ครั้งหนึ่งในชีวิตกับโอกาสอันเป็นกุศลยิ่งใหญ่ในชีวิต ได้เดินทางสู่ดินแดนกำเนิดมหาศาสดาเอกของโลก ได้ไปรู้ ไปเห็น ไปกราบไหว้ บูชา นมัสการสังเวชนียสถานทั้ง 4
ห่างหายจากการเขียนบันทึกไปเสียนาน ไม่รู้วามัวแต่ยุ่งๆอะไรอยู่ในหลายๆเรื่อง ทำให้ขาดโอกาสเข้ามาบันทึกเรื่องราวต่างๆใน G2K ก็อยากจะบอกว่าคิดถึงชาว G2K เสมอ เข้ามาอ่านเรื่องราวของหลายๆท่านอยู่เนืองๆ วันนี้มีโอกาสดี(แย่งคอมพิวเตอร์ได้เป็นผลสำเร็จ)
เรื่องที่จะมาเล่าก็เป็นเรื่องเกี่ยวกับการที่มีโอกาสได้ไปเที่ยวอินเดีย การไปเที่ยวครั้งนี้ถือว่าเป็นทัวร์บุญเพราะได้ไปเยี่ยมสักการะบูชาสังเวชนียสถานทั้งสี่แห่ง ของศาสดาแห่งพุทธศาสนา ซึ่งเป็นหลักฐาน และปูชนียสถานที่สำคัญยิ่งของพุทธศาสนิกชน เป็นที่มาที่ไปของพุทธศาสนาของเรา ครั้งหนึ่งในชีวิตกับโอกาสอันเป็นกุศลยิ่งใหญ่ในชีวิต ได้เดินทางสู่ดินแดนกำเนิดมหาศาสดาเอกของโลก ได้ไปรู้ ไปเห็น ไปกราบไหว้ บูชา นมัสการสังเวชนียสถานทั้ง 4 แม้จะน้อยนิดเท่าผงธุลีในการที่มีส่วนช่วยในการจรรโลงพุทธศาสนาของนู๋ทิมก็ตาม
การไปอินเดียครั้งนี้นับเป็นการเดินทางออกนอกประเทศครั้งแรกของนู๋ทิม นอกจากประเทศลาว และพม่า อิอิ (และขอบอกว่านั่งเครื่องเป็นครั้งแรกด้วย หลังจากที่กลัวการขึ้นเครื่องบินมานานแสนนาน และคิดว่าชีวิตนี้จะไม่ขึ้นเครื่องบินเป็นอันขาด แต่ก็ได้ขึ้นเครื่องจนได้) ก็หลังจากแต่งงาน เราสองคนยังไม่เคยไปไหนไกลๆสักที คนข้างเคียงเสนอไอเดียทัวร์ครั้งแรกของเราน่าจะเป็นทัวร์บุญที่ประเทศอินเดียละกัน อย่างที่กล่าวข้างต้นวัตถุประสงค์หลักก็คือทัวร์บุญ เยี่ยมสักการะบูชาสังเวชนียสถานทั้ง 4 ส่วนวัตถุประสงค์รอง คือคนข้างเคียงต้องการให้นู๋ทิมได้ไปเที่ยวศรีลังกาเพื่อให้ไปพบญาติของเขาด้วย พูดถึงเรื่องไปเที่ยวอินดีผู้มีประสบการณ์หลายท่านบอกว่า ไปอินเดียลำบากนะ ไม่สดวกสบาย และไม่เจริญหูเจิญตาเท่าไรนัก สุ้ไปเที่ยวแถวยุโรป ไม่ได้ (อันที่จริงประเทศที่นู๋ทิมอยากไปเที่ยวมากที่สุดคือประเทศแถวสแกนดิเนียเวีย) ฟังเค้าพูดแล้วก็ทำให้กลัวๆต่อการจะไปอินเดีย แต่อย่างไรเสียก็คิดเสียว่านับเป็นวาสนาที่ได้ไปเที่ยวสังเวชนียสถาน ถือเป็นเป้าประสงค์สำคัญละกัน สบายใจดีไม่ต้องคิดมาก
ก่อนการเดินทางก็วุ่นวายอยู่กับเรื่องการทำพาสปอร์ต การขอวีซ่า เดินทางไปมา พิษณุโลก-กทม. หลายรอบ เรื่องการทำ พาสปอร์ตง่ายและรวดเร็วเกินคาดค่ะ 15 นาทีเองค่ะเส็จเรียบร้อย ไปรอรับเล่มพาสปอร์ตได้ที่บ้านเลย เรื่องการขอวีซ่าไปอินเดียสำหรับคนไทยที่จะไปก็ไม่ยุ่งยากค่ะไปทำวันแรกพร้อมหลักฐาน คือพาสปอร์ตที่มีอายุไม่น้อยกว่า 6เดือน รูปถ่าย 2นิ้ว 2ใบ หรับวีซ่าอินเดียเท่านั้น ถ้าไปเนปาล(สถานที่พระพุทธเจ้าประสูติคือสวนลุมพินีวันอยู่ในเนปาลค่ะ สามารถขอวีซ่าได้ที่ด่านตรวจคนเข้าเมืองที่เขตติดต่อกับประเทศอินเดียได้เลยพร้อมรูปถ่าย 2" 2รูปเช่นกันค่ะ) สำหรับรูปถ่ายขอวีซ่าของอินเดียกำหนดว่าพื้นหลังรูปถ่ายเป็นสีฟ้าเท่านั้นค่ะ นอกจากนี้ยังมีสำเนาบัตรประชาชน และสำเนาทะเบียนบ้านอย่างละ 1 ชุดอีกด้วย วันรุ่งขึ้นหลัง 3โมงเย็นก็สามารถไปรับได้เลยค่ะ ส่วนของคนข้างเคียงซึ่งเป็นชาวต่างชาติค่อนข้างยุ่งยาก ทางสถานทูตอินเดียค่อนข้างมีระเบียบกฎเกณฑ์มาก หรือคนของเราเรื่องมากเองก็ไม่รู้ อิอิ ทำให้เสียเวลาไป-มาเสียหลายวัน เฮ้อ! กว่าจะได้วีซ่าไปอินเดีย
ก่อนการไปทัวร์บุญในครั้งนี้ ได้รับความกรุณาจาก อจ.นพ.นิพัธ หัวหน้ากลุ่มงานฯที่นู๋ทิมทำงานอยู่ ได้ให้หนังสือมาอ่านเพื่อให้เตรียมตัวไปทัวร์บุญในครั้งนี้ ชื่อหนังสือที่ท่านแนะนำคือ "พุทธภูมิ ดินแดนแห่งภูมิธรรม ภูมิปัญญา" เขียนโดย ฮ.นิกฮูกี้ เป็นสารคดีท่องดินแดนพุทธประวัติ ทำให้นู๋ทิมได้รู้ข้อมูล การเตรียมความพร้อม เพื่อการทัวร์บุญครั้งนี้ได้ประโยชน์เป็นอย่างมาก ต้องขอขอบพระคุณอาจารย์นิพัธไว้ ณ ที่นี้ด้วยค่ะ
การไปทัวร์ในครั้งนี้ ไปกับคณะทัวร์ชาวศรีลังกาค่ะจองทัวร์กันที่ศรีลังกาทางอินเตอร์เนต เนื่องจากคนข้างเคียงรู้จักกับบริษัททัวร์ที่นี่ ออกเดินทางจากบ้านตั้งแต่ 15มีค.51เวลา 00.30น โดยรถบัส ไปขึ้นเครื่องที่สุวรรณภูมิ เวลา 11.30น ใช้เวลาเดินทาง 3 ชม.ไปลงที่โคลัมโบ ประเทศศรีลังกา พักที่ศรีลังกา 1 คืน ตอนเช้าญาติของคนข้างเคียงมารับ(เขาไปทัวร์กับเราด้วย)ไปขึ้นเครื่อง และสมทบกับคณะทัวร์ชาวศรีลังกา รวม นู๋ทิมด้วยทั้งหมด 22 คน เพื่อไปอินเดียลงที่เมืองคยา ใช้เวลาเดินทาง 3ชม. ทัวร์ครั้งนี้นู๋ทิมเป็นคนไทยคนเดียวในกลุ่ม นอกนั้นเป็นชาวศรีลังกาค่ะ แต่เราสามารถพูดคุยสื่อสารกันได้เพราะพวกเขาพูดภาษาอังกฤษกันได้ทุกคนเลย แต่ค่อนข้างฟังลำบากเพราะภาษอังกฤษสำเนียงศรีลังกาไง ส่วนไกด์ทัวร์ครั้งนี้เป็นชาวอินเดีย รอรับอยู่ที่สนามบินค่ะ การเป็นคนไทยคนเดียวในกลุ่มทัวร์ครั้งนี้ขอบอกว่า ขาวที่สุดในกลุ่มเลย แบบว่าอยู่เมืองไทยแทบจะดำที่สุดในกลุ่มเลย ดีใจค่ะ อิอิ....ยังมีเรื่องราวที่อยากเล่าให้ฟังอีกมากเลยเกี่ยวกับการทัวร์อินเดียครั้งนี้ โปรดติดตามตอนต่อไปค่ะ...มีคนมาขอใช้คอมฯอีกแล้ว เฮ้อ!

เพิ่มเพลงบรรเลง 5ตค51

นับว่าเป็นโอกาสอันดีของหนูนะที่ได้ไปอินเดียครั้งนี้ คงมีเรื่องน่าสนใจมากมายมาเล่าสู่กันฟัง จะรออ่านนะ
*** ดึค่ะ
*** คิดถึงอยู่เสมอล่ะค่ะ
*** พี่อรเองก็ยุ่งเหลือเกิน เดินทางตลอดค่ะ
*** เพิ่งกลับจากจีน คุณสามีก็จะไปอีกแล้วค่ะ
*** เค้ามี trip มาภูเก็ตกัน ไม่ทราบคุณหนูทิมมาด้วยไหมค่ะ ....
ปล. น้องอร ว่างไปเฮฮาศาสตร์ ใช่มั้ยคะ
สวัสดคะคุณนู๋ทิม
เคยคิดอยากไปอิเดียเหมือนกันค่ะ แล้วก็โดนขู่เหมือนที่คุณนู๋ทิมโดนแหละค่ะ เลยเปลี่ยนใจ แต่ตอนนี้อาจจะเปลี่ยนใจอยากไปอีกค่ะ มารอติดตามการทัวร์ของคุณนู๋ทิมก่อนค่ะ
สวัสดีค่ะนู๋ทิม สบายดีน่ะค่ะ ยินดีด้วยน่ะค่ะที่ได้ไปถึงต่างแดน คงได้ประสบการณ์ชีวิตที่ยอดเยี่ยมมาก
สวัสดีค่ะ..คิดถึงจังค่ะ
อิจฉาจังได้ไปอินเดียด้วย เป็นหนึ่งประเทศที่หนูอยากไปค่ะ ไม่รู้ทำไม สงสัยมีคนบอกว่าหนูหน้าเหมือนแขกมั๊งคะเลยอยากไป(เกี่ยวกันไหมเนี่ย..)
แล้วจะมาติดตามตอนต่อไปค่ะ..ขอบคุณค่ะ
3. pa_daeng [มณีแดง คนสวย แซ่เฮ]
เมื่อ อา. 30 มี.ค. 2551 @ 15:30
591849 [ลบ]
*** สวัสดีค่ะ ป้าแดง
*** อรอยู่ภูเก็ตอยู่แล้ว หากไม่ติด trip ต่างประเทศของสามี ก็อยากไปร่วมต้อนรับสมาชิกเฮฮาศาสตร์ด้วยแน่นอนค่ะ
มาเยี่ยม
ดีแล้วครับ ได้ไปเยือนถิ่นพุทธภูมิ ได้รู้ได้เห็น ได้เจ้าใจด้วยตนเองนะครับ...
ดีใจกับหนูด้วยนะคะกับโอกาสอันดีที่ได้ไปทัวร์บุญดินแดนแห่งธรรม ขอบุญกุศลคุ้มครองนะ จะรออ่านบันทึกต่อไปค่ะ
สนุกกับท่องเที่ยวด้วยมากๆ เล่าต่อนะเพลงไพเราะดี
ดีใจกับพี่นู๋ทิม ค่ะที่ได้ทัวร์บุญ
สุขสันต์วันสงกรานต์ครับ ขอให้มีความสุขมากๆ สุขภาพแข็งแรง สดชื่นแจ่มใสครับ
สวัสดีค่ะคุณนู๋ทิม
คิดถึงมากเลยค่ะ เข้ามาติดตามอ่านแล้วยิ้มเพราะทราบแล้วว่าที่ผ่านมาบล็อกเกอร์ใจดี แสนสวยคนนี้หายไปไหน ^ ^
ขอให้คุณนู๋ทิมและครอบครัวมีความสุข สดชื่น สดใส มีกันและกันตลอดไปนะคะ ..สุขสันต์วันปีใหม่แบบไทยๆค่ะ
(*0*) สวัสดีค่ะ ปุยแวะมาเยี่ยมและอวยพรแทนการรดน้ำเจ้าค่ะ
หนูทิม ขอให้มีความสุขตลอดไป ไม่มีเรื่องหม่นหมองใจใดๆเลยนะ
เราอยากไปอินเดียมากเลยแต่ไม่มีเพื่อนอยากมีเพื่อนเดินทางไปด้วยจังในเดือนกันยาหรือตุลาก็ได้ใครจะไปกับเราบ้างอีเมลมาหาเรานะชื่อติ๊ก
อยากไปทำบุนที่อินเดียมาเลยคะ เพราะนู๋เปนคนชอบทำบุน แต่ยังไม่พร้อมเรื่องเงินนะคะ ชอบผู้ยิ๋งอินเดียคะ คมดี สวยด้วย ไม่แพ้บ้านเรา