ป้านวลกลัวกล้วยตากจะหมดแรง ต้องมุดรั้วไปยืมเรือสีฟ้าของเพื่อนบ้านพายไปรับกล้วยตากขึ้นเรือ เธอก็ยอมขึ้นเรือกลับมากับป้านวลโดยดี แต่ยังไม่วายเหลียวกลับไปดูจุดหมาย ส่วนถุงเงินก็ว่ายตามกลับมาด้วย

สองสามวันมานี้สายหน่อยอากาศก็เริ่มร้อนแล้ว ยิ่งกลางวันค่อนข้างร้อนมาก วันนี้เสียงฟ้าคำราม ทำท่าฝนจะตกละมัง

เล่ามาหลายครั้งแล้วว่าน้องหมาทั้งสี่ตัวที่เลี้ยง คือ กล้วยตาก(แม่ของทั้งสองถุง) ถุงเงิน ถุงทอง และน้ำตาล เป็นหมาที่ชอบลงเล่นน้ำ สมกับเป็นหมาอยู่บ้านริมน้ำ

 

วันนี้คนข้างกายแวะไปบ้านกัลยาณมิตรที่อยู่เลยขึ้นไปตรงหัวคุ้งน้ำที่เห็นลิบๆในภาพ ให้พี่น้อยพายเรือไปส่ง พอคนพากันไปที่ท่าน้ำเท่านั้นแหละ คุณทั้งสี่ก็พากันวิ่งตาม พอพี่น้อยวาดหัวเรืออกไป ทุกตัวก็ลงน้ำ เนื่องจากตอนเช้าน้ำลดมาก เลยต้องย่ำโคลนกันมอม แล้วจึงออกว่ายตามเรืออย่างไม่เกรงกลัว

กล้วยตากและถุงเงินว่ายเคียงกันไป

 

ส่วนถุงทองขี้กลัวจะวิ่งไปบนฝั่งแล้วเดินท่องน้ำเลียบๆตามไป และน้ำตาล(แก่แล้ว)วิ่งตามแล้วก็ลอยคอตามไป

 

กล้วยตากนั้นอายุมาก อ้วนตุ้บเพราะหลังทำหมันแล้วกินๆนอนๆ แต่ก็ว่ายตามออกน้ำลึกอย่างไม่ลดละ ขนาดถุงเงินยังไม่สู้หันหัวเข้าฝั่งหยุดเป็นระยะๆ

 

ป้านวลกลัวกล้วยตากจะหมดแรง ต้องมุดรั้วไปยืมเรือสีฟ้าของเพื่อนบ้านพายไปรับกล้วยตากขึ้นเรือ เธอก็ยอมขึ้นเรือกลับมากับป้านวลโดยดี หอบแฮ่กๆ แต่ยังไม่วายเหลียวกลับไปดูจุดหมาย ส่วนถุงเงินก็ว่ายตามกลับมาด้วย

ป้านวลปล่อยกล้วยตากลง ทั้งสามตัวเดินตามกันเป็นแถว

 

ปรากฏว่าตัวที่แน่ที่สุดคือ น้ำตาลที่แก่กว่าใครเขาเพื่อน ตามไปถึงบ้านที่เห็นลิบๆ ขึ้นฝั่งเดินตามคนข้างกายตรวจงาน (คนข้างกายลูกน้องเอารถไปรอรับเขาไปที่ทำงานในเมืองหลังเสร็จธุระ) พอสมควรแก่เวลาคุณน้ำตาลก็เลาะเดินบกกลับบ้านเอง

 

หลังจากนั้นป้านวลต้องเอาเรือสีฟ้าไปคืน น้องหมาทั้งสามก็ยังตามกันไปเป็นพรวนอีก วุ่นวายจริงๆ แล้วทั้งป้านวลและน้องหมาก็เดินบกกลับบ้าน

กว่าทุกอย่างจะสงบลงได้ก็เมื่อพี่น้อยพายเรือกลับมา น้องหมาก็ยังอุตส่าห์ย่ำโคลนลงไปรับพี่น้อยอีกแน่ะ

สนุกสนานชื่นบานกันตั้งแต่เช้าทั้งคน ทั้งน้องหมาค่ะ