"การบริการสุขภาพที่มีหัวใจของความเป็นมนุษย์ สำหรับเจ้าหน้าที่ใหม่"
หน่วยงาน สำนักงานสาธารณสุขนครสวรรค์
เมื่อ 12 พฤษภาคม 2551
ณ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนครสวรรค์
รูปแบบการเรียนรู้ 1. บรรยาย
2. กิจกรรมนำการเรียนรู้
วิทยากร อาจารย์ดวงสมร บุญผดุง วิทยากรหลัก
อาจารย์วราภรณ์ สักกะโต และอาจารย์ยงยุทธ สงวนชม วิทยากรกลุ่ม
จำนวนผู้เข้าเรียนรู้ ประมาณ 80 คน (แพทย์ ทันตแพทย์ เภสัชกร พยาบาล เจ้าหน้าที่สาธารณสุข พนักงานวิทยาศาสตร์ พนักงานเภสัช ฯ)
1.ภาพรวมของการอบรม (ความสนใจของผู้เรียน/การบรรลุวัตถุประสงค์)
การนำพาการเรียนรู้ เรื่อง “การบริการสุขภาพที่มีหัวใจของความเป็นมนุษย์ สำหรับเจ้าหน้าที่ใหม่”ของทีมวิทยากรเพื่อสร้างให้เจ้าหน้าที่ที่จบใหม่ที่เข้ามาอยู่ในระบบบริการสุขภาพได้เรียนรู้ถึงระบบดังกล่าวนั้นวิทยากรได้ออกแบบการเรียนรู้ออกเป็น 3 ลักษณะ ได้แก่
การสร้างบรรยากาศที่มีการผ่อนคลาย
การบรรยายเพื่อให้ความรู้
การสร้างกิจกรรมการเรียนรู้
ทีมงานเราเริ่มด้วยการให้รู้จักกันมากขึ้นโดย แบ่งสมาชิกออกเป็นกลุ่มตามวันเกิด เป็น 7 กลุ่มและให้แต่ละคนในกลุ่มได้แนะนำตัวเองชื่อจริง ชื่อเล่น ลักษณะที่ตัวเองชอบ และที่ทำงาน โดยให้เวลา ประมาณ 10 นาที และทีมเราจงใจเลือกกลุ่มที่เกิดวันอาทิตย์ ที่มีคนน้อยที่สุด 6 คนโดยให้สมาชิกจับมือกันและชี้ไปยังคนที่จะแนะนำพร้อมทั้งให้ทุกคนในกลุ่มออกเสียงพร้อมกัน กลุ่มได้ออกเสียงได้ครบทุกคน เราลองให้กลุ่มที่มีสมาชิก 9 คน แนะนำ ตรงนี้เริ่มกระท่อนกระแท่นแต่ก็ไปได้ครบทุกคน ทำให้บรรยายกาศดีมีการเคลื่อนไหว เราผ่านเป็นกิจกรรมที่ 2 การฝึกสติผ่านกิจกรรมปลาโลมที่แต่ละคนของผู้เข้าเรียนรู้ต้องมีสติตลอดเวลาในขณะเข้าร่วมกิจกรรม โดยให้ผู้เข้าร่วมกิจกรรมล้อมจับมือกันเป็นวงกลม และจะให้ได้ปลาสัก 10 ตัว เราสังเกตว่าสมาธิของน้องยาวน้อยไปหน่อยคือได้แค่ 5 ตัวเท่านั้น(ตรงนี้หากเราทำ Body scan ก่อนน่าจะดี) แต่บรรยากาศสนุกสนานเกิดการผ่อนคลาย ผมสังเกตเห็นว่าพยาบาล และหมอที่จบมาจากที่เดียวกันนั่งอยู่ติดกัน(หากเราให้น้องนั่งเป็นวันเรียงต่อกันก็น่าจะดีจะได้อยู่ใกล้กันสนิทกันมากขึ้น) ทีมงานเลยทำลมเพลมพัด โดยอาจารย์วราภรณ์....ร้องเพลงนำ และได้เสี่ยงน้องที่อยู่วงช่วยร้อง พัด 5-6 ครั้งการกระจายเห็นสลับกันมากขึ้น เลยให้ทุกยื่นมือซ้ายออกมาเพื่อที่จะเอาความกังวลที่มีอยู่โดยการสมมุติใช้มือขวาหยิบออกไป น้องบางคนก็เอาไปใส่มือเพื่อนก็สร้างสีสรรค์ ทำให้บรรยากาศผ่อนคลายมากขึ้น ทีมงานเราให้สมมุติเอาสิ่งปรุงแต่งอื่นออกอีก ได้แก่อาชีพของทุกคน ตำแหน่งงาน พร้อมตั้งคำตามให้สมาชิกตอบว่าแต่ละคนเหลืออะไรที่เท่ากัน เสียงคำตอบตามมาคือเหลือควมเป็นคน มนุษย์เท่ากัน พอมาถึงตรงนี้ผมเลยเปิดพื้นที่ให้แก่อาจารย์ดวงสมร บุญผดุง ได้พูดถึงหลักคิดของระบบบริการสุขภาพที่มีหัวใจของความเป็นมนุษย์ ความเป็นมาที่สถาบันฯได้ร่วมสร้างระบบขึ้นมา การพาโรงพยาบาล 6 แห่งไปดูงานที่ไต้หวัน พร้อมนำกลับมาสร้างที่โรงพยาบาลของตนเอง บรรยากาศในห้องเริ่มมีการคุยกันของน้องๆมากขึ้นจนอาจารย์ท่ายต้องบอกให้ช่วยฟัง 3 ครั้ง ท่านนำพาการเรียนรู้มาหยุดเอาสิบสองนาฬิกาตรง พักทานอาหารกลางวัน ทีมเราเอาประสบการณ์ตอนเช้ามาปรับการเรียนรู้ในช่วงบ่าย
ช่วงบ่ายทีมงานเราเริ่มจากการทำสมาธิโดยการเฝ้าลมหายใจตนเองพร้อมทั้งนำพาขยายออกไปการเคลื่อนไหวของลมหายใจไปสู่ปอด หัวใจ เส้นเลือดต่างๆไปถึงการนำพาการมีชีวิตไปสู่เซลล์ต่างๆ การส่งผ่านการมีชึวิตจากเซลล์ สู่ร่างกาย ขยายต่อไปถึงพื่อนๆที่อยู่ในห้อง และสังคมที่ได้ส่งมอบให้เป็นหนึ่งของชีวิตให้แก่กันและกัน เราสังเกตุเห็นสมาชิกผ่อนคลาย หลับไป 5-6 คน (น่าจะเกิดจากความผ่อนคลาย ความเมื่อยล้า) เสียงระฆังดังขึ้นทำให้การรับรู้ที่เป็นความจริงที่เป็นอยู่ถูกกระตุ้นขึ้นมาอีครั้ง ค่อยๆลืมตาขึ้น ใช้เวลาในช่วงนี้ประมาณ 20 นาที่ที่เป็นการผ่อนคลาย แล้วทุกคนก็ยืนขึ้นภายใต้การนำพาของวิทยากรที่จะส่งมอบความดี ความงาม ที่มีพื้นฐานมาจากความรักให้แก่กันและกันผ่านกิจกรรมนวดหัวไหล่ ต้นคอ และหลังให้แก่สมาชิกโดยการสลับกัน เพื่อการเตรียมพร้อมการเรียนรู้ในกิจกรรมต่อไป
ทีมเราเริ่มใช้การเรียนรู้ของกลุ่มผ่านประสบการณ์ของทุกคน ผมทำหน้าที่จัดกลุ่มที่ผสมผสานสมาชิกให้หลากหลายด้วยการนับ 1-5 ที่สร้างความครื้นเครงตามรูปแบบของทีมเรา มีเสียงหัวเราะเป็นระยะๆ นำมาสู่การแบ่งออกมา 8 กลุ่ม อาจารย์วราภรณ์ ฯ แจ้งโจทย์ให้ทุกคนนึกถึงบุคคลที่เป็นแบบอย่างที่ดี ได้แสดงใช้เห็นแล้วเกิดความรู้สึกดีๆที่ทุกคนนำมา ยึดถือมาเป็นแบบอย่างในการดำรงค์ชีวิต 3 ประเภท ได้แก่ บุคคลใกล้ชิดในครอบครัว ในที่ทำงาน และบุคคลสาธารณะ ให้ระลึกถึงคุณลักษณะดีๆของบุคคลแต่ละประเภท พร้อมทั้งหาลักษณะร่วมที่เกิดจากความคิดของทุกคนในแต่ละกลุ่มพร้อมทั้งเตรียมนำเสนอ โดยช้เวลาที่ให้รวบรวมตรงนี้ 30 นาที่ ผมได้แวะเวียนไปตามกลุ่มต่างๆพบบรรยากาศที่น่าสนใจในการทำงานร่วมกันของคนที่พึงรู้จักกันที่ทุกคนได้แสดงออกอย่างอิสระ และมีการรวบรวมเรื่องราวที่เพื่อนแต่ละคนได้เล่ามาผ่านการเขียน การสื่อสารเป็นรูปภาพ ที่เติมแต่งอย่างสวยงามแสดงลักษณะดีของบุคคลที่เป็นแบบอย่างทั้ง 3 ประเภท ที่ให้ความเป็นกันเอง ความรัก ความเมตตา ให้ความใกล้ชิด ความไว้วางใจ ความเข้าใจ การเป็นผู้นำ การเป็นแบบอย่าง ความเอื้ออาทร เป็นต้น การนำเสนอของแต่ละกลุ่มมีสีสรรค์ เป็นธรรมชาติของน้องที่แสดงออกอย่างเป็นกันเอง ของสมาชิกในกลุ่มแซวกันบ้างทั้งใน และนอกกลุ่ม และที่สำคัญทุกกลุ่มมีความกระตือรือร้นเป็นอย่างมากโดยเฉพาะอย่างยิ่งใน 4-5 กลุ่มแรก หลังจากทุกกลุ่มได้นำเสนอเสร็จแล้วอาจารย์วราภรณ์ ฯ ก็นำสิ่งที่อาจารย์ได้รังสรรค์ มานำเสนอที่แสดงให้เห็นถึงบทสรุปของแบบอย่างดีๆที่สมาชิกนำมาเป็นแบบอย่างให้แก่ตนเอง ตลอดจนการเรียนรู้จากแบบอย่างที่มีอยู่ และแสวงหาแบบอย่างอื่นๆที่มีอีกมากมายที่นำพาการเพิ่มคุณค่าให้เกิดขึ้นแก่น้องๆทุกคน ที่จะส่งไปยังเพื่อนๆของเราที่ได้ทำงานร่วมกัน ผู้ป่วยและญาติที่เราได้มีโอกาสได้เข้าช่วยลดความทุกข์ให้แก่เขา
เราได้ให้น้องชายที่เป็นสมาชิกใหม่ามจากกำแพงเพชรได้อ่านเรื่องเล่าของมนุษย์ที่มีโอกาสดีที่ทำหน้าที่เป็นหมอ เป็นเรื่องเล่าที่สะท้อนให้เห็นความรู้สึกดีๆที่มีต่อการทำหน้าที่...........
จับขั้วหัวใจหมอ
....ผมได้มีโอกาสได้ไปเยี่ยมคุณหมอที่โรงพยาบาลทั่วไปและคาดหวังว่าจะไปทานกลางวันด้วยกัน ผมไปถึงก่อนเวลานิดหน่อย เข้าไปในโรงพยาบาลผมตรงไปที่ห้องทำงานของคุณหมอที่อยู่ชั้น 2 เจ้าที่บอกว่าผู้อำนวยการลงมาตรวจคนไข้ ผมตามลงมาที่ห้องตรวจดูที่ป้ายไม่พบชื่อคุณหมอที่ป้ายหน้าห้องตรวจโรค เริ่มงง! สอบถามพยาบาลได้รับคำตอบว่าผู้อำนวยการลงมาตรวจทุกวัน และจะตรวจจนกว่าคนไข้จะหมด วันนั้นผมรอคุณหมอจนถึงเวลาเที่ยงครึ่งแล้วเราก็ไปทานข้าวที่ร้านอาหารสวัสดิการของโรงพยาบาล เราคุยกันสัพเพเหระ และได้ตามจิตใจลึกๆของหมอในการมานั่งตรวจผู้ป่วย คุณหมอเล่าให้ฟังว่ามีอยู่ครั้งหนึ่งในโรงพยาบาลชุมชนแห่งแรกที่ได้ออกไปทำงานในอาชีพแพทย์คืนนั้นต้องรอทำคลอดอยู่เป็นเพื่อนพี่พยาบาล เสร็จก็ห้าทุ่ม พอจะกลับไปนอนมีคนไข้ปวดท้องเข้ามาเขาปวดมา 1วันแล้ว ดูแล้วเป็นใส้ติ่งอักเสบแน่ๆ รอดีหรือไม่รอดีความคิดในใจเริ่มต่อสู่กันและแล้วตัดสินใจตามทีมงานและทำการผ่าตัด ใช้เวลาเกือบชั่วโมงเรียนร้อยดี ผมเข้านอนประมาณตี่สี่ ตกใจตื่นตอนเจ็ดโมงครึ่ง(นอนที่ห้องตรวจโรค)เริ่มมีคนไข้มารอตรวจแล้ว รีบลงไปอาบน้ำที่บ้านพักกลับมาตรวจผู้ป่วยจนเที่ยง หิวมากอารมย์เริ่มขุ่นมัว จิตใจไปอยู่ที่อาหารแล้ว(ซึ่งเกิดจากงานเมื่อคืนและเช้าที่ไม่ได้ทานอาหาร) หาเหตุผลให้ตนเอง เวลาผ่านไปเที่ยงเกือบครึ่งแล้ว พี่พยาบาลเรียกคนไข้คนสุดท้ายอยู่ 3-4 ครั้ง และคนไข้ก็ค่อยๆเดินเข้ามาในห้องตรวจ ไปอยู่ที่ไหนเรียกตั้งหลายครั้ง ที่หลังต้องมาเร็วๆหน่อย รู้มั้ย! หมอยังไปได้กินข้าวเลย คนไข้ดูซึมลงทันตา หมอเริ่มรู้สึกผิด เสียใจที่พูดใส่อารมณ์กับคนไข้(ความหิวเข้าครอบงำ ขาดสติ) คนไข้พูดว่า “ผมออกจากบ้านมาตั้งแต่ตี่สี่ รถเที่ยวแรกของหมู่บ้านมาถึงหน้าโรงพยาบาลเก้าโมง และนั่งรอหมอเรียกอยู่ทางโน้นตั้งแต่มาถึงผมยังไม่ได้ไปไหนเลย กลัวหมอเรียกแล้วจะไม่ได้ยิน ผมยังไม่ได้ทานข้าวเช้าเลยครับ” ความสงสารเห็นใจคนไข้เข้าถึงขั้วหัวใจหมอทั้นที...........25 ปีมาแล้วผมไม่ปล่อยให้คนไข้รอผมอีกเลย........ความอยากรู้ว่าทำไมผู้ป่วยมาช้า ได้ออกไปจากจิตใจของหมอตั้งแต่วันนั้น........
เรื่องดีๆที่มองเห็นความเป็นมนุษย์....................ในระบบสาธารณสุขที่มีหัวใจแห่งความเป็นมนุษย์ยังมีอยู่
................................................
ขณะที่น้องอ่านผมสังเกตุเห็นทุกคนนั่งนิ่งฟังดัวยความตั้งใจ โดยพาะตอนท้ายๆในห้องเงียบกริบ น้องหมอ พยาบาลบางคนเอาผ้าเช็ดหน้าออกมาซับน้ำตาที่เต็บไปด้วยความปลาบปลื้มของหมอที่อยู่ในเรื่องเล่า
ผมรับไมค์ต่อจากน้องแพทย์ที่อ่านเรื่องเล่า ผมต้องเว้นเวลาสักหน่อยเพื่อปรับความรู้สึกที่มันยินดี ที่เห็นการดูแลผู้ป่วยของคุณหมอท่านหนึ่งที่ดูแลผู้ป่วยอย่างดีมาอย่างยาวนานโดยที่ไม่ต้องการไปรู้ว่ามีเหตุผลใดๆที่ผู้ป่วยไม่ทำตามสิ่งที่เราต้องการ และได้ฟังผู้ป่วยบอกในเรื่องที่คับข้องใจที่เกิดจากเราไปทำให้แก่เขา เรื่องราวมากมายที่ผู้ป่วยยากจะบอกเรา หากให้เวลาและโอกาสแก่ผู้ป่วยที่จะบอกขุมทรัพย์ของเรา แล้วเดินทางเข้าไปหาอย่างถูกต้อง ที่มีมากกว่าที่เราได้คิดคำถามที่จะนำไปสู่การรักษาตามแบบอย่างของเรา ผมพูดเรื่องทุกข์ของผู้ป่วยและญาติที่รอการบำบัดจากพวกเรา เป็นสวนหนึ่งของระบบบริการสุขภาพที่มีความเอื้ออาทร มีความรัก เมตตา ความมีคุณค่าของเพื่อนมนุษย์ อย่างที่เราได้รับแบบอย่างมาจากบุคคลต้นแบบที่เราได้รับรู้มา ผมมองเห็นแววตาของน้องทุกคนที่มีแต่ความสุข ความเมตตาที่พร้อมจะช่วยบำบัด ลดความทุกข์ของผู้ป่วยและญาติ
ทีมงานเราเอากิจกรรมไหลเลื่อน เชื่อมโยง ปรับเปลี่ยน (Chaos) มาเรียนรู้ต่อให้ทุกคนได้เรียนรู้ว่าในการทำงานของทุกคนนั้น ทุกวิชาชีพ ทุกตำแหน่งงาน ในสถานที่ทำงานต่างๆ ที่ดูเหมือนว่าการทำงานของเราถูกแยกออกเป็นส่วนๆ แต่กิจกรรมสอนให้เราเรียนรู้ว่าทุกคนมีความเป็นอิสระที่มีความสัมพันธ์เกี่ยวโยงกันอยู่ งานที่เราทำล้วนแต่มีความสำคัญด้วยกันทั้งสิ้นและไม่สามารถทำให้งานบรรลุเป้าหมายได้ด้วยตัวเราเองต้องอาศัยบุคคลอื่นๆที่แตกต่างกันในแต่ละวิชาชีพ การทำงานที่รับได้ ได้จากความรู้สึกที่ออกมาจากภายในจิตใจของแต่ละคน ที่ได้แสดงออกมาอย่างที่ไม่ต้องบอกกล่าว เป็นพลังที่เกิดขึ้นภายในของแต่ละคนจะทำให้เราเคลื่อนไหวตามแนวทางที่ทุกคนมุ่งไปสู่เป้าหมายร่วมขององค์ที่กำหนดไว้ สร้างความสมดุลให้เกิดขึ้นภายในองค์กรตลอดจนสังคมภายนอกที่องค๋กรเราเป็นส่วนหนึ่ง
ทีมงานเราเปลี่ยนประเด็นของการเรียนรู้ของน้องมาในเรื่องความไว้วางใจทีมเราใช้กิจกรรมที่ใช้ Mask ปิตตา โดยให้จับคู่กัน และปิดตาทุกคน โดยเฉพาะในขั้นตอนที่ทุกคนปิดหมด เราย้ำถึงความปลอดภัยของสถานที่ ผู้คนที่อยู่ ณ ที่นี้ ก้าวเดินไปตามความรู้สึกที่ปลอดภัยภายใต้การรับรู้ ด้วยความเชื่อมั่นของตนเอง เราใช้เวลาอยู่กับกิจกรรมนี้ประมาณ 20 นาทีจนทุกคนมารวมกันอยู่เป็นกลุ่มก้อนเดียวกัน น้องๆและทีมเราสรุปเรื่องความไว้วางใจของคนทำงานที่อยู่ในระบบบริการสุขภาพที่มีความรัก ความเมตตา ความเข้าใจ ความเกื้อกูล ความเป็นพี่น้อง ความเป็นมนุษย์ของพวกเราที่อยู่ด้วยความไว้วางใจกันและกัน ที่เป็นสภาพธรรมดา ธรรมชาติของผู้คน มนุษย์เราต้องอยู่อย่างการให้ความไว้วางใจในเพื่อนเรา ทีมงาน และสรรพสิ่งอย่างไม่ต้องสงสัย เหมือนอย่างเราไว้วางใจพ่อ แม่พี่ น้องของเรา จะเกิดความผ่อนนคลาย แล้วจะทำให้เราไม่ต้องเครียด กังวลกับสิ่งที่จะเกิดขึ้นเมื่อเราทำอย่างตั้งใจ ในสิ่งใดสิ่งหนึ่งอย่างดี และตั้งใจไว้แล้ว
และท้ายสุดท่านรองผู้อำนวยการสรุปภาพรวมของการทำกิจกรรมทั้งหมดสะท้อนให้เห็นถึงระบบบริการสุขภาพที่มีหัวใจของความเป็นมนุษย์ที่มีอยู่และเรียนรู้ที่จะขยายออกไปเรื่อยๆ ดำเนินต่อไปในความร่วมมือของทุกท่านที่อยู่ ณ ที่นี้ ทุกคนเป็นส่วนหนึ่งที่จะช่วยทำให้คนที่อยู่ในระบบบริการสุขภาพมีความทุกข์ลดลง
การเรียนรู้
การเก็บเกี่ยวเรื่องราวดีๆที่มีอยู่ในระบบบริการสุขภาพนำมาชื่นชม ยินดี จะทำให้เกิดกำลังใจมากขึ้น การเล่าเรื่อง การเขียนเรื่องราวดีๆเป็นสิ่งที่ช่วยขัดเกลาให้จิตใจของเจ้าหน้าที่ให้เกิดความซาบซึ้ง ละเอียดอ่อนยิ่งขึ้น และเมื่อเราทุกข์ที่เกิดจากระบบบริการของเรา เรื่องราวดีๆตรงนี้เป็นสิ่งที่จะมาเยียวยาจิตใจให้แก่เรา
การสร้างบรรยากาศที่ดี ผ่อนคลาย และเป็นธรรมชาติจะเอื้อให้เกิดการรับรู้ที่ดี เกิดการเรียนรู้
การเรียนรู้จากประสบการณ์ของผู้เข้าร่วมประชุมจะตรงกับความต้องการของสมาชิกที่มาจากบริบทเดียวกัน
การทำกิจกรรมการเรียนรู้ควรจัดให้มีกิจกรรมเพื่อสร้างความรู้จักและคุ้นเคยกันของสมาชิกให้มากจะช่วยให้การเรียนรู้ของกลุ่มง่ายขึ้น(เกิดความไว้วางใจ)
การกระจายสมาชิกที่มาจากองค์กรเดียวกันไปตามกลุ่มต่างๆจะเพิ่มการเรียนรู้ของกลุ่มต่างๆได้เป็นอย่างดี
ยงยุทธ สงวนชม
14/05/2551