วันที่ ๒๙ - ๓๑ มี.ค. ๕๑ ผมไปร่วมประชุมเตรียมการ “Prince Mahidol Award Conference ๒๐๐๙” (http://www.pmaconference.org/home.asp) ที่ชะอำ เขาจัดให้ผมกล่าวเปิดประชุมในฐานะประธานของ Organizing Committee
ผมฝึกกล่าวโดยเน้นที่ คุณค่า ของการทำงานนี้ และการทำงานแบบสร้างคุณค่าเพิ่มอยู่ตลอดเวลา ทำให้การทำงานเป็นความสุขใจ ได้เรียนรู้ ได้ไมตรีจากเพื่อนร่วมงาน เกิดพัฒนาการทั้งที่ตัวงาน และตัวเรา หรือพวกเรา
พวกเราที่มาจากหลายหน่วยงานได้มาร่วมกันทำงาน PMAC นี้ถือเป็นโอกาสในชีวิต ที่น้อยคนจะได้รับ เพราะงาน PMAC เป็นงานที่มีคุณค่าสูงส่ง ทั้งต่อการรับใช้ประเทศไทย ต่อการรับใช้ในหลวง สมเด็จพระเทพรัตน์ฯ สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร์ฯ และจักรีบรมราชวงศ์ และการรับใช้โลก เป็นงานที่ต้องใช้ความริเริ่มสร้างสรรค์สูง จึงเกิดการเรียนรู้สูงมาก
งาน PMAC นี้ความหมายจะน้อย ถ้าทำแบบครั้งเดียว หรือนานๆ ครั้ง คณะผู้จัดจึงอาสาจัดทุกปี และเราจัดไปแล้ว ๒ ครั้ง และประสบความสำเร็จสูงมาก PMAC ๒๐๐๙ จะเป็นครั้งที่ ๓ ยิ่งนับวันเราก็ยิ่งมีประสบการณ์และน่าจะทำงานได้มีคุณภาพยิ่งขึ้น ผมเชื่อว่าเมื่อเราจัดทุกปีไปจนครบ ๑๐ ปี เราจะเห็นผลดีที่เกิดขึ้นอย่างไม่น่าเชื่อ
แต่ผลดีที่เกิดขึ้นมันจะไม่เกิดขึ้นเอง ต้องมีการจัดการ ต้องมีการจัดการคุณค่าเพิ่มหรือที่เรียกว่า value – add ผมจึงขอลองเสนอวิธีจัดการ value – add ไว้เท่าที่พอนึกออกในตอนนี้
๑. ใช้ PMAC ในการตั้งโจทย์วิจัย เราอาจชวนคณะสาธารณสุข และหน่วยงานวิจัยที่สนใจโจทย์วิจัยเชิงระบบมาร่วมกันเป็นทีม “จับประเด็นวิจัย” จากการประชุม มีการทำงานเป็นทีม และนำเสนอต่อ steering panel เพื่อนำไปสู่การส่งเสริมทุนวิจัยต่อไป สวรส. น่าจะรับงานนี้ไปดำเนินการได้
๒. ทำงาน Knowledge Translation Research เป็น Post-Conference Activities เท่ากับเป็นการ capture ความรู้ที่ซับซ้อนจากการประชุมเอามาทำวิจัยทดลองประยุกต์ใช้ ในประเทศไทย
เท่ากับว่าเราจะต้องมีการจัดการเพิ่มขึ้นเพื่อ capture ของดีจากการประชุม ข้อ ๑ เป็นการ capture knowledge gap ส่วนข้อ ๒ เป็นการ capture ตัว applicable knowledge กิจกรรมทั้งสองข้อจะช่วยสร้างความเข้มแข็งทั้งทางวิชาการและต่อระบบสุขภาพของไทย
การทำงานทุกอย่าง นอกจากทำด้านบวกหรือเชิงรุกแล้ว ต้องทำด้านระมัดระวังหรือเชิงตั้งรับ ที่เรียกว่าจัดการความเสี่ยง (risk management) ด้วย ความเสี่ยงที่ทำให้ทีมงานเกิดความท้อถอย เกิดความรู้สึก burnt out จะเป็น risk ต่อความต่อเนื่องยั่งยืนของงาน แต่ความยั่งยืนต้องร่วมกับการเปลี่ยนแปลง หรือการพัฒนา
Risk ที่ผมพอคิดออกได้แก่
๑.การถูกมองว่าคณะผู้จัดเป็น exclusive group ทำให้คนอิจฉา
๒.Transparency และ Accountability ของการใช้ทรัพยากร ซึ่งควรป้องกันด้วยระบบ audit และ report ผลการตรวจสอบต่อมูลนิธิฯ พร้อมกับการรายงานผลการดำเนินงานของแต่ละปี
การทำงานทุกอย่างต้องมีทั้งเกมรุกและเกมรับ เกมรุกที่สนุกที่สุดสำหรับผมคือเกมคุณค่า การเล่นกับการสร้างคุณค่า และการเรียนรู้ ส่วนเกมรับคือ Risk Management
การประชุม ๓ วันนี้ มองจากมุม KM มีลักษณะเป็น AAR และ BAR คือ AAR การจัดงานครั้งที่แล้ว เมื่อวันที่ ๓๐ ม.ค. – ๑ ก.พ. ๕๑ และ BAR การจัด PMAC ๒๐๐๙
วิจารณ์ พานิช
๒๙ มี.ค. ๕๑
บนรถระหว่างเดินทางไปชะอำ