เขาคงไม่รู้หรอกว่า ในความกลัวและความทรมานที่เขาได้รับ เป็นความรักและหวังดี ที่มีต่อพวกเขาทั้งสิ้น

 

 

 

 

 

วันนี้ครูตุ๊กแกไม่ได้มาเล่าเรื่องเกี่ยวกับวีรกรรมอันแสนน่ารัก น่า.....ของลูกลิงหรอกนะคะ เพราะลูกลิงปิดเทอมไปหลายวันแล้ว (คิดถึงจังเลยอ่ะ...)

      แต่วันนี้พระเอกของเรื่องคือ น้องชาย ครูตุ๊กแกเองค่ะ  เนื่องมาจากข่าวที่เกิดขึ้นในจังหวัดอ่างทองเกี่ยวกับโรคระบาดที่คร่าชีวิตน้องหมา น้องแมวไปหลายร้อยตัวนั่นเอง

      เอ๊ะ..แล้วมันเกี่ยวกับน้องชายครูตุ๊กแกยังไง  เกี่ยวกันเพราะว่า น้องชาย ที่ครูตุ๊กแกพูดถึง คือ น้องหมา ทั้ง 4 ตัว ลูกชายอันเป็นที่รักของแม่นั่นเอง(สงสัยจะรักมากว่าลูกสาวอีกนะเนี่ย..) แม่คงกลัวว่าลูกชายที่รักจะตายจึงพาไปฉีดวัคซีน ป้องกันโรค

     วัคซีนชนิดนี้คุณหมอรูปหล่อเรียกว่า วัคซีนรวม ป้องกันโรคได้หลายโรคค่ะ มีทั้ง

                 ลำไส้อักเสบ

                ไข้หวัดสุนัข 

                 ตับอักเสบ

                 หวัด

                และ Lepto( ฉี่หนู )

      ระยะการฉีดคุณหมอบอกว่า

                เข็มที่1  จะฉีดเมื่อน้องหมามีอายุ 6-8 สัปดาห์

               เข็มที่ 2  ฉีดเมื่ออายุ 10 12 สัปดาห์

                เข็มที่ 3  ฉีดเมื่ออายุ 12 -14 สัปดาห์

                หลังจากนั้นจะฉีดปีละ 1 เข็มทุกๆปี

         ภูมิคุ้มกันจะขึ้นประมาณ 10 -14 วัน หลังฉีดวัคซีน  ในสุนัขที่อายุน้อยๆ แต่ถ้าน้องหมาอายุ 1 ปีขึ้นไปและไม่เคยฉีดเลยแบบน้องหมาของครูตุ๊กแก  ภูมิคุ้มกันจะมีโอกาสเกิดขึ้นได้ 30 40 % หรือถ้าสุขภาพดี ตำแหน่งที่ฉีดถูกต้อง ก็มีโอกาสได้ภูมิถึง 80%  

        ถ้ามีข้อมูลตรงไหนผิดพลาดครูตุ๊กแกขออภัยล่วงหน้านะคะ แฮะ..แฮะ.. คุยกับคุณหมอรูปหล่อตั้งเยอะแต่จำได้แค่นี้ เองค่ะ..

      เย็นวันนี้ครูตุ๊กแกจึงทำหน้าที่โชเฟอร์พาน้องหมาทั้ง 4 ตัวไปหาหมอ  รวมกับแม่และน้าที่ไปช่วยกันจับอีก 2 เป็น 6 ชีวิตอัดกันอยู่ที่ท้ายรถ แต่แม่คงลืมไปว่าน้องหมาน่ะตัวเล็กกว่าภูเขานิดเดียว และกว่าจะพาขึ้นรถได้ ต้องคอยจับกันไว้ในขณะที่อยู่กับคุณหมอ และกว่าจะพากลับบ้านโดยสวัสดิภาพเหนื่อยทั้งหมาและคน  

       น้องหมาคงคิดว่าเจ้าของคงจะพาเขาไปปล่อยหรือพาเขาไปทรมานจึงเกิดการขัดขืนตลอดเวลา  แต่เขาคงไม่รู้หรอกว่าในความกลัวและความทรมานที่เขาได้รับ เป็นความรักและหวังดี ที่มีต่อพวกเขาทั้งสิ้น

       เขายังโชคดีกว่าน้องหมาและน้องแมวอีกหลายๆตัวที่ถูกเจ้าของนำไปปล่อยให้เป็นภาระของวัดต่างๆ โดยเฉพาะวัดในเขตที่เกิดโรคระบาดที่กำลังเป็นข่าวอยู่ในตอนนี้ เพราะพวกเขาเหล่านั้นไม่มีโอกาสรู้เลยว่าชีวิตของพวกเขาจะเป็นอย่างไรต่อไป จะมีอาหารกินเพียงพอหรือไม่

      และที่สำคัญ....น้องหมาของครูตุ๊กแกใช้แชมพูอาบน้ำราคาแพงกว่า ครีมอาบน้ำและแชมพูสระผมของครูตุ๊กแกซะอีก (เฮ่อ..อิจฉาหมา) 

      

.....วันนี้..คุณพาน้องหมาที่รักไปฉีดวัคซีนแล้วหรือยัง.....

เตรียมตัวไว้ คราวต่อไปตาเจ้าสองตัว ลูกชายครุตุ๊กแกบ้างล่ะ

 

 แง..แง  แล้วพรุ่งนี้ใครจะช่วยครูตุ๊กแกล้างรถล่ะ  เพราะเบาะรองนั่งท้ายรถของครูตุ๊กแกเต็มไปด้วยฝุ่นและขนน้องหมาเยอะแยะไปหมดเลย ฮือ..ฮือ