ในการทำงานของครู ข้อคิดพึ่งใคร่ครวญสำหรับครูอาจารย์ เป็นเรื่องที่ครูทุกคนต้องมี ซึ่งมีมากหมาย
บทความที่จะพูดถึง เช่น
การเริ่มต้นคือส่วนสำคัญที่สุดของการทำงาน
ไม่มีอะไรจะดูมีน้ำหนักยิ่งไปกว่าหนังสือหนังหาที่รัฐบาลแนะให้อ่านสำคัญเสียจนกระทั่งไม่ช้าไม่นาน หนังสือพวกนี้ย่อมสะท้อนให้เห็นภาพลักษณ์ของยุคสมัยนั้นๆ
นอกเหนือจากทักษะและความรู้ที่จำเป็นในการสอนนักเรียนแล้ว ครูยังต้องมีจรรยาบรรณอันแรงกล้าในเรื่องการดูแลเอาใจใส่ศิษย์ สิ่งนี้ซึ่งมีความสำคัญเหนือคุณสมบัติอื่นใดทั้งปวง จะทำให้ครูกลายเป็นครูผู้มีศิลปะอันล้ำเลิศในวิชาชีพ ความสามารถด้านอื่นเป็นเรื่องทางเทคนิคทั้งสิ้น
การเรียนรู้มิใช่สิ่งที่เกิดขึ้นด้วยความบังเอิญ หากเป็นสิ่งที่ต้องแสวงหาด้วยความกระตืนรือร้น และปฎิบัติด้วยความขยันขันแข็ง
ครูคือผู้ที่ทำให้ความคิดสองแนวงอกงาม แทนที่จะแตกแขนงได้เพียงแนวเดียวแบบเดิมเช่นที่ผ่านๆมา
ธรรมชาติของการศึกษาเปรียบได้กับวัฎจักรหรือเกลียว ซึ่งหมุนวนไม่มีที่สิ้นสุด การศึกษาคือกิจกรรมที่มีศาสตร์อยู่ในตัว เริ่มกระบวนการด้วยการตั้งโจทย์ให้ศึกษาค้นคว้า ก่อให้เกิดปฎิกริยาที่ส่งผลให้เกิดความเปลี่ยนแปลง ดั้งนั้นจึงจำเป็นต้องมีการขบคิดต่อไปอีก
การศึกษามิได้หมายถึงการสอนผู้คนให้รู้ในสิ่งที่พวกเขาไม่รู้ หากแต่...ภารกิจยากเย็นที่ต้องกระทำต่อเนื่องด้วยความเมตตาปราณี โดยใช้วิธีเฝ้าสังเกต ตักเตือน ชี้แนะนำทาง ยกย่องสรรเสริญ และเหนือสิ่งอื่นใดคือ...ประพฤติปฎิบัติตนให้เป็นแบบอย่างที่ดีแก่ศิษย์
การปลุกความรู้สึกอิ่มเอมใจในตัวศิษย์หลังจากได้เก็บเกี่ยวความรู้และสามารถแสดงออกได้อย่างสร้างสรรค์ คือสุดยอดศิลปะของการเป็นครู
นักเรียนนักศึกษาเป็นผู้มีชีวิตจิตใจ เป้าหมายการศึกษาคือการกระตุ้น และแนะนำวิธีพัฒนาตนเองให้กับพวกเขา ด้วยเหตุนี้ ครูอาจารย์ จึงควรเป็นผู้มีชีวิตจิตใจ มีความนึกคิดที่ทันสมัยอยู่เสมอ
แทบจะไม่มีอะไรที่ช่วยปัจเจกชนได้มากเท่ากับการมอบความรับผิดชอบให้แก่เขา จากนั้นก็แสดงให้เขารู้ว่าคุณไว้วางใจเขา
หากเราเลือกปฎิบัติต่อบุคคลใดในแบบเดียวกับที่เขากำลังปฎิบัติต่อผู้อื่นนั่นเท่ากับยิ่งฉุดให้เขาประดพฤติตัวแย่กว่าที่เป็นอยู่ หากเราปฎิบัติต่อเขาในแบบที่คาดว่าเขาจะสามารถประพฤติตนให้ดีดังนั้นได้ เท่ากับผลัดดันให้เขาเป็นคนดีอย่างที่ควรจะเป็น
มนุษย์เรียนรู้ได้จากความรับผิดชอบ เอกภาพมิได้นำมาซึ่งความสอดคล้องกลมกลืน ทว่าเอกภาพเกิดขึ้นได้ต่อเมื่อมีความสอดคล้องกลมกลืน
ลองคิดดูเถิดว่า งานที่ครูแต่ละคนทุ่มเทแรงกายแรงใจเพื่อโน้มนำลูกศิษย์เข้าสู่โลกกรีกยุคโบราณอันลี้ลับ ซึ่งเป็นบ่อเกิดของวัฒนธรรมที่แท้จริง จะต้องสูญเปล่าเพียงใดในเมื่ออีกไม่ถึง 1 ชั่วโมงต่อมานักเรียนพวกนี้ก็จะไปอ่านหนังสือพิมพ์ นิยามเล่มล่าสุด หรือตำราในยุคสมัยนี้ ซึ่งล้วนสะท้อนร่องรอยเน่าเฟะ ของวัฒนธรรมป่าเถื่อนสมัยใหม่ทั้งสิ้น
ผู้เป็นครูที่แท้จริงต้องปกป้องมิให้ศิษย์ตกอยู่ภายใต้อิทธิพลของตัวครูเองต้องไม่ไว้วางใจตัวตนของตนเอง ต้องนำทางมิให้ศิษย์ยึดติดในตัวครู แต่ให้ยึดมั่นแห่งจิดวิญญาณแห่งการเรียนรู้ ครูจะต้องไม่มีสาวก
น้องครูมิตรภาพ
.....ผู้เป็นครูที่แท้จริงต้องปกป้องมิให้ศิษย์ตกอยู่ภายใต้อิทธิพลของตัวครูเองต้องไม่ไว้วางใจตัวตนของตนเอง ต้องนำทางมิให้ศิษย์ยึดติดในตัวครู แต่ให้ยึดมั่นแห่งจิดวิญญาณแห่งการเรียนรู้ ครูจะต้องไม่มีสาวก...ประเสริฐยิ่งแล้ว