ขึ้นชื่อว่าของป่าย่อมเป็นของหายาก  และกว่าจะได้มาต้องใช้เวลา  เช่นเดียวกับผักหวานป่าของพ่อประมวล วอนนอก  เกษตรกร บ้านดงบัง  ตำบลคอนฉิม  อำเภอแวงใหญ่  จังหวัดขอนแก่น  ซึ่งปลูกผักหวานป่าบนพื้นที่กว่า 2  ไร่ จำนวนประมาณ 12,000 ต้น กำลังให้ผลผลิต พ่อประมวล เล่าให้ฟังว่าได้แนวความคิดเอาปลูกผักหวานป่ามาปลูก โดยเริ่มแรกจากพ่อบุญเต็ม  ชัยลา ปราชญ์ชาวบ้านได้เหมารถ 

พาเกษตรกรไปศึกษาดูงานที่บ้านหม้อ  จังหวัดสระบุรี  ตนจึงคิดอยากจะปลูกผักหวานบ้าง จึงขอซื้อต้นกล้าผักหวานจากพ่อบุญเต็ม ต้นละ  15  บาท   จำนวน  100  ต้น  ปลูกบนพื้นที่ 1 งาน  ช่วงหลังได้ซื้อเมล็ดพันธุ์ในราคากิโลกรัมละ  250  บาท มาเพาะกล้าปลูกเอง พ่อประมวลได้เล่าถึงขั้นตอนการจัดการแปลงผักหวานตั้งแต่เริ่มปลูกจนถึงเก็บเกี่ยวให้ฟัง

การเตรียมดิน 

            ดินที่ปลูกในรอบแรก จำนวน 100  ต้น เป็นดินที่ได้มาจากการขุดบ่อเลี้ยงปลา จึงต้องมีการปรับเกลี่ยหน้าดินให้เสมอกัน ปลูกรอบแรกจะไม่มีการยกร่องแต่ในรอบหลังที่ปลูกจากการเพาะเมล็ดได้มีการยกร่อง

 การปลูก  เตรียมหลุมปลูกให้พอดีกับถุงกล้าหรืออาจจะกว้างกว่าถุงเล็กน้อย ระยะปลูก 2 X 2   เมตร  รองก้นหลุมด้วยปุ๋ยคอกผสมกับหน้าดินทิ้งไว้ 15 วัน ให้ปุ๋ยคอกเย็น

             การถอดถุงต้นกล้าลงหลุม  พ่อประมวลบอกว่าต้องระวังอย่าให้ดินแตกหรือรากผักหวานขาด  เพราะจะทำให้ผักหวานหยุดการเจริญเติบโต ต้องทำอย่างระมัดระวัง หลังจากปลูกต้องรดน้ำทุกวันและควรทำที่พรางแสงแดดให้โดยใช้ทางมะพร้าวหรือจะปลูกไม้ให้ร่มเงาไปพร้อมเลย ที่สวนจะเป็นต้นแค เพราะเป็นไม้ที่โตเร็วและสามารถเก็บดอกจำหน่ายและบริโภคได้

   

 

ต้นกล้าที่เหมาะในการปลูก  

 การปลูกพืชให้ร่มเงา

การเพาะเมล็ดผักหวานป่าอย่างไรให้รอดตาย

                1)   นำเมล็ดมาล้างขุดเนื้อหุ้มเมล็ดออกทิ้ง ขัดล้างให้สะอาด  แล้วแยกเมล็ดที่ลอยน้ำทิ้ง นำเมล็ดที่จมขึ้นมาผึ่งลม 2

 วัน   ห้ามตากแดด 

                2)      นำเมล็ดมาคลุกกับทรายให้ทั่ว  แล้วเอาทรายทับด้านบนไม่ให้เห็นเมล็ดผักหวาน

       3)     คลุมด้วยกระสอบป่านรดน้ำทุกวันประมาณ  3  อาทิตย์  เมล็ดผักหวาน  จะเริ่มแทงรากยาวประมาณ  1   เซนติเมตร

               4)        ย้ายลงถุงเพาะที่เตรียมไว้ โดยผสมแกลบเผา +ปุ๋ยคอก ในอัตรา 3 : 1 โดยประมาณ

               5)        นำไปเก็บไว้ในร่ม รดน้ำทุกวัน จนต้นกล้าผักหวานอายุ 1  เดือน  จึงย้ายลงหลุมปลูกที่เตรียมไว้  พ่อประมวล เล่าต่อว่าต้นกล้าที่ย้ายลงหลุม ถ้ามีใบเลี้ยงติดอยู่กับต้นกล้ายิ่งดีโอกาสรอดจะมากกว่าที่ไม่มีใบเลี้ยง 

การดูแลรักษา

   v   การให้น้ำ

 

ในการปลูกช่วงแรก ๆ  รดน้ำทุกวัน  พอผักหวานตั้งตัวได้แล้วให้เหลือรดน้ำอาทิตย์ละครั้ง  หลังจากปลูกได้ 15  วัน  จะให้ฮอร์โมนพืช ( ทุ่งเศรษฐี , ไบโอซาน) ที่สวนจะให้น้ำด้วยระบบน้ำหยดในช่วงเริ่มปลูกใหม่ ๆ แต่ในช่วงหลังได้เปลี่ยนมาใช้ระบบสปริงเกอร์

 

  

v   การให้ปุ๋ย 

          ะใส่เฉพาะปุ๋ยคอกและปุ๋ยชีวภาพ ประมาณ 1 2  ปี๊บต่อต้น โดยโรยรอบ ๆ ห่างจากต้นประมาณ  50  เซนติเมตร หรือโรยตามร่องปีละ 2 ครั้ง   ครั้งแรกใส่ก่อนผักหวานแตกยอดและออกดอก  ครั้งที่ 2  ใส่หลังเก็บเกี่ยวยอดหมดแล้วเพื่อบำรุงต้น  และมีการเสริมฮอร์โมนพืช เป็นครั้งคราวในช่วงเก็บผลผลิต ที่สำคัญที่สวนของพ่อประมวลจะไม่มีการใส่ปุ๋ยเคมี 

v   โรค / แมลง / วัชพืชและการป้องกันกำจัด 

                                ผักหวานป่าเป็นพืชที่พบโรคแมลงน้อย ที่สวนจะมีหนอนกัดกินใบและยอดอ่อนแต่ไม่มาก และเสี้ยนดินในช่วงปลูกใหม่ ๆ   วัชพืชจะพบบ้างในช่วงหน้าฝน 

                                การป้องกันและการกำจัด พ่อประมวลเล่าว่าตนจะเดินสำรวจแปลงผักหวานเสมอถ้าพบหนอนจะใช้วิธีกำจัดด้วยมือ  ถ้าเป็นดักแด้จะเก็บออกมาทำลายจะไม่ใช้สารเคมี
                                การกำจัดวัชพืชใช้วิธีถอนเอา เพราะถ้าใช้จอบถากจะทำให้รากผักหวานกระทบกระเทือน
  ต้นผักหวานป่าและชะงักการเจริญเติบโตและตายควรใช้วิธีการถอนหรือใช้เคียวเกี่ยววัชพืชจะดีกว่า
                                                                                                                                

การเก็บเกี่ยว 

          เมื่อผักหวานป่ามีอายุประมาณ  3  ปี จะเริ่มเก็บผลผลิต  โดยการตัดยอดอ่อนยาวประมาณ 15 20  เซนติเมตร ซึ่งจะเก็บผลผลิตประมาณเดือน  กุมภาพันธ์ถึงเดือนพฤษภาคม ช่วงที่ผักหวานออกมากที่สุดคือเดือน มีนาคมถึงเดือนเมษายน   การเก็บยอดผักหวานป่าจะเก็บในช่วงเช้าถึงเที่ยง จากนั้นนำยอดผักหวานป่าที่เก็บมาจุ่มในน้ำที่สะอาดอย่างเร็วนำมาวางบนแคร่แล้วคลุมด้วยผ้าที่ชุบน้ำเพื่อไม่ให้ยอดผักหวานเหี่ยว

เทคนิคการทำผักหวานให้ออกนอกฤดู

                เราสามารถกำหนดการแตกยอดของผักหวานป่าได้ วิธีการคือ  การตัดแต่งกิ่งผักหวานป่าทั้งต้นเพื่อกระตุ้นโดยการรูดใบแก่บนต้นออกเกือบหมดในช่วงเดือนพฤศจิกายน- ธันวาคม ให้เหลือใบติดกิ่งอยู่บ้างแต่น้อยมาก พร้อมหักกิ่งแขนงออกครึ่งหนึ่งของความยาวกิ่ง  ถ้าหักกิ่งยาวเกินไป ยอดอ่อนที่แตกออกมาจะไม่สวย  ผอม และออกน้อย หลังจากที่ตัดแต่งกิ่งเสร็จจะต้องให้น้ำบ่อยอย่างน้อย 3 -5 วัน ต่อครั้ง ก่อนหน้าจะตัดแต่งกิ่งถ้ามีการให้ปุ๋ยคอกจะดีมากๆ  ประมาณ  1 เดือน (มกราคม ) ผักหวานป่าจะแตกยอดอ่อนออกมาให้เก็บขายได้โดยจะมียอดให้เก็บทุก ๆ 7 วัน 

                ต้นผักหวานป่าที่เก็บเกี่ยวนอกฤดูหมดแล้ว ควรพักต้นเลยและบำรุงด้วยปุ๋ยคอกและให้น้ำเพื่อจะผลิตผักหวานนอกฤดูในฤดูกาลต่อไป

แหล่งจำหน่าย 

                ขายส่งที่ตลาดอำเภอพล  อ. หนองสองห้อง  อ. บ้านไผ่ โดยขายกิโลกรัมละ 200  บาท ในช่วงต้นเดือนมกราคม กุมภาพันธ์ ส่วนช่วงที่ผักหวานออกมากจะขายได้กิโลกรัมละ 120 -170 บาท

ผักหวานป่าต้นหนึ่งสามารถเก็บยอดได้ประมาณ 800  กรัม / ต้น  นับว่าเป็นรายได้ที่ดีมาก ๆ หลังจากเก็บยอดแล้วควรมีการให้ปุ๋ยคอกและน้ำ เพื่อบำรุงต้นในช่วงที่ผักหวานพักต้นในช่วงหน้าฝน

                นอกจากจะเก็บยอดขายแล้ว พ่อประมวล ยังได้มีการเพาะเมล็ดเพื่อจำหน่ายอีกทางหนึ่งด้วย  ราคาจำหน่ายต้นละประมาณ 15-20 บาท  ผักหวานป่าจึงน่าเป็นทางเลือกอีกทางหนึ่งในการทำอาชีพด้านการเกษตร แต่การปลูกผักหวานป่ามีข้อจำกัด คือ การขยายพันธุ์ที่ได้ผลดีที่สุด คือการเพาะเมล็ดเท่านั้น ทำให้การเจริญเติบโตช้าเก็บผลผลิตได้ช้าด้วยและการเก็บยอดจำหน่ายยังไม่สามารถทำได้ตลอดทั้งปี

ข้อมูลเพิ่มเติม 

v         พันธุ์ของผักหวานป่า

                ผักหวานป่าจะมีด้วยกัน  2  สายพันธุ์ คือ

                1)   พันธุ์ยอดสีเหลือง   จะมีการเจริญโต  ค่อนข้างช้ากว่าและทรงพุ่มจะเตี้ยกว่าพันธุ์ยอดเขียว

            2)    พันธุ์ยอดสีเขียว  จะมีการเจริญโตดี เร็วกว่าพันธุ์ยอดสีเหลือง

v         ประโยชน์และคุณค่าทางสมุนไพรของผักหวานป่า

                ผักหวานป่าเป็นพืชสมุนไพรพื้นบ้านที่มีชื่อเสียงมาก มีอายุยืนยาวนานเป็นร้อย ๆ ปี ใช้ประโยชน์ได้ทั้งใบอ่อน  ยอดอ่อน และช่อดอกนำมาบริโภค เพราะผักหวานป่ามีรสชาติที่อร่อย  หวาน มัน  กรอบ ปลอดภัยจากสารพิษ และอุดมด้วยคุณค่าทางอาหารที่เป็นประโยชน์ เช่น สารเบต้า แคโรทีน  วิตามินซี  และวิตามินบี 2 เป็นต้น

                คุณค่าทางสมุนไพร ใช้รากผักหวานป่าต้มดื่มระงับพิษ  แก้พิษร้อน  กระสับกระส่าย  แก้น้ำดีพิการ  แก้ร้อนในกระหายน้ำ   เป็นยาลดไข้  ยางจากใบผักหวานป่าใช้กวาดคอเด็ก  และแก้ลิ้นเป็นฝาขาว                                                                                                                       

 

อายุ 3 ปีพร้อมเก็บยอด

                

                  ผลสุกผักหวาน

                                                                                    

 ปี  2552  คุณประมวล  ได้ขยายพื้นที่ปลูกผักหวานป่าอีก  2  งาน  ทำให้ขณะนี้คุณประมวลมีพื้นที่ปลูกผักหวานป่าเกือบ  2 กว่า และทำให้อำเภอแวงใหญ่มีเกษตรกรที่สนใจปลูกผักหวานป่าเพิ่มขึ้นรวมพื้นที่ปลูกเกือบ 5ไร่

       

            แปลงผักหวานป่าของพ่อสุดใจ  และการปลูกพืชพี่เลี้ยงเป็นแคบ้าน

       

การปลูกแบบตัดก้นถุง                                      ปลูกกรกฎาคม 51

        

 การปลูกแบบพูนโคน                                           ปลูกปี  2552

            

                          ผักหวานป่าที่ปลูกปี  2551

 

         

 

สนใจศึกษาดูงานติดต่อที่

                นายประมวล   วอนนอก  บ้านดงบัง หมู่ 4  อำเภอแวงใหญ่  จังหวัดขอนแก่น  โทร. 087-809-9883

                สำนักงานเกษตรอำเภอแวงใหญ่ จังหวัดขอนแก่น  โทร. 04-3496-058

เรียบเรียงโดย

                นางโสมฉาย