กินดี ออกกำลังกายดี อารมณ์ดี

เมื่อวานก่อน 11 โมง เพื่อนสมัยเรียนโทด้วยกันเข้ามา MSN ทักทาย .. เป็นเพื่อนที่ทำงานอยู่ที่จังหวัดยโสธรค่ะ แต่ขานี้ไป-กลับ ยโส ขอนแก่น เป็นประจำ (เผลอๆอยู่ขอนแก่นมากกว่าอีก) เลยชวนมาทานข้าวด้วยกัน..เธอก็รับปากรับคำทันที  เพื่อนคนนี้ไม่ใช่ใครที่ไหน เป็น Blogger สาวหน้าละอ่อน คือ Dr.Ka-Poom นี่เองค่ะ (อ่านว่า กะปุ๋ม นะคะ ไม่ใช่กระปอม  )

P

ไม่เกินสิบนาทีอย่างที่เธอบอก ก็มาเสนอหน้าละอ่อนใส่เสื้อยืด กางเกงยีน หมวกแกป และรองเท้าผ้าใบ อยู่นอกห้องทำงาน เลยชวนปุ๋มเข้ามารับแอร์ในห้อง เกรงว่าเธอจะเหนื่อยเพราะปั่นจักรยานจากหอพักเพื่อมากินข้าวด้วย แต่ก็ดูปุ๋มไม่ค่อยเหนื่อยมากนัก ซึ่งปุ่มบอกว่าชินแล้วปั่นอย่างนี้จากในมอไปในเมืองมาแล้ว

เราเดินไปกินข้าวกันที่โรงอาหารมหาวิทยาลัยเพราะใกล้ที่ทำงานค่ะ เดาได้เลยว่าปุ๋มต้องทานอาหารสุขภาพแน่ๆ และไม่ผิดคาด ปุ๋มทานสลัด ส่วนตัวเองกินข้าวหมกไก่ และแน่นอนเพื่อนมาทานด้วยก็เลยลุกไปสั่งสัมตำไทยมากินด้วยกันเพื่อสร้างบรรยากาศเหมือนตอนเรียนที่ทานมื้อเที่ยงทีไรต้องมีส้มตำ แต่เสียดายเพื่อนไม่ครบก๊วนเลยไม่ได้สังตำลาว ส่วนน้ำนั้นตัวเองอาสาไปซื้อน้ำมาสองขวด ถามเพื่อนว่าเอาหลอดไหม ปุ๋มบอกว่าไม่เอาหลอดดีกว่า เพราะจะได้ลดภาวะโลกร้อนด้วยซึ่งคงเหมือนกับการที่เธอปั่นจักรยานเช่นกัน

ระหว่างทานไปคุยไป ปุ๋มก็จะเล่าวิถีชีวิตให้ฟัง บางอย่างฟังแล้วอดชื่นชมไม่ได้ เดี๋ยวนี้เพื่อนเราอยู่กับธรรมชาติจริง ๆ แถมธรรมชาตินั่นแหละที่ช่วยดูแลสุขภาพเธอได้ อย่าง...ตอนนี้ปุ๋มบอกว่าปุ๋มแทบไม่ใช้โลชั่นเลยซึ่งเมื่อเทียบกับเมื่อก่อนเป็นคนผิวแห้งมาก แต่สุขภาพเธอก็ดูดีกว่าเก่า สิ่งที่ปุ๋มทำคือการออกกำลังกายประจำ ทั้งเดิน ปั่นจักรยาน และว่ายน้ำ ซึ่งทำมานานอย่างต่อเนื่องจึงจะเห็นผล

ส่วนเรื่องการกินอาหาร ปุ๋มก็ทานมื้อเดียว แต่โชว์แขนแล้วเมื่อยกเทียบกันบอกได้เลยว่าดูสุขภาพดีกว่าเพราะไม่มีไขมันแต่เป็นกล้ามเนื้อทั้นนั้น นอกจากนี้ปุ๋มก็บอกว่าทีวีเธอก็ไม่ดูแล้ว อันนี้คงไม่ขอเข้าร่วมโครงการกับเธอเพราะตัวเองยังติดที่จะดูทีวี

พูดคุยสักพักก็หมดเวลาคุยกันเพราะถึงเวลาเที่ยงตนเองต้องไปทำงานต่อ แยกย้ายกันเราเดินขึ้นไปทำงานส่วนปุ๋มบอกว่าอาจปั่นจักรยานไปภาคต่อ เรานี้ขอแสดงความนับถือเรื่องปั่นจักรยานของปุ๋มจริง ๆ

เล่าอย่างไรคงไม่เท่ากับไปฟังเจ้าตัวเล่าค่ะ ใครสนใจต้องขอเคล็ดไม่ลับกับสาวหน้าละอ่อนกันเอาเอง