- ลมร้อนผะแผ่วผิว
กระดาษแผ่นบางที่โดดเดี่ยวก็เริ่มแห้งกรอบด้วยแรงลม หมุนพักคว้างและตกลงบนพื้น..คลุกดิน
สะเก็ดไฟจากกองฟืนถูกลมพัดพา ปลิวกระทบแผ่วที่มุมกระดาษ
ค่อยๆลาม ช้าๆ ต่อเนื่อง
มุมกระดาษเริ่มมีสีดำ และเว้าแหว่งด้วยแรงไฟ
-
กระดาษหากไม่แห้งกรอบ ลูกไฟเล็กๆ ไหนเลยจะมีอิทธิพลจนกระดาษมอดไหม้
ลูกไฟย่อมปลิวเมื่อมีกองฟืนและลมพัดแรง
คนก่อไฟล้วนรู้
ไฟฟอนมีทุกหย่อมหญ้า ห้ามคนจุด ยากกว่า ระวังแผ่นกระดาษจะติดไฟ
- หากหัวใจเหมือนกระดาษ
คงต้องทำให้เปียกชื้น จุดไฟยาก
หาที่ยึดเหนี่ยว หนักแน่น ไม่ปลิวคว้างและหวั่นไหวแห้งกรอบเพราะแรงลม
ใจที่ไม่ไหม้ ย่อมเป็นใจที่สมบูรณ์ด้วยสุขภาวะ
- กองไฟข้างนอกไม่รุนแรงเท่าไฟที่ลามริมกระดาษและบั่นทอน ลามไหม้ จนเป็นจุลไปทั้งใจ
28 มีนาคม 2551
อิอิ..ตอบคำถามคุณหมอ....หรือเปล่า
สวัสดีครับ
นึกว่า ปราย พันแสง มาเขียนเอง ครับ
เอาเพลงใจบางบางมากครับ เพลงนี้หนุ่มเสกเคยร้องไว้ ขับร้องใหม่โดย โจ้ วงพอส
--> http://www.ijigg.com/songs/V2ABCC7GPD
ใจบางบาง *มาฝาก (พิมพ์ตก)สงสัยคนแต่งเพลง คิดคล้ายๆ อาจารย์นะครับ เรื่องใจกับกระดาษ
ขอบคุณค่ะ เข้าไปฟังแล้ว...คนแต่งเพลงคงคิดอะไรบางอย่าง??
เฝ้าระวังลูกไฟปลิวลงที่ปลายกระดาษ
มันยังยากกว่าเฝ้าระวังกระดาษให้อยู่ห่างไฟ
กองไฟกองใหญ่ เมื่อหมดเชื้อไฟ ก็มอดดับไปเอง
แต่ลูกไฟที่ปลิวไปทั่ว...น่ากลัวไม่น้อย???
ช่วงเวลาที่ทำให้หัวใจเหมือนกระดาษแผ่นบางที่เปียกชื้น
หวังว่าไอความร้อนจะไม่ย่อยสลายมันไปเป็นธุรี
แต่วันนี้มันกลับเน่าเปื่อยตกตะกอนที่สายน้ำแห่งความรู้สึก
ไหลไปสู่จุดหมายปลายแห่งมหาสมุทรแห่งความเหงา
มีคนตกปลาคนหนึ่งมาบอกว่าพบหัวใจที่ใต้ท้องทะเลลึก
บ้างนักเดินทางก็บอกว่ามันไปเกยหาดที่แหลมอันห่างไกล
ส่วนนกนางนวลก็บินมาส่งข่าวว่าพบหัวใจที่ตกตะกอนในรังของมัน
ส่วนฉันไม่พบว่าตัวเองถวิลที่จะไปตามมันนัก
สวัสดีครับ
อ่านบันทึกปุ๊บ นึกถึงเพลง "หากแม้นหัวใจฉันเป็นกระดาษ ป่านนี้คงขาด คงขาดไม่มีชิ้นดี..." ผมพาออกนอกเรื่องหรือเปล่าครับ อิอิ
การระมัดระวังจิตใจของเราเป็นเรื่องยากนะครับ แต่ไม่ยากเกินกว่าที่จะทำได้เพียงต้องหมั่นดูใจของเราให้บ่อยขึ้นเท่านั้น แล้วมันก็จะระมัดระวังโดยอัตโนมัติ
ชอบที่อาจารย์เปรียบเทียบครับ
วันนี้มันกลับเน่าเปื่อยตกตะกอนที่สายน้ำแห่งความรู้สึก
ไหลไปสู่จุดหมายปลายแห่งมหาสมุทรแห่งความเหงา
...... ส่วนฉันไม่พบว่าตัวเองถวิลที่จะไปตามมันนัก
หัวใจที่ไม่ตามหา...กระจัดกระจาย เคล้าไปกับสายน้ำ และรดชุ่มฉ่ำพื้นดิน...ดับไฟทั้งปวง...หรือเปล่าคะ.... น้องออต ^^
ขอบคุณค่ะ ท่าน
ที่พาไปให้นึกตั้งมั่นในสติ
เป็นระดับนักปฏิบัติขั้นก่อนวัยเรียน...ยังไม่ถึงอนุบาลเลย ^^
ว้าว อาจารย์สร้อย
อยากได้คนช่วยทำแนวกันไฟ..อิ..อิ..
สวัสดีค่ะ น้องออต
มาที่ไรก็ฉ่ำใจคราวนั้น
มาพร้อมหัวใจก็เลยฉ่ำใจ
มาแล้วเก็บหัวใจไปด้วยก็ฉ่ำตา
มาแล้วฝากใจไว้ฉ่ำทั้งใจและรอยยิ้ม
มาแล้วแลกใจ ...ชื่นชุ่มฉ่ำทั้งดวงดาว??
สวัสดีจ้า ครูอึ่ง
อยากได้คนช่วยทำแนวกันไฟ..อิ..อิ..
แหม!! เข้าใจคิดแฮะ...แนวกันไฟแบบไหนดี
ถางดินรอบแผ่นกระดาษ?? ^^
บทรำพึง ของนักวิจัย
ประกายไฟไหมกระดาษ พอไหว
แต่ถ้าประกายใจ มีเครื่องดับเพลิงให้ยืม อิอิ
อิ อิ ท่านครูบาคะ
ไปดูรูปบ้านอุ๊ยจั๋นตา ตอนฝนตกแล้ว....อย่างกับได้เครื่องดับเพลิงเลยค่ะ...ดูรูปสวยๆ บ้านน่าอยู่ ดอกไม้งาม....ยอดเยี่ยมเลยค่ะ
วันนี้มีสัมมนาค่ะ ได้ฟังเรื่องบัณฑิตที่สังคมต้องการ...เหมือนกับจำลอง คุณลักษณะคนแซ่เฮ มาเลยค่ะ...ฮี่ๆๆ