ทหารจึงตะโกนถามว่า "แล้วท่านมีความสุขอย่างไร" ชายหนุ่มตอบว่า "การที่เราไม่ยึดติดกับสิ่งใด และปล่อยวางในทุกสิ่งนั่นแหละคือความสุขที่สุด" ทหารได้ทราบดังนั้นจึงนำคำพูดเหล่านั้นไปบอกแก่กษัตริย์ของตน

         เช้าวันนี้สดใสเหลือเกิน  เวลาหกโมงเช้าที่บ้านยังไม่สายเกินไปสำหรับสมาชิกในบ้านยังคงหลับไหล   ดิฉันก้าวออกจากห้องเมื่อได้ยินเสียงไก่ขันและเสียงร้องปลุกของนกเอี้ยงที่มาอาศัยอยู่บนต้นมะพร้าวหน้าบ้าน

         อากาศวันนี้ต่างกับทุกวัน  สายลมที่เคยพัดเอื่อย ๆ กลับเพิ่มความแรงขึ้น ต้นมะม่วงที่พากันออกลูกห้อยย้อย  ดอกลั่นทมที่ส่งกลิ่นพากันไหวเอน บ้างก็พากันร่วงหล่นจากพื้น   สีขาวสะอาดของดอกลั่นทมทำให้ดิฉันเผลอเดินลงมาที่สวนเพื่อเก็บดอกลั่นทมโดยมิได้ทันลังเลใจ
       
         ถึงแม้จะผ่านวิกฤตการณ์ที่ถือย่ำแย่ที่ถือว่าที่สุด และจิตใจก็
พลอยดีขึ้นจากคำให้กำลังใจของพี่ ๆ น้อง ๆ และเพื่อน ๆ ทุกคนใน g2k  แต่จิตใจก็ยังไม่สบายมากนัก    เรื่องราวคำบอกเล่าและประสบการณ์ของพี่บางทรายเป็นสิ่งที่ดิฉันนำไปปฏิบัติ "จริง" อีกทั้งยังพยายามหล่อหลอมจิตใจและหาหนังสือมาอ่านเพื่อเป็นแนวทางและจะให้ "ปล่อยวาง"
ให้ได้ตามที่พี่บางทรายได้บอก   ดิฉันอ่านหนังสือหลายเล่ม  ตั้งแต่  "หนังสือดึงดูด เวทมนต์ยุคใหม่แห่งความสำเร็จ"ของ Michael J.Losier "เปิดไปอ่านความสุข"ของ ส.ผ่องสวัสดิ์ ชมรมนักคิดนักเรียนเพื่อสันติภาพโลก  "จัดสรรทุกข์แบ่งปันสุข"ของ ณรงค์วิทย์ แสงทอง  "ให้มันเจ็บจนชินแล้วค่อยปีนให้สูงขึ้นของ ฤทธิ์ณรงค์  
 
       มีหนังสือเล่มหนึ่งซึ่งดิฉันได้ซื้อตอนไป KM แห่งชาติที่กรุงเทพและไม่เคยได้เปิดอ่านเลย คือซื้อมาแล้วก็ใส่กล่องเก็บไว้และคิดว่าหากว่างก็จะเปิดอ่าน นั่นคือ เต๋า มรรควิถีแห่งการดำเนินชีวิตของท่าน ดร.ประพนธ์
นั่นเอง   ยิ่งอ่านเข้าก็ยิ่งชื่นชมและชื่นชอบ  ในภาวะที่จิตใจอ่อนล้าอย่างนี้การได้อ่านหนังสือฉบับนี้ที่เขียนให้กำลังใจและให้เข้าใจคนและสภาวะของคน ตลอดจนการ "ปล่อยวาง" ที่ดิฉันไฝ่หา
 
         เสื้อแห่งความสุข เป็นนิทานที่เป็นเรื่องเล่าในหนังสือฉบับนี้ ดิฉันจะเล่าย่อ ๆ นะคะ คิดว่า เพื่อน ๆ g2k ที่ได้อ่านคงจะจำกันได้

         เสื้อแห่งความสุข เล่าถึง กษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่คนหนึ่งที่มีพร้อมทั้งทรัพย์และบริวาร ลูกเมียแต่กษัตริย์กลับไม่มีความสุข จึงให้ปราชญ์ค้นหาวิธีทำให้มีความสุข  ปราชญ์เหล่านั้นจึงนั่งสมาธิกำหนดจิตและได้รู้ถ่องแท้ว่า
       "ไม่ยากเลย เพียงแห่งกษัตริย์ได้ใส่เสื้อแห่งความสุขของคนที่มีความสุข" ก็จะสามารถมีความสุขได้  
       กษัตริย์จึงให้ทหารออกหาคนที่มีความสุขและให้นำเสื้อแห่งความสุขนั้นมาให้ตนใส่.. 

         ทหารไปเจอกับ พ่อค้าคนหนึ่งที่มีฐานะมั่งคั่งและน่าจะมีความสุข ทหารได้ไปขอเสื้อกับพ่อค้าคนนี้ 
         พ่อค้าคนนี้บอกว่า " เราให้เสื้อท่านได้แต่เราขอบอกว่า ถึงแม้ว่าเราจะร่ำรวยแต่เราก็ไม่มีความสุข และดีใจที่ทราบว่า ถ้าใส่เสื้อของคนที่มีความสุขแล้วก็จะมีความสุข เราจะส่งคนไปตามหาคนที่มีความสุขและจะขอเสื้อนั้นมาใส่บ้าง "  ...

          ทหารพากันตามหาคนที่มีความสุข  แต่ก็พบว่าความผิดหวัง ไม่มีใครเลยที่มีความสุขที่สุด  ทุกคนต่างก็มีทุกข์กันทั้งนั้น 

      วันหนึ่ง...มีผู้บอกกับทหารว่า มีผู้หนึ่งอาศัยอยู่ริมแม่น้ำ เขาเป็นคนมีความสุขเขามักเป่าขลุ่ยเสียงดังตลอดเวลา  เขาช่างเป็นคนที่มีความสุขจริง ๆ ...
          ทหารได้ยินดังนั้น พากันดีใจ รีบไปพบกับชายคนนั้น....

          ณ. ที่ริมน้ำเวลาค่ำคืน  ชายคนนั้นได้นั่งเป่าขลุ่ยอยู่ริมน้ำ  น้ำเสียงของดนตรีทำให้ผุ้คนที่ได้ฟังมีความสุขยิ่งนัก   
       ทหารได้ตะโกนถามชายหนุ่มคนนั้นว่า  "ท่านคือคนที่มีความสุขใช่หรือเปล่า" 
      ชายหนุ่มตะโกนบอก "ใช่ ข้าคือคนที่มีความสุขที่สุด "   
   "งั้นท่านจงให้เสื้อแห่งความสุขแก่เราด้วยเถิด  เราจะนำไปให้กับกษัตริย์ของเราเพื่อกษัตริย์ของเราจะได้มีความสุข   ...

          ชายหนุ่มตอบว่า  "ข้าไม่มีเสื้อหรอก  ท้องฟ้ามืดอย่างนี้ท่านคงไม่เห็นเรา   เราไม่มีเสื้อใส่  เรามีเพียงกางเกงเก่า  ๆขาด ๆ ตัวหนึ่งเท่านั้น "

        ทหารจึงตะโกนถามว่า "แล้วท่านมีความสุขอย่างไร"  ชายหนุ่มตอบว่า "การที่เราไม่ยึดติดกับสิ่งใด และปล่อยวางในทุกสิ่งนั่นแหละคือความสุขที่สุด" ทหารได้ทราบดังนั้นจึงนำคำพูดเหล่านั้นไปบอกแก่กษัตริย์ของตน
 .................
            
        ดิฉันแปลกใจเหลือเกินว่า การที่ดิฉันได้อ่านนิทานเรื่องนี้ ทำให้ดิฉันเข้าใจ "การปล่อยวาง"  อย่างประหลาด  ดิฉันพยายามค้นหาและปฏิบัติ "การปล่อยวาง" ตามที่ ท่านบางทรายบอก โดยการอ่านหนังสือนับไม่ถ้วน  แต่กลับมาเข้าใจคำสอนโดยผ่านการสื่อโดยนิทานของท่าน ดร.ประพนธ์ นี่เอง
            ดิฉันจึงขอนำเรื่อง "เสื้อแห่งความสุข" นำมาบอกเล่าให้เพื่อน ๆ g2k ให้อ่าน อาจจะดูไร้สาระสักนิดหนึ่ง  แต่ดิฉันเชื่อว่า คงมีประโยชน์อย่างมากมายสำหรับผุ้ที่เจอะเจอปัญหาหรือมีภาวะการณ์ที่เหมือนกับดิฉัน
            ขอบคุณสำหรับหนังสือดี ๆ ของ ดร.ประพนธ์และนิทานที่ดี ๆ ของ " เต๋า"  และอย่างยิ่งยวดขอขอบคุณทุกกำลังใจของพี่ ๆ เพื่อน ๆ น้อง ๆ ใน g2k ทุกคน...