สมาคมผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับกิจการผู้บริโภค (The Assoclation of Consumer Affairs Professionals : ACAP) (๒) ผู้เขียนได้มีโอกาสเข้าเยี่ยมกิจการของสมาคมผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับกิจการผู้บริโภค (The Assoclation of Consumer Affairs Professionals : ACAP) เป็นครั้งที่ ๒ และได้พบกับกลุ่มตัวแทนวิสาหกิจที่เป็นคณะกรรมการประจำของสมาคมฯ สมาคมแห่งนี้จัดตั้งขึ้นตามมติของคณะรัฐมนตรีภายใต้การกำกับดูแลของกรมชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชน สำนักนายกรัฐมนตรี ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี ค.ศ. ๑๙๘๐ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมความชำนาญและพัฒนางานด้านการให้คำปรึกษาแก่ผู้บริโภคขององค์กรที่เป็นสมาชิก ทั้งนี้ เพื่อการสร้างความไว้วางใจแก่ผู้บริโภคและสร้างความเข้าใจที่ดีทั้งฝ่ายผู้บริโภค ฝ่ายบริหารภาครัฐ และฝ่ายองค์กรที่เป็นสมาชิก เพื่อการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม โดยปัจจุบันมีบริษัทเข้าร่วมเป็นสมาชิก จำนวน ๔๖๐ บริษัท จำนวนสมาชิก ๕๕๗ คน กิจกรรมของสมาคม ๑. งานจัดการประชุมสามัญประจำเดือน เพื่อนำเสนอปัญหาของผู้บริโภค ณ ปัจจุบันให้สมาชิกได้มีความรู้กว้างขวางและเพื่อร่วมกันค้นหามาตรการในเชิงแก้ไขปัญหา ๒. งานศึกษาและวิจัย โดยสมาคมฯ จะดำเนินการจัดกลุ่มสมาชิกเพื่อศึกษาและวิจัยปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นมาเพื่อเตรียมการให้การปรึกษาแก่ผู้บริโภค และเพื่อการพัฒนาการบริหารการจัดการในธุรกิจของตน เช่น ศึกษาเรื่องมาตรการรองรับผู้บริโภค ศึกษาบริหารจัดการเรื่องความพึงพอใจของลูกค้า (Customer Satisfaction : CS) ศึกษาเกี่ยวกับปัญหาสิ่งแวดล้อม ศึกษาเกี่ยวกับความรับผิดต่อผลิตภัณฑ์ เป็นต้น ๓. งานฝึกอบรม จัดการฝึกอบรมแก่เจ้าหน้าที่ใหม่ที่ทำงานด้านการให้คำปรึกษาแก่ผู้บริโภคขององค์กรที่เป็นสมาชิก ฝึกอบรมผู้บริหารเพื่อพัฒนาด้านการจัดการ ๔. งานแจ้งข้อมูลข่าวสาร สมาคมฯ ทำหน้าที่ในการแจ้งความเคลื่อนไหวและแจ้งข้อมูลข่าวสารที่เป็นประโยชน์จากฝ่ายบริหารภาครัฐ และกลุ่มองค์กรผู้บริโภคต่างๆ ๕. งานด้านประชาสัมพันธ์ จัดทำนิตยสารเผยแพร่แก่มวลสมาชิก ชื่อ FORUM ปีละ ๖ ครั้ง จัดทำ Homepage เผยแพร่กิจกรรมของสมาคม และจัดทำสื่อสิ่งพิมพ์เกี่ยวกับความรู้ของผู้บริโภคเพื่อส่งไปยังองค์กรบริหารภาครัฐเพื่อเผยแพร่แก่ผู้บริโภค งานด้านการบรรยายโดยจะประสานงานกับผู้เชี่ยวชาญสาขาต่างๆ ในภาคเอกชนไปบรรยายตามองค์กรที่เชิญมา นอกจากนี้ ยังได้กำหนดไว้เป็นหลักสูตรให้แก่นักศึกษาในมหาวิทยาลัยอีกด้วย ๖. การเข้าร่วมเป็นกรรมการในองค์กรของรัฐ จากบทบาทของสมาคมที่ผ่านมาจนได้รับความไว้วางใจให้เข้าร่วมเป็นกรรมการในองค์กรต่างๆ ของรัฐบาล เช่น คณะกรรมการศึกษาและวิจัย สำนักนายกรัฐมนตรี คณะกรรมการพิเศษด้านนโยบายผู้บริโภค กระทรวงเศรษฐกิจและอุตสาหกรรม เป็นต้น การศึกษากลุ่มวิจัยด้านความรับผิดในผลิตภัณฑ์ สำหรับกลุ่มวิจัยด้านนี้ทางสมาคมฯ ได้จัดตั้งมาตั้งแต่ปี ค.ศ. ๑๙๙๑ จนถึงปัจจุบันเป็นเวลา ๑- ปี มีจำนวนสมาชิกที่เข้าร่วมทั้งหมด ๒๓ คน ซึ่งจำนวนสมาชิกเริ่มลดน้อยลง เนื่องจากปัญหาด้านความรับผิดในผลิตภัณฑ์มีน้อย สมาชิกต่างหันไปศึกษาปัญหาในด้านการจัดการด้านความเสี่ยงและอื่นๆ ในการดำเนินงานของกลุ่มจะดำเนินการหาหัวข้อสำคัญด้านความรับผิดในผลิตภัณฑ์ขึ้นมาเพื่อให้สมาชิกได้อภิปรายและเชิญผู้เชี่ยวชาญภายนอกมาเป็นวิทยากรให้ความรู้แก่สมาชิก กิจกรรมศึกษาและวิจัยด้านความรับผิดในผลิตภัณฑ์ดังกล่าว มุ่งเน้นการสร้างระบบการจัดการแก้ไขปัญหา โดยมีปรัชญา “เพื่อสร้างความเข้าใจที่ดีของผู้บริโภค และเพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้มีความปลอดภัยต่อผู้บริโภคยิ่งขึ้น” ข้อสังเกตของผู้เขียน การดำเนินงานของสมาคมฯ เป็นการรวมตัวกันของผู้ประกอบธุรกิจเพื่อกิจกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค ซึ่งเป็นปรากฏการณ์ที่สามารถมองเห็นได้ในสังคมที่พัฒนาเรื่องสิทธิผู้บริโภคซึ่งได้รับการคุ้มครองไปอีกระดับหนึ่ง ในหลายประเทศ การคุ้มครองผู้บริโภคได้ก้าวหน้าไปถึงการตระหนักถึงผลกระทบของการผลิต/การบริโภคที่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมซึ่งเป็นผลดีต่อผู้ประกอบธุรกิจและผู้บริโภค วัตถุประสงค์ของสมาคมฯ เพื่อการพัฒนาการให้คำปรึกษาแก่ผู้บริโภค ให้เกิดความพึงพอใจในสินค้า อย่างไรก็ตาม สังคมญี่ปุ่นเป็นสังคมของการบริโภค ประชาชนถูกกระตุ้นให้บริโภคผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ที่มีเทคโนโลยีสูงขึ้นโดยที่ผลิตภัณฑ์ต่างๆ เหล่านี้ผู้บริโภคมิอาจคาดหมายถึงข้อเสียของผลิตภัณฑ์ ซึ่งข้อมูลผลิตภัณฑ์ที่มีข้อบกพร่องไม่ได้รับการเปิดเผยต่อสังคมนั้นอาจสร้างความเสียหายขยายผลในวงกว้างได้ ดังนั้น จึงเป็นข้อควรพิจารณาแก่ผู้ประกอบการทั้งหลายให้ตระหนักถึงการเปิดเผยข้อมูลจุดความบกพร่องของผลิตภัณฑ์ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อสังคมและเศรษฐกิจโดยรวมเป็นการเสียหายต่อกิจการ และในที่สุดก็จะเป็นการสร้างภาพลักษณ์ที่ดีต่อความไว้วางใจของผู้บริโภค อย่างไรก็ตาม ในด้านของข้อมูลเกี่ยวกับความเสียหายที่เกิดขึ้นจากผลิตภัณฑ์ในกรณีที่ผู้ประกอบธุรกิจได้ประนีประนอมกับผู้บริโภคได้สำเร็จเป็นสิ่งที่ผู้ประกอบธุรกิจมิได้เปิดเผยถึงสภาพปัญหาเพื่อเป็นข่อมูลให้สาธารณะได้รับทราบ และเป็นกรณีที่เป็นไปไม่ได้ที่จะบังคับแก่ผู้ประกอบธุรกิจเช่นว่านั้นเปิดเผยข้อมูลดังกล่าวเมื่อผู้บริโภคหรือรัฐได้ร้องขอ อย่างไรก็ตาม กรณีดังกล่าวผู้เขียนได้แสดงความคิดเห็นต่อผู้บริหารระดับสูงของสมาคมแม้ว่าความสัมพันธ์ระหว่างการใช้ผลิตภัณฑ์กับความเสียหายยังไม่ชัดเจนหรือไม่ว่าเหตุดังกล่าวจะใกล้ชิดต่อผลหรือไม่ก็ตาม บริษัทฯ ผู้ประกอบธุรกิจ แม้ว่าจะไม่ยอมเปิดเผยข้อมูลดังกล่าวก็ตาม กรณีก็เป็นสิ่งที่บริษัทฯ ผู้ประกอบธุรกิจจะต้องรับผิดชอบต่อสังคมและควรตระหนักต่อผลที่จะเกิดขึ้นต่อไปในอนาคตด้วยการนำข้อเท็จจริงที่ได้รับจากการประนีประนอมดังกล่าวไปวิเคราะห์และพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ดียิ่งขึ้นต่อไป ซึ่งผู้บริโภคระดับสูงดังกล่าวได้รับว่าผู้ประกอบธุรกิจที่เป็นสมาชิกของสมาคมฯ ได้ตระหนักและดำเนินการเช่นว่านั้นด้วยแล้ว