พรานเจตบุตร มีหมา ๓๒ ตัว

สวัสดีครับ ในยามร้อนกายด้วยลมร้อน ร้อนใจด้วยงานรุมเร้า ร้อนอกวิตกจิตกับบ้านเมือง ผมหาทางผ่อนคลายด้วย การอ่านบทเทศน์มหาชาติ ซึ่งผมไปเจอขุมทรัพย์ขุมนี้มาจาก เวปไซด์ www.olddreamz.com ครับ โปรดอย่าเข้าใจผิดว่าผมเก่งกล้าขนาดที่จะไปหยิบคัมภีร์ใบลานมาอ่าน

ท่านแจ้งไว้ว่า เป็นมหาเสสันดรชาดก ฉบับวิงวอนหลวง(ล้านนา) เรียบเรียงจากคัมภีร์ใบลานโดยท่าน บุญคิด วัชรศาสตร์ และ ตรวจทานปริวรรตอักขรวิธีไทยกลาง โดยนายดวงคำ ครับ ขอคารวะ ทุกท่านที่มีส่วนในการเรียบเรียง ปริวรรต และเผยแพร่

การได้อ่านบทเทศน์พื้นเมือง  นอกจากจะทำให้จิตใจชุ่มเย็น ช่วยยก(คนหนาคนปึก)อย่างผม เข้าใกล้(เมืองเนรปาน) แล้วยังช่วยทบทวนภาษาคำเมืองของตนเอง และยังมีเครื่องหมายทางสังคม วัฒนธรรมของยุคสมัยเก่า ให้เราได้สืบค้นอีกมากมายครับ

บันทึกนี้ ขอเริ่มปฐมบทด้วยเรื่อง หมาของพรานเจตบุตร จากกัณฑ์ชูชกครับ พรานเจตบุตร อันเป็นนายรักษาประตูป่าไม้ มีหมาได้ ๓๒ ตัว มีชื่อดังต่อไปนี้

๑ ตัวนึ่งชื่อว่าหมาปู่แก้วหางคิด มันติดวกหน้า เป็นหมาแกว่นกล้าเคยขบ(หมาชื่อปู่แก้ว หางคิด? แปลว่าหางแบบใดหนอ? ท่านผู้รู้ ปี้หนานพรหมมา ปี้อ้ายทนัน โปรดชี้แนะครับ)

๒ ตัวนึ่งชื่อพู้ตูบ (หมาตัวผู้ ชื่อตูบ)

๓ ตัวนึ่งชื่อพู้ตาบ (หมาตัวผู้ ชื่อตาบ)

๔ ตัวนึ่งชื่อพู้แดงหยาบหากิน (หมาตัวผู้ชื่อแดง มีความอดทนในการล่าสัตว์)

๕ ตัวนึ่งชื่อพู้ดำมอยหางปก (หมาตัวผู้ชื่อดำมอย(สีเทา)หางตั้ง)

๖ ตัวนึ่งชื่ออ้ายหูรีหางดอก (หมาตัวผู้ มีหูเรียว หางมีจุดขาว)

๗ ตัวนึ่งชื่อพู้ท็อก(หมาตัวผู้ชื่อท้อก)

 ๘ ตัวนึ่งชื่อดาวเสด็จ แม่นหลงป่าได้เจ็ดวัน มันก็ฅืนมารอด(หมาชื่อดาวเสด็จ)

๙ ตัวนึ่งชื่อพู้ยวงหางก่าน มันหุมช่างชอมรอย (หมาตัวผู้ชื่อพวงหางก่าน หมายถึงพวงหางมีลายเป็นปล้อง)

๑๐ ตัวนึ่งชื่อพู้ดำมอยหมาเก่า มันช่างเห่าหาแลน(หมาตัวผู้สีดำหม่น เป็นหมาเก่า ชอบเห่าเมื่อเจอตัวแลน)

๑๑ ตัวนึ่งชื่อพู้แพงดำหม่น (หมาตัวผู้ชื่อแพงสีดำหม่น)

๑๒ตัวนึ่งชื่อพู้หางงอหางงอด(หมาตัวผู้หางคดงอ)

เชิญท่านอ่านชื่อหมาตัวที่๑๓ ถึง๓๐ ต่อตามอัธยาศัยครับ แล้วลองนึกภาพน้องหมาแต่ละตัวตามชื่อที่บ่งบอกลักษณะไว้ครับ

๑๓ตัวนึ่งชื่อตำราหมาใหญ่ เถ้าแล้วไป่โรยแรง

๑๔ตัวนึ่งชื่อพู้แพงหูมเห่า

๑๕ตัวนึ่งชื่อพู้เป้าใจกัด

๑๖ตัวนึ่งชื่อพู้พัดใส่สร้อยห้อยฅอนาง เป็นหมารามร่างน้อย

 ๑๗ตัวนึ่งชื่อพู้ขอดหัวแหวน

๑๘ ตัวนึ่งชื่อว่าพู้ตาแหลวแมน
๑๙ ตัวนึ่งชื่อว่าพู้ทอกทับกวาง

๒๐ ตัวนึ่งชื่อว่าอี่ใจไว

๒๑ตัวนึ่งชื่อว่าอ้ายสับเสียวเชิงแล่นแกว่นรู้รอย

๒๒ ตัวนึ่งชื่อว่าอ้ายขาเหล็กตีนเท้า
๒๓ ตัวนึ่งชื่อว่าอี่ดำมอยหม่นหม้อ

๒๔ ตัวนึ่งชื่อว่ามณีกาหางก่าน

๒๕ ตัวนึ่งชื่อว่าอ้ายขาลายแฅ่งเท้า

๒๖ ตัวนึ่งชื่อว่าอ้ายข้างหย้าง

๒๗ ตัวนึ่งชื่อว่าพู้ตับงูหมาหม่น

๒๘ ตัวนึ่งชื่อว่าก้นหางกิด

๒๙ ตัวนึ่งชื่อว่าแสนตาวงไววะวาด

๓๐ ตัวนึ่งชื่อว่าสายฟ้าฟาดธรณี

(ในบทเทศน์บอกชื่อไว้เท่านี้ครับ)

ผมรู้สึกว่าความเป็นคนเมือง หรือ คนยวนของตัวเองหายไปมากโขอยู่ เพราะไม่ค่อยเข้าใจภาษาเก่าๆแล้วครับ

ถอดสาระจากบันทึกนี้ แสดงให้เห็นถึงความผูกพันของคนโบราณกับหมาพราน หรือหมาล่าเนื้อที่อยู่ด้วยกันแบบพึ่งพาอาศัยกัน ซึ่งปัจจุบันนี้ยังคงมีให้เห็นอยู่ในเขตชนบทห่างไกล เช่นในหมู่พี่น้องชาวโซ่ดงหลวง หรือพี่น้องชาวลาวที่เมืองหงสาครับ