สวนโมกข์
คงเป็นเรื่องหนึ่งในชีวิต ที่คงไม่ลืมเลย(2)
ในวันแรกที่อยู่สวนโมกข์ มีความรู้สึกว่าเวลาช่างยาวนานเหลือเกิน กว่าจะผ่านพ้นเวลาไปได้ แต่ละนาที นาที ถึงแม้ว่าจะเตรียมใจมาแล้วบ้าง คงต้องยอมรับว่าที่นี้ ช่างเป็นโลกส่วนตัวที่แตกต่างกับชีวิตของเรามาก จากที่ไม่เคยตื่นนอนแต่ตั้งเช้า มาลองตื่นตีสามครึ่งเพื่อเตรียมตัวทำวัตรเช้าในตอนตีสี่ จากที่ต้องล้างหน้าด้วยเครื่องสำอางค์สุดแพง เพราะโบ๊ะหน้าสี่ชั้นกว่าจะออกจากบ้าน และไหนจะต้องเช็ดริมฝีปากด้วยออยทำความสะอาด เพราะเคลือบสีสวยสดไว้ ต้องมาปากแห้งเพราะไม่ได้ทาแม้ลิปมัน มันช่างแตกต่าง......
เวลาผ่านไปพร้อมทั้งการเปลี่ยนแปลงในใจที่เกิดขึ้น กลับเริ่มรู้สึกเป็นสุขจากการที่ไม่ต้องทำอะไรให้มากมายเพื่อการดำรงชีวิตอยู่
คงจะเป็นอย่างที่บอกไว้ การเป็นอยู่อย่างตำ สอนให้เราได้รู้ว่า แท้จริงแล้วเราไม่ได้ต้องการสิ่งฟุ่มเฟือยในชีวิตเหล่านี้เลย ทั้งเครื่องสำอางค์ราคาแพง หรือแม้แต่เสื้อผ้าสุดหรู แต่เราก็สามารถใช้ชีวิตได้อย่างเป็นสุข ทุกอย่างอยู่ที่ใจ สำคัญที่เราพยายามเข้าใจมันมากแค่ไหน
สวนโมกข์ในวันนั้นทำให้รู้ว่าแท้จริงแล้วชีวิตเราสามารถดำเนิน
ต่อไปได้อย่างไร
ด้วยใจที่เป็นสุข
จริงๆแล้ว.ชีวิตก็ไม่ได้ต้องมีอะไรมากมายเกินกว่าปัจจัย 4 นะคะ..
แต่ก็อย่างว่า..พูดง่ายแต่ทำยากค่ะ..
แวะมาทักทายค่ะ..ขอบคุณที่เข้าไปเยี่ยมชม...ยินดีที่มีเพื่อนใหม่..ได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกัน...แต่ของบอกสวนโมกข์ไม่เคยไป...ได้ไปแต่สวนสาธารณะแถว ๆ ประจวบฯที่มีบรรยากาศเย็นสบายกับสายลมจากท้องทะเล...มาพักผ่อนกับเราสิค่ะ...สบายอย่างไม่เคยรู้สึกมาก่อน (จริงๆนะ)