ใบไม้ที่หล่นไปในแต่ละแห่งนั้นคงหล่นหายไปจากความทรงจำของผู้คนที่เคยพบเคยเจอกันแล้วกระมัง..?

ช่วงบ่าย 4 โมงครึ่งไปแล้วของวันนี้สายลมพัดเย็น ๆ แสงแดดอ่อน ๆลงขณะผมเดินทอดน่องอยู่บนยอดเขาเกาะยอมาขึ้นรถเพื่อเดินทางกลับบ้าน

พอเหลียวไปเห็นมีใบไม้หล่นลงมาสู่พื้นอย่างนุ่มนวลก่อนที่มันจะนอนแนบราบไปกับพื้น

  ชวนผมนึกย้อนทวนถึงวิถีชีวิตตนคือในช่วงวัยเด็กหลังเรียนจบ ป. 4 แล้วผมนี่เองเหมือนใบไม้ที่หล่นหายไปจากบ้านเกิดเมืองนอนไปโผล่ที่ตำบลพออยู่ได้สักพักก็หล่นหายไปโผล่ที่อำเภอในเขตจังหวัดนครพนม

 และหล่นหายไปโผล่อีกทีที่กรุงเทพ ฯ  แถวริมคลองบางกอกน้อย  ต่อมาหล่นหายไปกับสายลมที่พัดไปไกลแสนไกลไปโผล่ถึงเมืองพาราณสี ประเทศอินเดียอยู่ประมาณ 3 ปี 

 แล้วหล่นหายกลับมาโผล่ในไทยและอยู่ในเมืองปัตตานีดินแดนลังกาสุกะโบราณถึง 10 กว่าปีแล้วก็เป็นใบไม้ที่หล่นหายไปโผล่ที่เกาะยอกลางทะเลสาบสงขลา  แห่งเมืองสงขลา 

 นี่ก็เป็นเวลา 2 ปีเศษแล้วหรือนี่

ใบไม้ที่หล่นไปในแต่ละแห่งนั้นคงหล่นหายไปจากความทรงจำของผู้คนที่เคยพบเคยเจอกันแล้วกระมัง..?  และคงหลงเหลือเพียงความทรงจำเก่า ๆและเดิม ๆ ของเจ้าใบไม้ที่หล่นหายไปเท่านั้นเอง...