แต่อย่างไรก็ตามเขาต่างก็มีความผูกพันกับประเทศไทย เพรายังมีญาติพี่น้องจำนวนมากที่ประเทศไทย ที่สำคัญเขามีความรักและเทิดทูนสถาบันพระมาหากษัตริย์เฉกเช่นเดียวกันคนไทย

ผมได้รับทุนวิจัยจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) ให้ไปศึกษา "บทบาททางสังคมและการมีส่วนร่วมในการพัฒนาของคนไทยในรัฐกลันตัน  ประเทศมาเลเซีย"  และกว่า ๖ เดือนที่ได้ศึกษาเรื่องนี้ก็พบประเด็นสำคัญหลายประการที่ขอนำมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับทุกท่าน

รัฐกลันตัน เป็นรัฐทางเหนือของประเทศมาเลเซีย มีพรมแดนติดกับประเทศไทยที่จังหวัดนราธิวาส แต่เดิมรัฐนี้เคยตกอยู่ภายใต้อำนาจปกครองของสยาม  แต่เมื่อมีการทำสันธิสัญญากับอังกฤษในสมัยรัชกาลที่ ๕  จำต้องยกดินแดนส่วนนี้ พร้อมด้วย ไทรบุรี (เคดาห์) และ ตรังกานู  ให้อยู่ภายใต้การปกครองของอังกฤษ  และเมื่อมาเลเซียได้มีการประกาศเอกราช ทำให้รัฐทั้งหลายเหล่านี้อยู่ภายใต้การปกครองของมาเลเซีย

รัฐกลันตัน ถือว่าเป็นรัฐที่มีความเคร่งครัดในหลักของศาสนาอิสลาม มีประชากรส่วนใหญ่เป็นคนเชื้อสายมาลายู  นอกจากนี้ก็ยังมีชาวสยาม ชาวจีน และชาวอินเดียอยู่ปะปนกันไป

คนสยาม หรือคนไทย อาศัยอยู่ในแผ่นดินแห่งนี้อย่างยาวนาน ซึ่งยังไม่มีข้อสรุปแน่ชัดว่ามาตั้งถิ่นฐานกันตั้งแต่เมื่อไหร่  จากการสอบถามชาวไทยในแถบนี้บ้างก็ว่ามาตั้งแต่สมัยอยุธยา  บ้างก็ว่ามาตั้งแต่ยุครัตนโกสินทร์ บ้างก็ฟันธงว่าเราก็อยู่ที่นี่อยู่แล้ว

ผมไม่ได้สนใจเท่าไหร่หรอกว่าชาวไทยมาอยู่แถบนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่  แต่ที่สนใจคือ  การเป็นชนกลุ่มน้อยในดินแดนที่ต่างภาษาและวัฒนธรรม  คนไทยมีการรักษาอัตลักษณ์  ปรับตัว และมีส่วนร่วมทางการพัฒนาอย่างไรบ้าง  กอปรกับภาครัฐของมาเลเซียเองมีการจัดการกับกลุ่มคนไทยเหล่านี้อย่างไรจึงมีความปกติสุขเสมอมา  อย่างน้อยก็น่าจะเอามาอธิบายปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นเพื่อกำหนดนโยบายในการพัฒนาในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ได้บ้าง

จำนวนคนไทยในกลันตัน จากข้อมูลของสมาคมชาวสยามในกลันตัน  พบว่ามีประมาณ ๑๑,๐๐๐  คน กระจายอยู่แทบทุกอำเภอ โดยมีความหนาแน่นที่สุดอยู่ที่ อ.ตุมปัต ซึ่งคนไทยเหล่านี้ล้วนใช้ภาษาไทยเป็นภาษาท้องถิ่น  ขณะเดียวกันก็สามารถใช้ภาษามาลายูเป็นภาษาราชการ  มีการอยู่รวมกันเป็นชุมชน  มีวัดทางพระพุทธศาสนาเป็นศูนย์รวมจิตใจ

จากข้อมูลเบื้องต้นพบว่าคนไทยเหล่านี้มีความพึงพอใจที่จะเป็นคนสัญชาติมาเลเซีย  เพราะได้รับการปฏิบัติที่ดีพอสมควร แม้บางเรื่องอาจจะไม่เท่าเทียมกับคนมาลายู  แต่เมื่อเทียบกับประเทศไทยแล้ว เขาคิดว่าเป็นคนมาเลเซียน่าจะมีคุณภาพชีวิตที่ดีกว่า  แต่อย่างไรก็ตามเขาต่างก็มีความผูกพันกับประเทศไทย  เพรายังมีญาติพี่น้องจำนวนมากที่ประเทศไทย  ที่สำคัญเขามีความรักและเทิดทูนสถาบันพระมาหากษัตริย์เฉกเช่นเดียวกันคนไทย

การค้นหาข้อมูลเชิงลึกของผมยังต้องดำเนินการต่อไป  หากมีเรื่องราวดี ๆ ก็จะได้นำมาแลกเปลี่ยนต่อไป  และสำหรับท่านที่เคยศึกษาหรือมีความรู้ในเรื่องเดียวกันนี้ ผมจะยินดีอย่างยิ่งหากท่านได้ร่วมให้ข้อเสนอแนะ

ขอบคุณครับ