คอมพิวเตอร์ช่วยสอน
คอมพิวเตอร์ช่วยสอน หมายถึง การนำคอมพิวเตอร์กับโปรแกรมบทเรียนมาช่วยในการเรียนการสอนมีการวางแผนเนื้อหาวิชาอย่างเป็นขั้นตอนสามารถตอบสนองกับนักเรียน มีการทบทวน การทำแบบฝึกหัด และการประเมินผลคอมพิวเตอร์เป็นสื่อหรือช่องทางในการนำเสนอเนื้อหา ซึ่งอาจเป็นกิจกรรมในรูปแบบต่าง ๆ โดยมุ่งให้นักเรียนได้ศึกษาด้วยตนเอง ตามความพร้อมและความสนใจของนักเรียนเป็นหลัก
1. เกณฑ์การพิจารณาคอมพิวเตอร์ช่วยสอน
สุวิทย์ มูลคำ และ อรทัย มูลคำ (2547 : 63) กล่าวว่า การพิจารณาว่าสื่อที่สร้างมาจากโปรแกรมคอมพิวเตอร์เป็นคอมพิวเตอร์ช่วยสอนหรือไม่มีการพิจารณา ดังนี้
1. ต้องมีเนื้อหารสาระและเรียบเรียงเป็นอย่างดี
2. ตอบสนองความแตกต่างระหว่างบุคคล
3. สามารถโต้ตอบหรือปฏิสัมพันธ์ระหว่างคอมพิวเตอร์กับนักเรียน
4. สามารถให้ผลย้อยกลับได้ทันที
2. ลักษณะของบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน
2.1 ขั้นนำเข้าสู่บทเรียน จะเริ่มตั้งแต่การทักทายนักเรียน บอกวิธีการเรียน และบอกจุดประสงค์ของการเรียน เพื่อที่จะให้นักเรียนได้ทราบว่า เมื่อเรียนจบบทเรียนนี้แล้วเขาจะสามารถทำอะไรได้บ้าง บทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนสามารถเสนอวิธีการในรูปแบบที่น่าสนใจได้ ไม่ว่าจะเป็นลักษณะภาพเคลื่อนไหว เสียงหรือผสมผสานหลาย ๆ อย่างเข้าด้วยกัน เพื่อเร้าความสนใจของนักเรียน ให้มุ่งความสนใจเข้าสู่บทเรียนบางโปรแกรมอาจจะมีแบบทดสอบวัดความพร้อมของนักเรียนก่อน หรือมีรายการ เพื่อให้นักเรียนเลือกเรียนได้ตามความสนใจ และนักเรียนสามารถจัดลำดับรายการเรียนก่อนหลังได้ด้วยตนเอง
2.2 ขั้นการเสนอเนื้อหา เมื่อนักเรียนเลือกเรียนในเรื่องใดแล้ว คอมพิวเตอร์ช่วยสอนก็จะเสนอเนื้อหาออกมาเป็นกรอบ ๆ ในรูปแบบที่เป็น ตัวอักษร ภาพ เสียง ภาพกราฟิก และภาพเคลื่อนไหว เพื่อเร้าความสนใจในการเรียน และสร้างความเข้าใจในความคิดรวบยอดต่าง ๆ แต่ละกรอบ หรือเสนอเนื้อหาเรียงลำดับไปทีละอย่างทีละประเด็น โดยเริ่มจากง่ายไปหายาก นักเรียนจะควบคุมความเร็วในการเรียนด้วยตนเอง เพื่อที่จะให้ได้เรียนรู้มากที่สุด ตามความสามารถ และมีการชี้แนะหรือการจัดเนื้อหาสำหรับการช่วยเหลือนักเรียนให้เกิดการเรียนที่ดีขึ้น
2.3 ขั้นคำถามและคำตอบ หลังจากเสนอเนื้อหาของบทเรียนไปแล้ว เพื่อที่จะวัดนักเรียนว่ามีความรู้ความเข้าใจเนื้อหาที่เรียนมาแล้วเพียงใดก็จะมีการทบทวนโดยการให้ทำแบบฝึกหัด และช่วยเพิ่มพูนความรู้ ความชำนาญ เช่น ให้ทำแบบฝึกหัดชนิดคำถาม แบบเลือกตอบ แบบถูกผิด แบบจับคู่ และแบบเติมคำ เป็นต้น ซึ่งบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนสามารถเสนอแบบฝึกหัดแก่นักเรียนได้น่าสนใจมากกว่าแบบทดสอบธรรมดา และนักเรียนตอบคำถามผ่านทางแป้นพิมพ์หรือเมาส์ นอกจากนี้บทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนยังสามารถจับเวลาในการตอบคำถามของนักเรียนได้ด้วย ถ้านักเรียนไม่สามารถตอบคำถามได้ในเวลาที่กำหนดไว้ บทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนก็จะเสนอความช่วยเหลือให้
2.4 ขั้นการตรวจคำตอบ เมื่อระบบบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนได้รับคำตอบจากนักเรียนแล้ว บทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนก็จะตรวจคำตอบและแจ้งผลให้นักเรียนได้ทราบ การแจ้งอาจแจ้งเป็นแบบข้อความ กราฟิกหรือเสียง ถ้านักเรียนตอบถูกก็จะได้รับการเสริมแรง (Reinforcement) เช่น การให้คำชมเชย เสียงเพลง หรือให้ภาพกราฟิกสวย ๆ และถ้านักเรียนตอบผิด บทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนก็จะบอกใบ้ให้หรือให้การซ่อมเสริมเนื้อหาแล้วให้คำถามนั้นใหม่ เมื่อตอบได้ถูกต้องจึงก้าวไปสู่หัวเรื่องใหม่ต่อไป ซึ่งจะหมุนเวียนเป็นวงจรอยู่จนกว่าจะหมดบทเรียนในหน่วยนั้น ๆ
2.5 ขั้นของการปิดบทเรียน เมื่อนักเรียนเรียนจบบทเรียนแล้ว บทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนจะทำการประเมินผลของนักเรียนโดยการทำแบบทดสอบ ซึ่งจุดเด่นของบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน คือ สามารถสุ่มข้อสอบออกมาจากคลังข้อสอบที่ได้สร้างเก็บไว้และเสนอให้นักเรียนแต่ละคนโดยที่ไม่เหมือนกัน จึงทำให้นักเรียนไม่สามารถจดจำคำตอบจากการทำในครั้งแรก ๆ นั้นได้หรือแบบไปรู้คำตอบนั้นมาก่อนเอามาใช้ประโยชน์ เมื่อทำแบบทดสอบนั้นเสร็จแล้ว นักเรียนจะได้รับทราบคะแนนการทำแบบทดสอบของตนเองว่าผ่านตามเกณฑ์ที่ได้กำหนดไว้ตั้งแต่แรกและบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน จะบอกเวลาที่ใช้ในการเรียนในหน่วยนั้น ๆ ได้ด้วยเป็นต้น
3. ส่วนประกอบในการจัดทำบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน
การจัดทำบทเรียนบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน จะต้องมีการวางแผน โดยคำนึงถึงส่วนประกอบในการจัดทำ ดังนี้
3.1 บทนำเรื่อง (Title)เป็นส่วนแรกของบทเรียน ช่วยกระตุ้น เร้าความสนใจ ให้นักเรียนอยากติดต่อเนื้อหาต่อไป
3.2 คำชี้แจงบทเรียน (Instruction) ส่วนนี้จะอธิบายเกี่ยวกับการใช้บทเรียน การทำงานของบทเรียน เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับนักเรียน
3.3 วัตถุประสงค์บทเรียน (Objective) เป็นการแนะนำ อธิบายความคาดหวังของบทเรียน
3.4 รายการเมนูหลัก (Main Menu) ส่วนนี้แสดงหัวเรื่องย่อยของบทเรียนที่จะให้นักเรียนศึกษา
3.5 แบบทดสอบก่อนเรียน (Pre Test) ส่วนนี้ประเมินความรู้ขั้นต้นของนักเรียน เพื่อดูว่านักเรียนมีความรู้พื้นฐานในระดับใด
3.6 เนื้อหาบทเรียน (Information) เป็นส่วนสำคัญที่สุดของบทเรียน โดยนำเสนอเนื้อหาที่จะนำเสนอ
3.7 แบบทดสอบท้ายบทเรียน (Post Test) ส่วนนี้จะนำเสนอเพื่อตรวจผลวัดสัมฤทธิ์การเรียนรู้ของนักเรียน
3.8 บทสรุป และการนำไปใช้งาน (Summary - Application) ส่วนนี้จะสรุปประเด็นต่างๆ ที่จำเป็น และยกตัวอย่างการนำไปใช้งาน