดเร็วมากจนเราเกือบไม่มีเวลาสรุปกิจกรรมและฝากให้ทุกท่านได้กลับไปใคร่ครวญในช่วงวัยเด็กว่ายังมีอะไรดีๆอีกมากมายที่เราน่าจะเอาเรียนรู้รวมกัน

ช่วงต่อไปเป็นการฝึกให้ทุกท่านได้ไว้วางใจเพื่อนๆของเรา ทีมได้ให้ทุกท่านยืนเป็นวงกลม โดยมีคู่ของตนเองยืนอยู่ติดกัน เราแจกผ้าปิดปากให้แก่ทุกคนเราสังเกตเห็นส่วนหนึ่งนำมาปิดปาก ทีมงานเราบอกว่าเราจะมาลองทำอะไรอย่างที่เราไม่เคยทำ หรือบางท่านอาจเคยทำมาแล้ว ทีมเราทำตัวอย่างให้ดูโดยอาจารย์วราภรณ์ และอาจารย์ปุ ที่เอาผ้าปิดปากมาปิดตา อาจารย์วราภรณ์อยู่ทางด้านหลังและนำพาอาจารย์ปุไปยังที่ต่างๆภายในวงกลมที่ทุกคนยืนล้อมอยู่ ไปอย่างช้าๆ และก้าวเร็ว บางครั้งวิ่งสลับกัน ทีมแจ้งทุกท่านให้มั่นในในเพื่อนของเรา และเน้นเรื่องความปลอดภัย ในการทำจริงกับทุกคู่ อาจารย์วราภรณ์ได้กรุณาหาเพลงประกอบการทำกิจกรรมเป็นเพลงช้า และเพลงเร็ว เราบอกว่าหากพร้อมแล้วเริ่มเคลื่อนที่ได้ ตามจังหวะของเพลง  ช่วงเวลาประมาณ 2 นาที ในแต่ช่วงที่เปลี่ยนกันปิดตา เราเห็นตอนแรกก็จะไปในทิศทางเดียวกัน แต่ตอนหลังๆก็นสะเปะสะปะ  เร็วช้าตามจังหวะเพลง  เราเห็นการเคลื่อนไหวที่เป็นอิสระ เคลื่อนไหวของแต่ละคู่ที่มีความปลอดภัยอย่างไม่มีการชนกันเลย  ในบรรยากาศที่สนุกสนาน(ทั้งสองรอบที่สลับกัน) เราให้หยุดกิจกรรมและล้อมเป็นวงกลม พร้อมให้สะท้อนความรู้สึกในการร่วมกิจกรรมนี้ ซึ่งมีความกังวลในช่วงแรก และเมื่อเกิดความไว้วางใจ คลายความกังวล เกิดความสนุกสนาน ที่ได้ร่วมกิจกรรมภายใต้การไว้วางใจของเพื่อนที่ได้นำพาเราไปตามบรรยากาศ และสภาพแวดล้อมที่เอื้อและมีความปลอกภัย

ที่มเราเริ่มชักชวนให้เราได้ทำอะไรที่จะสนุกสนามมากขึ้น มีเสียงตอบรับจากวง ทีมเราได้แจ้งกติกาเบี้ยงต้น เรื่องความไว้วางใจ ความปลอดภัย ภายใต้บรรยากาศของความรักจากกัลยาณมิตร และงดการสื่อสารด้วยคำพูด เราชวนให้ทุกท่านปิดตา  ห้องเริ่มปิดไฟ พร้อมทั้งก้าวเดินอย่างช้าๆ พร้อมการเปิดเสี่ยงดนตรีเบาๆ ที่ได้เตรียมไว้และทุกคนก็เริ่มเคลื่อนที่ด้วยความระมัดระวัง ให้การรับรู้อยู่ที่เท้าเคลื่อนไปอย่างช้าๆได้นำทางเรา และเห็นบรรยากาศที่มีการไหลเลื่อนอย่างเป็นอิสระของทุกท่านเราเห็นการเดินทางไปกันคนละทิศละทาง บางครั้งไปในทิศทางเดี่ยวกันของคนส่วนใหญ่ มีการกระทบชนกันบางไม่รุนแรง เราจัดให้คนหนึ่งหยุดที่กลางห้อง และบอกว่าจะมีเพื่อนเข้ามารวมกัน เริ่มปรับทิศทางของคนที่อยู่วงนอกสุดมีบ้างไม่มากนักให้หันเข้ามากลางวงพร้อมทั้งบอกให้เดินเข้าไปหาจนชิดกัน และหยุด ทำให้พื้นที่ตรงกลางเริ่มมีประชากรหนาแน่นเพิ่มมากขึ้น ๆ  และท้ายสุดทุกคนมารวมกันอยู่กลางห้อง ทีมเรากระซิบบอกทุกท่านให้ขยับเข้าไปให้มากที่สุดแน่นที่สุดจนเข้าไม่ได้ เราเห็นการขยับของของสมาชิกแน่นเข้าไปอีก และให้ทุกคนเอาผ้าปิดตาออก และเปิดไฟ เราสังเกต ความตื่นเต้น ความปลาดใจของทุกคนที่มาอยู่กันตรงกลางห้องได้อย่างไร เราเห็นสายตาที่มีความรัก ความเมตตาของทุกคน และเห็นความกลมกลืนของสมาชิก ผมนึกถึงคำพูดของอาจารย์วิธาน.....ในเรื่องพลังที่มีอยู่ในแต่ละท่านที่มีความรักให้แก่กัน และจากสภาพแวดล้อมที่ห่อหุ้มเราอยู่ และความเป็นมนุษย์จึ่งทำให้เราอยู่อย่างนี้ได้ด้วยความผ่อนคลาย และไว้วางใจกัน  และเราใช้เวลาสั้นให้สมาชิกได้สะท้อนความรู้สึกอย่างถึงการเกี่ยวโยง ซึ่งกันและกัน ความรักความผูกพันธ์ที่ได้ทำงานร่วมกัน การกระทบกระทั่งกันบ้าง และเดินทางมุ่งไปสู่เป้าหมายเดียวกันด้วยการขับเคลื่อนของทุกคน

เราเริ่มทำกิจกรรมที่นำไปสู่เรื่องเล่าจากการทำงาน ทีมเราให้วิธีการปิดตาเดินอีกครั้ง ทีมได้นำพาความคิดของสมาชิกไปยังที่ทำงานในทุกแห่งในโรงพยาบาล พร้อมทั้งหยุดเดิน 2 ครั้ง เพื่อระลึกถึงเรื่องดีๆ ที่ประทับใจ ปราบปรื้ม ยินดี ที่ความสุขของผู้ป่วย ญาติ หรือลูกค้าของเรามีความสุข จากนั้นหยุดจับคู่ใหม่ และให้เล่าเรื่องดีๆที่ได้นึกถึงให้เพื่อนฟัง พร้อมสะสท้อนกับซึ่งกันและกันใช้เวลา 5 นาที เวลาเดินมาเร็วถึงช่วงสุดท้าย เที่ยงแล้ว เลยไม่มีเวลาให้แลกเปลี่ยนในกลุ่มย่อยเลยให้มีการแลกเปลี่ยนกลุ่มใหญ่ ได้เพียง 3 รายเท่านั้น ที่สะท้อนให้เห็นระบบบริการสุขสภาพที่มีหัวใจของความเป็นมนุษย์ที่มีอยู่ในโรงพยาบาลสมุทรสาคร....

สรุปทีมเราได้ขยายความเอาคำว่า LEARN มาสร้างกระบวนการเรียนรู้ โดยการทำให้สมาชิกทุกคนได้อยู่ใน  สภาวะความเป็นปกติ(Normalization=N) เกิดการรับรู้ที่ผ่าน ทางร่างกาย ทางความคิด ทางอารมณ์ และประสาทสัมผัส ที่เกิดจากการทำงานของเราช้าลง  เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหม่ (Rebirth หรือ Transformation=R) เกิดการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม ที่ออกมาจากจิตใจ(ภายใน)ที่ตนเองชื่นชอบได้แสดงออก เช่นเรื่องเล่าในวัยเด็ก หรือจากการทำงานของทุกคน  ในความอิสระ ความหลากหลาย(Autonomy=A) ทีมได้สร้างกระบวนการเรียนรู้อีกแบบที่ที่ปรับตามสภาแวดล้อม และวัฒนธรรมความเชื่อที่ต่างไปจากแบบเดิมมีการนั่งโต๊ะแสดงความคิดเห็น  การผุดเกิดหรือการโผปรากฏ(Emergence=E) การเรียนรู้ในวิทยาศาสตร์ใหม่เป็นคลื่นพลังงาน ที่เกิดขึ้นจากการสัมผัส และการเหนี่ยวนำ เกิดความคิดผุดเกิดขึ้นมา ยังไม่ชัดเจนมากนักแต่ก็ช่วยทำให้ทุกคนได้คิดว่ามีความเป็นมนุษย์อยู่แล้วและจะทำให้โผล่ปรากฏทำให้เกิดการรับรู้มากขึ้น  และการก้าวออกจากความคุ้นชิน(Leaving from comfortable zone = L) โดยการที่ทีมได้สร้างบรรยาการ และสิ่งแวดในการเรียนรู้ใหม่ ที่เกิดความผ่อนคลาย เก็บเกี่ยวสิ่งที่ได้ออกมาเป็นพฤติกรรมในการให้บริการที่ยั่งยืนของสมาชิกที่ทำให้เกิดการเรียนรู้ยิ่งขึ้น มีการกระทำที่ต่อเนื่องต่อไป โรงพยาบาลจะเป็นผู้ตอบคำถามนี้ได้ดีกว่าเรา

ในส่วนของวิทยากรหากเราเห็นว่าสิ่งที่เราได้เรียนรู้ คือการประเมินผู้เข้าอบรม นำมาออกแบบกระบวนการเรียนรู้ การรับรู้ของเราที่เกิดขึ้นเมื่อมีการปรับเปลี่ยนการนำกระบวนการเรียนรู้ในแต่ละครั้ง พัฒนาอย่างต่อเนื่องก็เกิดการเรียนรู้ของวิทยากรเช่นกันที่ขาดอยู่คือการประเมินผลการสร้างกระบวนการ แต่ก็อาศัยการสะท้อนข้อมูลของทางโรงพยาบาลผ่านมาทางฝ่ายอบรมของสถาบันฯก็เป็นที่น่าพอใจ

 

 

.............................................................................................