ช่วงหลังๆ ได้แต่เข้ามาอ่าน Blog ของกัลยาณมิตร โดยไม่ได้ทิ้งร่องรอย โดยเฉพาะติดหนึบบันทึกของพ่อครูบา และท่านคนชอบวิ่งที่สลับกันเล่าเรื่อง .... ราวต่างๆ ให้ฟัง...

 

ช่วงหลายวันในสัปดาห์นี้ มีสิ่งหนึ่งที่เห็นชัดเจน คือ ... blogger มีการพูดและเขียนถึง เรื่อง R2R มากขึ้น...หลังจากที่มีเจ้าประจำเขียนอยู่ไม่กี่ท่าน แต่ตอนนี้เห็นมีเพิ่ม ก็น่าจะเป็นเรื่องที่สามารถสอดรับและตอบสนองต่อ สวรส. ที่ต้องการสร้างให้เกิดกระแสการทำ R2R การที่มีการเขียนถึงกระบวนการ ต่างๆ เหล่านี้เพิ่มมากขึ้น จึงน่าเป็นเรื่องที่น่าสนใจไม่ใช่น้อย...

 

แต่เป็นที่น่าเสียดายอย่างหนึ่งว่า...

มีหลายองค์กรและหลายบุคคลที่ทำ และดำเนินการทำ R2R ที่เนียนเข้าไปในวิถีธรรมชาติ ที่ผ่านการเรียนรู้มาระดับหนึ่ง โดยไม่ใช่มาเป็นการทำเสมือนร่าง ยกหลักสูตรใหม่ ...กลุ่มคนเหล่านี้ กลับไม่มีปรากฏมาเขียนเรื่องเล่าให้ได้ฟังได้เรียนรู้ จากการที่ดิฉันได้พอมีโอกาสไปเข้าร่วมประชุมกับทาง สวรส. ได้เห็นตัวแบบ (Role – Model) จากหลายๆ ที่หลายๆ แห่งที่มีการดำเนินการ และมีกระบวนการให้ได้ศึกษาเรียนรู้ ที่เป็นประเด็นน่าสนใจ โดยมีการดำเนินการที่ไม่ได้เกิดขึ้นมาจากกระแส แต่เป็นการทำที่ตั้งใจมุ่งมั่นทำ เพื่อพัฒนางานประจำมากกว่า

 

อาจเป็นเพราะว่า...ทำอยู่แล้วไม่ได้มองเป็นเรื่องที่แปลกใหม่ กลุ่มเหล่านี้ จึงมองเป็นเรื่องปกติที่คิดว่าไม่จำเป็นต้องมาเขียนเล่าให้ฟัง ... ดิฉันชอบกระบวนการของ มมส. นำโดยท่าน panda และอาจารย์หมอ JJ ที่มอง R2R และพยายามค้นหาตามหน่วยต่างๆ ว่ามีที่ไหน ตรงไหนทำไปแล้วบ้าง... เป็นการสืบเสาะ ค้นหา แต่ไม่ใช่เป็นการสร้างขึ้นใหม่... เพราะจริงๆ แล้วหากพิจารณาดู... การทำ R2R นั้นได้เนียนและมีเกิดขึ้นมานาน ซึ่งลักษณะการเกิดอาจจะคล้ายๆ การทำ KM แต่เนื่องจากมีกระแส... จึงได้มีการมายกร่าง.. ถึงแนวทางการทำ R2R เกิดขึ้น อาจเป็นเหล้าเก่ามาใส่ไว้ในภาชนะใหม่หรือไม่ไม่แน่ใจ...

 

เป็นที่น่าสังเกตว่ามีหลายท่านที่เป็น blogger ใน G2K มีกระบวนการและทำ R2R แต่ไม่ได้มาเล่าเรื่อง ถอดบทเรียนไว้ให้ได้เกิดการเรียนรู้ หรือเล่าไว้แต่ไม่รู้ว่านี่ คือ กระบวนการทำ R2R ของตนเอง... แต่พอได้มารับกระแส... จึงอาจเกิดความรู้สึกว่าเป็นเรื่องใหม่ให้มาทำหรือเปล่า... การทำ R2R ไม่จำเป็นต้องมีกระบวนการที่เป็นระเบียนวิธีวิจัยมาก... เพราะนั่นเราไม่ได้พัฒนาความเป็น Research หรือนักวิจัยแต่เรากำลังมุ่ง พัฒนางานประจำด้วยกระบวนการวิจัย...

 

ท้ายที่สุดภายใต้ฐานคิดในเรื่อง การเรียนรู้ของมนุษย์... ดิฉันก็ยังเชื่อและศรัทธา...ในเรื่องการทำเรื่องยากให้เป็นเรื่องง่าย และให้มีความซับซ้อนน้อยที่สุด ยุ่งยากต่อคนทำน้อยที่สุด แต่เกิดการเรียนรู้มากที่สุด ที่สำคัญ... คนที่มาเรียนรู้...เรื่องนี้เกิดจากสิ่งแวดล้อมการเรียนรู้ที่น่าสนใจหรือไม่ เพราะไปๆ มาๆ ... ก็อาจจะไม่ต่างจากการมาเรียน วิจัย... อันเป็นปัญหาก่อความรำคาญใจให้กับผู้ปฏิบัติงานหรือไม่...

 

จึงเป็นประเด็นที่น่าคิด

การถอดบทเรียนทำให้ได้เรียนรู้... ประสบการณ์จริง คือ ความมีคุณค่าที่ไม่อาจควรมองข้ามไป...

ตำรา... เป็นเรื่องของ ข้อมูล... ที่ส่งต่อ...ถึงกันและกัน... แต่ประสบการณ์ที่เกิดเป็นปรากฏการณ์ทางธรรมชาติต่างหากเป็นสิ่งที่ควรให้ความสนใจและใส่ใจ... และนำมาต่อยอด... มากกว่า เพราะนี่น่าจะเป็นการก่อให้เกิดกระบวนการเรียนรู้ของมนุษย์ได้มากกว่า... การแต่งตำราแจกให้อ่าน ...

 

..............................................................

ช่วงนี้อาจจะกำลังสนุกกับข้อค้นพบที่ได้เจอ ในเรื่องการออกแบบสิ่งแวดล้อมทางการเรียนรู้ที่ตอบสนองต่อการเรียนรู้ของมนุษย์ได้อย่างแท้จริง โดยกระตุ้นและส่งเสริมให้ผู้เรียนเกิดการสร้างความรู้... เพราะเมื่อบุคคลเกิดการสร้างความรู้ด้วยตนเองแล้ว ความรู้ที่เกิดขึ้นนั้นสามารถนำมาใช้ได้จริงมากกว่า... สิ่งที่รู้ที่ได้มาจากการบอกข้อมูล... เลยทำให้ดิฉันเกิดสะกิดขึ้นมาในใจว่า ... แนวทางของการทำ R2R ที่ สวรส. อยากให้เกิดกระแสแห่งความยั่งยืนนี้ จะสามารถตอบสนองต่อการเรียนรู้... ของ คนทำงาน... มากน้อยหรือไม่อย่างไรไม่แน่ใจ... แต่จริงๆ แล้ว... ตัวแบบมีให้เห็นให้ได้เรียนรู้...เมื่อวิเคราะห์ภายใต้ฐานคิดในเรื่องการออกแบบสิ่งแวดล้อมทางการเรียนรู้ (Instructional design) “ความจริงที่ปรากฏ... จะเป็นคำตอบให้ผู้พัฒนาเรื่องนี้ได้ ขึ้นอยู่กับว่าจะมองเห็นหรือไม่เท่านั้นเอง....

.........................................................................................

Note : บันทึกนี้เขียนขึ้นภายใต้ความคิดความเชื่อ ในเรื่องการออกแบบสิ่งแวดล้อมทางการเรียนรู้ที่กระตุ้นส่งเสริมให้เกิดการสร้างความรู้ของผู้เรียน...ซึ่งเป็นความเชื่อและแนวคิดของผู้เขียนบันทึก... ณ ขณะนี้

22 มีนาคม 2551