“มันเป็นคน ไม่ใช่สัตว์ มีชีวิตจิตใจ จะทิ้งขว้างมันไปได้อย่างไร เลี้ยงมันไว้เอาบุญ”

บันทึกเรื่องเล่าโดย ทีมงานกายภาพบำบัด โรงพยาบาลละงู

         

          งานกายภาพบำบัดที่โรงพยาบาลละงู เริ่มเปิดให้บริการในปี 2548 เป็นต้นมา ในช่วงเวลาดังกล่าวเป็นช่วงเวลาที่โรงพยาบาลละงูมีนโยบายมุ่งเน้นให้ทุกหน่วยงานดำเนินการเชิงรุก    ในชุมชนมากขึ้นเพื่อค้นหาผู้ป่วย ผู้ด้อยโอกาสในชุมชนให้มีโอกาสเข้าถึงบริการเพิ่มขึ้น  งานกายภาพบำบัดมีบทบาทหน้าที่สำคัญในงานเชิงรุก คือ การค้นหา ช่วยเหลือ และ บำบัดผู้พิการในชุมชน บทบาทหน้าที่ดังกล่าวทำให้มีโอกาสได้รู้จัก  เด่น

          เป็นอะไรที่พวกเราทีมออกเยี่ยมผู้พิการในชุมชนจำได้ดี  วันนั้นประมาณบ่ายแก่ๆ อากาศร้อนมาก แดดแรง ขณะพวกเราออกเยี่ยมผู้พิการชุมชนตามแผนที่กำหนด  บริเวณข้างทาง หนุ่มไทยคนหนึ่งนั่งอยู่บนรถเข็นนั่งคนพิการ กำลังใช้เท้าที่เปลือยเปล่าของเขาพยายามดันพื้นเพื่อดันรถเข็นนั่งที่สภาพเก่าแก่ทรุดโทรม ยางล้อรถเสื่อมแบนติดดิน ให้เคลื่อนไปข้างหน้า ในมือของเขาหิ้วถุงใส่ปลา  สภาพของเขาขณะนั้นทำให้พวกเราต้องรีบจอดรถช่วยเหลือ หลังจากพูดคุยซักถาม ทราบว่า เด่นกลับจากไปหาซื้อปลาเพื่อนำไปให้โต๊ะ (ภาษามาลายู แปลว่า ยาย) ปรุงอาหารกลางวัน   พวกเราช่วยนำส่งเด่นกลับบ้านสภาพบ้านที่เห็นยิ่งทำให้พวกเราสะท้อนใจมากขึ้น เพราะเป็นเพียงกระท่อมเล็กๆ คับแคบ ทรุดโทรม จะพังมิพังแหล่   หลังคามุงจากมีรอยรั่ว มุมหนึ่งเป็นสำหรับที่นอน ถัด  ไปอีกมุมหนึ่งเป็นที่ปรุงอาหาร ไม่มีห้องน้ำสุขาใช้ เด่น  อาศัยอยู่กับโต๊ะและลูกสาวโต๊ะ   เมื่อได้พูดคุยกับโต๊ะทำให้มีโอกาสได้ทำความรู้กับตัวตนของ เด่นมากขึ้น

          เด่นเป็นลูกคนที่สองของครอบครัว  หลังจากคลอด เด่นได้ไม่นาน พ่อกับแม่ก็แยกทางกัน เด่นอยู่ในความเลี้ยงดูของแม่ และเนื่องจากแม่ต้องทำงานจึงได้พา เด่นไปฝากเลี้ยงดูที่ศูนย์เด็กเล็กในหมู่บ้าน ซึ่งลูกสาวโต๊ะทำหน้าที่เป็นพี่เลี้ยงเด็กอยู่  เมื่อ เด่นอายุได้ประมาณ 3 ขวบ แม่เด่นไปมีครอบครัวใหม่  ครอบครัวใหม่ของแม่ยอมรับ เด่นไม่ได้  ทำให้แม่ต้องต้องทิ้ง เด่นให้นอนค้างที่ศูนย์เด็กเล็กบ่อยครั้ง                                                                                       

             นานเข้าแม่ลืมที่จะมารับ เด่นกลับบ้านทิ้งให้อยู่กับพี่เลี้ยงที่ศูนย์เด็กเล็กโดยไม่กลับมาเยี่ยมอีกเลย  ลูกสาวโต๊ะนำปัญหาไปเล่าให้โต๊ะฟัง โต๊ะแม้นจะยากจนและไม่มีความเกี่ยวข้องกับทางสายเลือดใดกับ เด่นแต่มีจิตใจที่ดีงาม มีคุณธรรมขอรับ เด่นมาเลี้ยงที่บ้าน    ด้วยเหตุผลที่โต๊ะบอกกับพวกเราว่า มันเป็นคน ไม่ใช่สัตว์ มีชีวิตจิตใจ จะทิ้งขว้างมันไปได้อย่างไร เลี้ยงมันไว้เอาบุญ  เด่นได้รับการเลี้ยงดูจากโต๊ะและลูกสาวตามศักยภาพที่สามารถดูแลได้  ภายหลังลูกสาวโต๊ะลาออกจากศูนย์เด็กเล็กเพื่อมาช่วยโต๊ะดูแล เด่นเป็นกำลังหลักในการหาเลี้ยงครอบครัวด้วยการขายข้าวเหนียว ไก่ทอด  

          เด่นได้รับความรัก ความอบอุ่นและ ส่งเสียให้เล่าเรียนเช่นเดียวกับเด็กคนอื่นๆ  แต่ความอาภัพของ เด่นอาจจะมีมากกว่าคนอื่น  ในปี พ.ศ. 2540  ขณะที่เด่นเรียนอยู่ชั้น ม .5 เพื่อนมาชวนให้ออกไปซ่อมรถจักรยานยนต์ด้วยกันในช่วงเวลาพลบค่ำขณะจูงรถจักรยานยนต์อยู่ข้างถนน  เด่น ถูกรถจักรยานยนต์คันหนึ่งพุ่งชนล้มลงหมดสติได้รับบาดเจ็บรุนแรงที่ศีรษะ   ถูกนำส่งไปรักษาต่อที่โรงพยาบาลหาดใหญ่เนื่องจากเกินศักยภาพที่โรงพยาบาลละงูและ โรงพยาบาลสตูลสามารถดูแลได้  เด่นได้รับการผ่าตัดสมอง ต้องนอนรักษาตัวที่โรงพยาบาลหาดใหญ่นานนับเดือน  ค่าใช้จ่ายและภาระหนักเพิ่มขึ้นไม่ได้ทำให้โต๊ะและลูกสาวคิดที่จะทิ้งขว้างหรือหมดความเมตตาเด็กกำพร้าเช่น เด่น

          อุบัติเหตุได้รับทำให้ร่างกายซีกซ้ายของ เด่นอ่อนแรง ช่วยเหลือตัวเองได้น้อย  แพทย์ส่งต่อให้ไปกายภาพบำบัดที่โรงพยาบาลสตูล  แต่เนื่องด้วยข้อจำกัดเรื่องการเดินทาง และค่าใช้จ่าย ทำให้โต๊ะและลูกสาวไม่สามารถทำตามแผนการรักษาของแพทย์ได้  เด่นต้องนอนอยู่กับที่ โต๊ะคอยดูแล อาบน้ำ เช็ดอุจจาระ และปัสสาวะให้  ลูกสาวไปขอบริจาครถเข็นนั่งคันเก่าๆ จากคนในหมู่บ้านได้มาคันหนึ่งเพื่อให้ เด่นไม่ต้องนอนอยู่กับที่เพียงอย่างเดียว ได้ออกไปดูสังคมภายนอกดังเช่นคนอื่นๆ  โต๊ะแม้จะเรี่ยวแรงน้อย แต่เพราะ มันเป็นคน จะให้มันอยู่แต่ในบ้านอย่างเดียวได้ยังไง ถึงจะไม่รอด โต๊ะ ก็จะรุนมันไปเที่ยวข้างนอกบ้าน ให้มันได้พบกับคนอื่นบ้าง   ความรัก ความเมตตา และความเหน็ดเหนื่อยของโต๊ะและลูกสาว ทำให้ เด่น  พยายามที่จะช่วยเหลือตนเอง และแบ่งเบาภาระโต๊ะในส่วนที่ทำได้ ดังภาพวันแรกที่เราได้พบเด่น

          ความทุกข์ยากที่ได้เห็น และแบบอย่างของการที่ไม่มองข้ามคุณค่าใน ความเป็นคนของโต๊ะผู้หญิงตัวเล็กๆ คนหนึ่งของสังคม ที่ทำให้มนุษย์ด้วยกัน โดยไม่มีบทบาทหน้าที่ทางสังคมหรือมาตรฐานวิชาชีพบีบบังคับ  ทำให้เราสำนึกว่า ในฐานะของมนุษย์ คนหนึ่งการทำเพียงบทบาทหน้าที่ ที่มาตรฐานวิชาชีพหรือระบบงานที่โรงพยาบาลกำหนดคงไม่เพียงพอ  แต่ถ้าเราใส่หัวใจ ใส่ความรัก ความเมตตาต่อเพื่อนมนุษย์ลงไปในงาน จึงจะทำให้มนุษย์คนหนึ่งมีพลังที่จะอยู่ในสังคมได้ด้วยตัวของเขาเอง 

          เราเข้าไปทำกายภาพบำบัดให้กับ เด่นที่บ้านสัปดาห์ละครั้ง เนื่องจากเด่นไม่สะดวกที่จะมาหาเรา  เรานำเรื่องราวของ เด่น ไปบอกเล่าในที่ประชุม และเวทีเสวนาของโรงพยาบาล ทำให้ได้รับการช่วยเหลือจากทีมบริหารและเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลในเรื่อง เงินทอง เสื้อผ้า ข้าวสาร อาหารแห้ง รถเข็นคันใหม่  และทีมผู้บริหารโรงพยาบาลติดต่อเครือข่ายเพื่อให้การช่วยเหลือจากแหล่งช่วยเหลือในพื้นที่ ได้แก่ อบต., และนอกพื้นที่ ได้แก่ กาชาดจังหวัดสตูล   ในการก่อสร้างบ้านหลังใหม่ให้กับครอบครัว เด่น

          และจากการที่ได้นำเสนอผลในที่ประชุมการติดตามงาน Humanized Health Care ของ พรพ. ทำให้ เด่นได้รับการส่งต่อและการช่วยเหลือของสังคมมากขึ้น

          หลังจากนั้น 6 สัปดาห์ จากที่เราเป็นฝ่ายไปดูแล เด่น ที่บ้าน  วันนี้เราไม่ได้ไปอีกเลย เด่นสามารถมาหาเราเองที่โรงพยาบาล  มาตามลำพังคนเดียวโดยไม่ต้องมีโต๊ะดูแล ด้วย walker ที่เราจัดให้ และกำลังจะไปฝึกงานอาชีพที่ศูนย์ฝึกอาชีพในพระบรมราชินูปถัมภ์ จังหวัดสุราษฎร์ธานี โดยอาสาสมัครจิตอาสาโรงพยาบาล คุณฮิจยาเราะ บากา เป็นผู้ติดต่อให้  และได้รับการตอบรับเข้าศึกษาในระดับมัธยมปลาย ที่กศน. และจัดการสร้างห้องน้ำ ห้องส้วมให้ หลังจากที่บ้านหลังใหม่เสร็จโดยโรงพยาบาลละงูเป็นผู้ดำเนินการ

          และคณะกรรมการที่ปรึกษาโรงพยาบาลช่วยดำเนินการในการจัดหาทุนเลี้ยงชีพสำหรับผู้พิการให้กับครอบครัวของ เด่น  ขณะที่อยู่ระหว่างการดำเนินการ

          ณ วันนี้ เด่นจากผู้พิการคนหนึ่งที่ไม่รอเพียงการหยิบยื่นจากผู้คนในสังคม  แต่ เด่นวันนี้ มีแววตาที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความสุข มีความหวัง มีพลังไม่ยอมแพ้ในโชคชะตา พร้อมจะที่ก้าวเดินอย่างเข้มแข็ง มั่นคง ยืนหยัด และต่อสู้ในสังคมอีกครั้ง   ......

 

          เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นสิ่งที่ยืนยันว่า โดยเนื้อแท้ของมนุษย์ทุกคนล้วนแล้วแต่มีเมล็ดพันธ์แห่งความดีสะสมอยู่ และพร้อมที่จะช่วยเหลือคนในสังคม  ถึงแม้จะไร้ทรัพย์สินเงินทอง แต่หากมีหัวใจแห่งความเป็นมนุษย์ ก็สามารถเยียวยาคนทุกข์ยากในสังคมได้เช่นกัน  ดังคำกล่าวที่ว่า

ความรักสามารถเปลี่ยนแปลงโลกได้

 

หมายเหตุ

โรงพยาบาลละงูเป็น 1 ใน 6 โรงพยาบาลที่เข้าร่วมโครงการนำร่องในการนำแนวคิด Humanized Healthcare ไปสู่การปฏิบัติ  และได้รับ Humanized Healtcare Award ในการประชุม 9th HA National Forum เมื่อวันที่ 14 มีนาคม 2551 ณ ศูนย์การประชุม IMPACT เมืองทองธานี